พระอุปนิสัยวังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงเป็นอย่างไร?
พระอุปนิสัยวังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงเป็นอย่างไร?
สมัยรัชกาลที่ 1-4 กรุงรัตนโกสินทร์มี กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” ทั้งหมด 5 พระองค์ ส่วนวังหน้าพระองค์ที่ 6 ซึ่งเป็นวังหน้าองค์สุดท้ายของกรุงรัตนโกสินทร์ คือ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าในรัชกาลที่ 5 ที่เคยมีเหตุขัดแย้งกับวังหลวงในกรณี “วิกฤตการณ์วังหน้า”
เมื่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทิวงคตใน พ.ศ. 2428 รัชกาลที่ 5 จึงทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้า และทรงสถาปนาตำแหน่ง “สยามมกุฎราชกุมาร” เพื่อความชัดเจนในการสืบราชบัลลังก์
วังหน้าแต่ละพระองค์ทรงมีพระอุปนิสัยแตกต่างกันไป แล้วพระอุปนิสัยวังหน้ารัชกาลที่ 1-4 เป็นอย่างไรบ้าง?
เรื่องนี้ปรากฏใน “พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5” พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดังนี้
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เมื่อ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เป็นพระมหาอุปราช พระอัธยาศัยอยู่ข้างมีทิฐิมานะ เกิดบาดหมางกับรัชกาลที่ 1 หลายครั้ง แทบถึงจะรบกันก็มี
จนที่สุดเมื่อวังหน้าสวรรคต พวกวังหน้าที่เป็นคนใกล้ชิดก็กำเริบถึงต้องปราบปราม
จากนั้น รัชกาลที่ 1 ทรงตั้งพระราชโอรส คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เป็นวังหน้า ก็ไม่ปรากฏว่าประพฤติพระองค์ให้ผิดกับเมื่อยังเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธออย่างใด
ต่อมา สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระอนุชาธิราชขึ้นเป็นวังหน้า คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์
พระองค์ทรงชอบชิดเสน่หาสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชมาแต่เดิม เมื่อรัชกาลที่ 2 มีรับสั่งให้วังหน้าช่วยราชการ ก็เสด็จลงมาประทับที่โรงละครหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตรวจตราข้อราชการต่างๆ ก่อนเสด็จเข้าเฝ้าในท้องพระโรงเป็นนิจ จนตลอดพระชนมายุ
ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงสถาปนากรมหมื่นศักดิพลเสพขึ้นเป็น สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ
วังหน้าพระองค์นี้ทรงถ่อมพระองค์มาก เป็นต้นว่าประทับอยู่เพียงที่มุข ไม่เสด็จประทับบนพระพิมานวังหน้า พระราชยานก็ไม่ทรงเสลี่ยงอย่างเป็นต่างกรม เรือพระที่นั่งก็ทรงเรือกราบกันยาหลังคากระแชงอย่างพระองค์เจ้า ไม่ดาดสีเหมือนเรือเจ้าฟ้า และไม่เข้าเกี่ยวข้องในราชการบ้านเมืองแต่อย่างใด
เข้าสู่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราช คือ เจ้าฟ้าจุฑามณี ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในที่พระมหาอุปราช ให้มีพระยศเหมือนอย่างพระเจ้าแผ่นดิน พระราชทานเครื่องราชูปโภคต่างๆ กับทั้งตำแหน่งข้าราชการวังหน้าเพิ่มขึ้นให้เป็นทำนองเดียวกับวังหลวง เป็นแต่ลดลงบ้างเล็กน้อย
ถึงอย่างนั้น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงถ่อมพระองค์ ไม่โปรดในการแสดงยศศักดิ์ เป็นต้นว่าไม่เสด็จออกให้ขุนนางเฝ้าในท้องพระโรงนอกจากเวลามีงานพิธี โดยปกติเสด็จออกให้เฝ้าที่โรงรถ การที่เสด็จไปไหนด้วยมีกระบวนแห่เสด็จก็เฉพาะแต่ในงานพิธี หรือเสด็จลงมาเฝ้าตามตำแหน่ง ถ้าโดยปกติเสด็จไปตามวังเจ้านายที่ทรงสนิทคุ้นเคยก็จะทรงม้า และมีคนตามเสด็จ 1-2 คนเท่านั้น
“พระองค์ยังโปรดเสด็จเที่ยวเตร่ตามละแวกบ้านเหมือนเมื่อยังเป็นกรมอยู่ในรัชกาลที่ 3 เมื่อประทับอยู่พระราชวังบวรสถานมงค ก็โปรดฝึกซ้อมหัดทหาร หรือมิฉะนั้นก็ทรงนัดคนไปขี่ม้า ถ้ากลางวันเล่นคลี กลางวันเล่นซ่อนหา
ส่วนการบ้านเมืองนั้นไม่ทรงเอาเป็นพระราชธุระเลย แม้เมื่อฝรั่งต่างชาติเข้ามาขอทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี พระองค์ก็ไม่ทรงเกี่ยวข้องในการปรึกษาหารือ”
พระอุปนิสัยวังหน้ารัชกาลที่ 1-4 จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ อย่างพระปิ่นเกล้าที่ไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับกิจการบ้านเมือง ก็มีผู้สันนิษฐานว่าเพราะพระองค์ไม่ทรงต้องการสั่งสมอำนาจบารมีจนอาจกลายเป็นเทียบเท่าพระเจ้าแผ่นดินนั่นเอง
“ศิลปวัฒนธรรม” พาย้อนยุคหัวเลี้ยวหัวต่อประวัติศาสตร์ไทยใน “วิกฤตการณ์วังหน้า” เหตุการณ์สำคัญต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองประเทศสยาม มาร่วมกันเจาะลึกเรื่องราวเหล่านี้ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY วิกฤตการณ์วังหน้า ไฟไหม้วังหลวง ปฐมบทรัชกาลที่ 5 ยึดคืนพระราชอำนาจ”
อ่านเพิ่มเติม :
- รัชกาลที่ 1-3 ทรงคัดเลือก “ขุนนางวังหน้า” อย่างไร ไม่ให้ตีกับขุนนางวังหลวง?
- มูลเหตุความขัดแย้งวังหน้า-วังหลวง ก่อน “วิกฤตการณ์วังหน้า” สมัย ร.5
- “ฉันไม่ได้คิดฆ่าเธอ เธอมีความหวาดหวั่นข้อไหน” พระราชหัตถเลขาร.5 ถึงวังหน้าช่วงวิกฤตการณ์
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5. พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา ทรงพิมพ์ในงานฉลองพระชันษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2493.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 ธันวาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระอุปนิสัยวังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงเป็นอย่างไร?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com