"มันไม่ใช่ประเทศใหม่" ความเข้าใจผิดๆ ของคนไทยเรื่อง'สาธารณรัฐกอทูเล'
ผมเห็นสื่อไทยประโคมข่าวเรื่อง 'สาธารณรัฐกอทูเล' แล้วปวดหัว
ที่ปวดหัวเพราะสื่อไทยและคนไทยที่เป็นอิฟลูเอนเซอร์กระจายข่าวนี้โดยไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องเมียนมาและสงครามกลางเมืองเมียนมาเอาเลย และยิ่งไม่รู้เรื่องกองกำลังแบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ ในสงครามนั้น
เมียนมาผ่านสงครามกลางเมืองมายาวนานที่สุดในโลก ไม่เพียงไม่จะไม่มีวี่แววจะหยุดลง แต่ยิ่งจะหนักขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
ในบรรดากลุ่มแบ่งแยกดินแดนของชนชาติต่างๆ นั้น ไม่เพียงรบกับกองทัพเมียนมา แต่ยังรบกันในเชื้อชาติเดียวกันเองด้วย
เช่นชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่แถบตะวันออกของเมียนมาติดกับภาคตะวันตกของไทย แม้จะเป็นกะเหรี่ยงเหมือนกัน แต่ก็แตกแยกกันเองเป็นกลุ่มศาสนาต่างกันบ้าง กลุ่มผู้นำทหารต่างกันบ้าง บ้างรบกับทหารพม่า บ้างก็รบกันเอง บ้างเป็นสมุนทหารเมียนมา บางกลุ่มยังรับใช้ Deep state ของไทยด้วยซ้ำ
นี่คือความอลหม่านของ 'กอทูเล'
'กอทูเล' คืออะไร?
เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า 'ดินแดนที่ไร้ความมืดมิด' เป็น เป็นชื่อเรียกกันเองของกลุ่มชาตินิยมกะเหรี่ยงที่พยายามจะจัดตั้งรัฐของชนชาติกะเหรี่ยงในเมียนมา โดยรัฐนี้จะเรียกว่า 'กอทูเล' ประกอบด้วยรัฐกะเหรี่ยงและบางส่วนของรัฐมอญ เขตตะนาวศรี เขตบาโก และเขตเอยาวดี แนวคิดนี้มีมาตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้งระหว่างพม่ากับกะเหรี่ยงในช่วงปลายทศวรรษ 1949
แต่มันเป็นแค่แนวคิดและความฝัน แม้กองทัพกะเหรี่ยงจะมีความเป็น 'เอกราช' ในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่อาจตั้ง 'ประเทศกอทูเล' ได้ เพราะการตั้งประเทศไม่ใช่แค่การประกาศปาวๆ ว่า "เราขอประกาศเอกราชเป็นไทจากพม่า" หากทำแค่นี้พวกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอื่นๆ ก็ทำได้ แต่พวกเขาไม่ทำ โดยเหตุที่มันจะกลายเป็นเรื่องขบขันในสายตาชาวโลก เพราะหากกองกำลังนั้นไม่มีศักยภาพแม้แต่จะไล่ตีศัตรู ไม่มีอำนาจต่อรองทางการเมือง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอำนาจทางการทูต ก็ไม่มีทางที่จะตั้งประเทศที่มีอธิปไตยขึ้นมาได้
ดังนั้น การตั้งประเทศใดประเทศหนึ่งหากไม่มีองค์ประกอบที่ว่ามาแล้ว มันจะเป็นแค่ปาหี่ ไม่มีค่าใดๆ ที่สื่อจะต้องไปจับคอนเทนต์แล้วประโคมให้เป็นเรื่องใหญ่
ดังนั้น แม้แต่สื่อในเมียนมาต่อให้เป็นสื่ออิสระที่ต่อต้านรัฐบาลทหารและเห็นใจชนกลุ่มน้อย ก็ไม่ได้เล่นข่าว 'การประกาศเอกราชกอทูเล' เพราะมันเป็นเรื่องชาชินของคนเมียนมาเสียแล้วที่พวกติดอาวุธใดๆ จะ "ประกาศเอกราช" เพราะพวกเขายังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และเป็นสงครามที่มีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมากมายที่สุดสงครามหนึ่ง
หนึ่งในนั้นคือ กองกำลังที่เรียกว่ากองทัพกอทูเล (Kawthoolei Army) หรือ KTLA ที่เป็นผู้ประกาศตั้งสาธารณรัฐกอทูเลเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 นับเป็นการแสดงเอกราชที่ห้าวหาญอย่างมากสำหรับกองกำลังที่เพิ่งจะตั้งขึ้นมาในปี 2022 นี่เอง และยังมีกำลังทหารแค่ 200 กว่าคนเท่านั้น!
