นายกฯอนุทิน 96 วัน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง
อนุทิน ชาญวีรกูล ใช้เวลาดีลการเมือง 7 วัน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 หลังแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่ง
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีเสียง สส. 69 เสียง เป็นอันดับ 3 ในสภาผู้แทนราษฎร เจรจาให้พรรคอันดับ 1 พรรคประชาชน (ปชน.) นำ 143 สส. พร้อมด้วย สส.งูเห่า, พรรคพลิกขั้ว, 2 พรรค “ตระกูลลุง” และกล้าธรรม โหวตรวดเดียว 311 เสียง
หลังรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 7 กันยายน 2568 นายอนุทินกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอนหนึ่งว่า
“ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัตย์ว่าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณธรรม ให้สมกับที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย เพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทยและความวัฒนาสถาพรของประเทศชาติ ตามพระราชปณิธานและเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”
“พรรคสีน้ำเงิน” ตอกย้ำภาพลักษณ์หัวแถวขั้วอนุรักษนิยม ผ่านนายอนุทิน ในวันที่นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ 24 กันยายน 2568 เขาเล่าน้ำตาคลอ ตอบคำถามนักข่าวในวันนั้นว่า “เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สามัญชนพึงจะได้รับ”
ทันทีที่ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต นายกฯแถลงเรื่อง “พรจากฟ้า” แสดงความรู้สึกแทนใจ ครม. ว่า“ทุกคนได้รับพรอันประเสริฐจากฟากฟ้า และมีความปลื้มปีติ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานกำลังพระทัยจากองค์พระประมุข พวกเราทุกคนพร้อม และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เต็มใจทุ่มเทที่จะรับราชการบริหารราชการแผ่นดินสนองพระเดชพระคุณ สนองพระมหากรุณาธิคุณ และตอบสนองประชาชนชาวไทยทุกคนนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป”
นายอนุทินประกาศจะเป็นนายกฯ 120 วัน พร้อมภารกิจ 4 ด้าน คือ 1.เรื่องเศรษฐกิจ ประเดิมด้วยโครงการแจกเงินคนละครึ่งพลัส รายละ 2,000-2,400 บาท และจะ “ลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพ ลดค่าพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง” เตรียมจ่ายเฟส 2 แต่ต้องเจรจากับ กกต.
2.แก้ปัญหาความมั่นคงแนวรบ 7 จังหวัดชายแดน เขาบอกว่า จะเร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทไทย-กัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ เพื่อลดความสูญเสีย 2 ประเทศ และไม่ให้ไทยเสียดินแดนแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว จนถึงวันนี้แนวรบยังดุเดือด
3.แก้ปัญหาภัยธรรมชาติ หลังเขาประกาศนโยบาย ต่อยอดจัดทำระบบเตือนภัย เยียวยาฟื้นฟู เร่งชดเชยค่าเสียหายผู้ประสบภัย เพียงเดือนเศษ ก็เกิดสิ่งที่ไม่ได้คาดหมาย น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้และภาคกลาง ซึ่งเสียงมหาชนไปในทิศทางเดียวกันว่า การจัดการรัฐบาลนั้น “สอบตก”
4.ปัญหาภัยสังคม จะเร่งปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ การพนันและพนันออนไลน์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สงครามชายแดนก็ยือเยื้อ การปรามกลุ่มเครือข่ายสแกมเมอร์ก็ยิ่งพัวพันถึงตัวนักการเมืองใหญ่ และนักธุรกิจชั้นนำ
5.แก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่จุดจบของรัฐบาล ต้องยุบสภา ก็มาจากชนวนเหตุการ “ไม่แก้รัฐธรรมนูญมาตราสำคัญ” ที่พัวพันกับเครือข่ายอำนาจของวุฒิสภา “สีน้ำเงิน”
96 วันบนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของนายอนุทิน มีทั้งงานราษฎร์ งานหลวง ลงพื้นที่บุรีรัมย์ และอีสานใต้ 4-5 รอบ เข้าร่วมประชุมวาระรัฐธรรมนูญ 1 ครั้ง วันเดียวกับที่ทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา
พรรคสีน้ำเงินนั้น บทบาทการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่เคยโดดเด่นมาตลอด 17 ปี แต่หน้าที่ที่นายอนุทินภูมิใจ เป็นเรื่องที่เขาได้ดำรงสถานะ “รัฐมนตรีเกียรติยศ” 2 ครั้ง
ครั้งแรก รับตำแหน่งรัฐมนตรีเกียรติยศ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างตามเสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรภูฏาน อย่างเป็นทางการ วันที่ 25-28 เมษายน 2568
ครั้งล่าสุด เป็นรัฐมนตรีเกียรติยศ 5 วัน ระหว่างตามขบวนเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568
ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 96 วัน นายอนุทิน และภริยา มีหมายกำหนดการเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 21 วาระ
ในช่วงเดือนธันวาคมหลังยุบสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีรักษาการ มีหมายกำหนดการเฝ้าฯ อีก 2 วาระ ทั้งในพระราชพิธี, เข้าเฝ้าฯ ถวายงาน และเข้าเฝ้าฯ ในวโรกาสเสด็จฯ ทรงงาน
ก่อนจะทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าโทร.หาอนุทิน 1 ครั้ง แต่อนุทินไม่ได้รับสาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯอนุทิน 96 วัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net