โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับหัวหน้าพนักงานคนไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหนีกลับมาซ่อนตัวในประเทศ

สวพ.FM91

อัพเดต 20 ธ.ค. 2568 เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 08.50 น.

จับหัวหน้าพนักงานคนไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหนีกลับมาซ่อนตัวในประเทศ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมนายพร (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และอั้งยี่” โดยจับกุมได้หน้า หอพักครูแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.น่าน

พฤติการณ์ เมื่อประมาณปลายปี 2566 กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศ โทรติดต่อผู้เสียหาย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ หลอกลวงว่าผู้เสียหายมีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยมีการวิดีโอคอลแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้เสียหายได้โอนเงินรวม 19 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 927,982 บาท

จากการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อมา บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 14 ราย นำมาสู่ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวบพนักงานและบัญชีม้า หยุดวงจรคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการ” ในวันที่ 24 ก.ย.2567 เข้าตรวจค้นและจับกุม 9 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคารจำนวนมาก

จากปฏิบัติการได้ข้อมูลจากหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ว่า การทำงานเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ โดยทำงานในอาคารหลายชั้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละชั้นแบ่งเป็นหลายห้อง ซึ่งล้วนเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างกัน มีชายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ โดยสั่งการผ่านหัวหน้าพนักงานคนไทย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม ดูแล มอบหมายงาน และออกแบบบทสนทนาในการหลอกลวงเหยื่อ โดยยืนยันว่า นายพร เป็นหัวหน้าพนักงานคนไทยของขบวนการดังกล่าว นำไปสู่การออกหมายจับ นายพร ตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น

จากการสืบสวนทราบว่า นายพร มักใช้ช่องทางธรรมชาติในการข้ามแดนไทย–กัมพูชา ทำให้ยากต่อการติดตามตัวจับกุม กระทั่ง เจ้าพนักงานตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่า นายพร ได้หลบหนีกลับมายังภูมิลำเนาที่ จ.น่าน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จึงได้เข้าตรวจสอบจนสามารถติดตามจับกุมได้ตามหมายจับทั้งหมดข้างต้นส่ง กก.6 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...