โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

วิศวกร วิเคราะห์ 4 สาเหตุเป็นไปได้ หลังเกิดเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ

News In Thailand

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วิศวกร วิเคราะห์ 4 สาเหตุเป็นไปได้ หลังเกิดเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ

วันที่ 14 ม.ค.69 จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงสร้างรถไฟความเร็วสูงร่วงลงมาทับขบวนรถไฟ บริเวณอําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ล่าสุด สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ออกมาให้ข้อมูลเชิงวิชาการ วิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นของอุบัติเหตุดังกล่าว

ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ระบุว่า ชิ้นส่วนที่ร่วงลงมาคือ “ฐานรองรับของโครงเหล็กเครนลอนเชอร์ (Launcher)” ซึ่งเป็นอุปกรณ์สําคัญในการก่อสร้างสะพานรถไฟ โดยฐานรองรับดังกล่าวมีน้ําหนักสูงถึง 20–30 ตันต่อตัว ส่งผลให้แรงกระแทกรุนแรงเมื่อเกิดการหล่น

ทั้งนี้ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ แต่ในเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ 4 ประเด็น ได้แก่ อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากก่อสร้างสะพานเสร็จไปแล้วบางส่วน และอยู่ในช่วงการเคลื่อนเครนไปด้านหน้า หรือระหว่างการย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป ชิ้นส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ซึ่งมีน้ําหนักมากเป็นพิเศษ

แรงกระแทกจากการร่วง ส่งผลให้โครงเหล็กเลื่อน หัก และพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน จําเป็นต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับเข้ากับคานขวางของสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอหรือมีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ยังเผยอีกว่า เหตุลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่ เหตุโครงเหล็ก Launcher ร่วงในการก่อสร้างสะพานยกระดับลาดกระบัง–อ่อนนุช เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 และเหตุโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่ม เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดบกพร่องด้านมาตรการความปลอดภัยในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ

เน้นย้ําว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรถูกนําไปถอดบทเรียนอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการออกแบบ การติดตั้ง การตรวจสอบ และการควบคุมความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ําในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...