ด้วยขนาดและความใหม่ กองทัพกอทูเลไม่เพียงจะดูแลตัวเองไม่ได้เท่านั้น ประสาอะไรกับการตั้งประเทศขึ้นมา ดังนั้น สื่อไทยไม่ควรจะเอามาเป็นสาระเลยจริงๆ
อีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าหาก 'กอทูเล' จะเป็นความฝันของเอกราชกะเหรี่ยง "รวมกัน" แล้ว KTLA คือภาพสะท้อนของสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะมันคือการแยกครั้งแล้วครั้งเล่าของกองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงกลุ่มต่างๆ โดย KTLA แยกตัวมาจากองค์กรป้องกันกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNDO) อันเป็นฝ่ายทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) แต่ KNU เองก็แตกแขนงออกมาเป็น KNLA โดยที่ KNLA เกิดความแตกแยกระหว่างกะเหรี่ยงคริสต์และกระเหรี่ยงพุทธ พวกพุทธจึงแยกออกมาตั้ง DKBA โดยที่ DKBA กลับไปหยุดยิงกับกองทัพพม่าทั้งๆ ที่เคยรบกันมา นอกจากนี้สมาชิก DKBA คือ ซอ ชิต ตู ยังสวามิภักดิ์กับทหารพม่าในการเปลี่ยนสถานะเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพพม่า แล้วต่อมาไปควบคุมฐานสแกมเมอร์ในแถบเมียวดี
นี่คือความโกลาหลภายในกองกำลังกะเหรี่ยงด้วยกันเอง แม้แต่จะแสวงหาเอกภาพระหว่างคนกะเหรี่ยงด้วยกันยังไม่มี แล้วจะรบเอาเอกราชจากพม่าได้อย่างไร?
สถานการณ์ในตอนนี้ยังรบกันเองด้วยซ้ำ เพราะ BGF และ DKBA มีความพัวพันกับธุรกิจสแกมเมอร์ใกล้พื้นที่ชายแดนไทย เช่น ในเดือนเมษายน 2023 KTLA ได้เปิดฉากโจมตี BGF ที่พื้นที่ชเวกโก จังหวัดเมียวโด อันเป็นฐานสแกมเมอร์ ทำให้ประชาชนกว่า 10,000 คนต้องหนีไปยังประเทศไทย
ส่วน DKBA นั้นก็พอๆ กัน เพราะเมื่อปี 2025 ทางการสหรัฐฯ ได้ลงโทษ DKBA และผู้นำ 4 คนของขบวนการ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทอย่างแข็งขันในธุรกิจสแกมเมอร์ ต่อมากองกำลัง KNLA (ซึ่งต่อต้านสแกมเมอร์) ได้บุกเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยของ DKBA ว่าเป็นแหล่งทำสแกมเมอร์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 และเกิดการยิงปะทะกันกับ DKBA ในช่วงสั้นๆ ระหว่างการบุกตรวจค้น
เมื่อเป็นแบบนี้ 'กอทูเล' เป็นจริงได้อย่างไร?
และการประกาศตั้งสาธารณรัฐกอทูเลของ KTLA จึงเป็นแค่เรื่องลมๆ แล้งๆ ไม่มีเนื้อหาสาระ
ไม่เพียงเท่านั้น มันยังทำให้กะเหรี่ยงด้วยกันไม่พอใจกันเข้าไปอีก เพราะ KNU กล่าวว่าการประกาศตั้งประเทศของ KTLA นั้น "เป็นเรื่องไร้สาระ"
หากจะเอาเข้าจริง 'รัฐว้า' มีความเป็น 'ประเทศที่มีอธิปไตย' มากกว่ากอทุเลเสียอีก ถ้าจะวัดกันในทางพฤตินัยแล้ว รัฐว้าถือเป็นประเทศซ้อนประเทศไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พวกว้าไม่กระโตกกระตากประกาศเอกราช เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่เป็นเรื่องปฏิบัตินิยมกว่าสำหรับพวกว้าคือ จะใช้อธิปไตยที่ตนมีหาการสนับสนุนจากภายนอกได้อย่างไรมากกว่า ซึ่งพวกเขาก็ทำได้เป็นรูปธรรมเสียด้วย
นี่คือความซับซ้อนของการเมืองเรื่องชนชาติและสงครามกลางเมืองในเมียนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนในไทยขาดแคลนอย่างหนัก จะมีก็แต่สื่อไม่กี่แห่งที่ช่ำของในเรื่องประเทศเพื่อนบ้านจริงๆ ซึ่งคนไทยควรเสาะหาไปพึ่งพาข้อมูลจากสื่อมืออาชีพเหล่านี้ แต่ไม่ใช่กับสื่อที่ปั่นข่าวเพื่อหวังยอดไลค์ไปวันๆ ซึ่งทำให้สติปัญญาของคนไทยตกต่ำลงเรื่อยๆ
โดยเฉพาะความเป็นไปของประเทศเพื่อนบ้านนั้น จะรับรู้แบบลวกๆ ไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของไทยโดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการจะตั้งเป็นกอทูเลนั้น ไม่เพียงคาบเกี่ยวกับกลุ่มผลประโยชน์นานา แต่กลุ่มอำนาจในไทยยังใช้เป็น 'รัฐกันชน' กับเมียนมาหลายสิบปี จึงเคยเป็น (และอาจจะยังเป็นอยู่) 'พื้นที่อิทธิพล' ของบางกลุ่มไทยในทางพฤตินัย และ 'ผู้มีบารมี' ในไทยก็พร้อมเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาลจากกอทูเล
เบื้องลึกพัวพันกับไทยขนาดนี้ จะปล่อยให้ตั้งประเทศมั่วซั่วได้อย่างไร จริงไหม?
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - ภาพจากสื่อเผยแพร่ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ถ่ายเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 และได้รับเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2564 แสดงให้เห็นทหารเข้าร่วมขบวนพาเหรดเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีการปฏิวัติกะเหรี่ยง ณ ฐานทัพห่างไกลบนชายแดนไทย-เมียนมาร์ โดยกลุ่มกบฏหลัก 10 กลุ่มของเมียนมาร์ รวมถึง KNU ได้ให้การสนับสนุนขบวนการต่อต้านรัฐประหารของประเทศ (ภาพโดย สื่อเผยแพร่ / สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) / AFP)