โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คลื่นจีนถาโถม "อีคอมเมิร์ซฝรั่งเศส" อียูขยับภาษีสกัด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส รายงาน ในปี 2568 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากจีนต่างพุ่งเป้าเข้ามาทำตลาดในฝรั่งเศสอย่างหนักหน่วง ผ่านกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งผลให้ชื่อเสียงและส่วนแบ่งตลาดของแพลตฟอร์มจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AliExpress และ Temu ภายหลังจากการเปิดตัวในปี 2565-2566 จนสามารถขยายฐานผู้บริโภคและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน

นอกจากนี้ การเปิดหน้าร้านของ Shein ภายในห้างสรรพสินค้า BHV ใจกลางกรุงปารีส ยังช่วยสร้างกระแสและเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสต่อแบรนด์อีคอมเมิร์ซจากจีนมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน AliExpress และ Temu มีสัดส่วนรวมกันราวร้อยละ 6 ของตลาดค้าปลีกเสื้อผ้าในฝรั่งเศส ขณะที่ Shein ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3

ขณะเดียวกัน ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง JD.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับสามจากจีน มีแผนขยายการลงทุนด้วยการเปิดตลาดในฝรั่งเศส สะท้อนถึงการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตลาดค้าปลีกยุโรป และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอีคอมเมิร์ซจากจีนในเวทีโลก

จากตารางด้านบนจะเห็นว่า Temu มีอัตราผู้เข้าชมสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ Shein และ AliExpress โดยสามารถสรุปสถานการณ์โดยรวมได้ ดังต่อไปนี้

Shein แพลตฟอร์มสินค้าแฟชั่นจากจีนมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดฝรั่งเศส โดยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 8.6 ล้านคนต่อเดือนในเดือนตุลาคม 2022 เป็น 21.2 ล้านคนต่อเดือนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามการดำเนินธุรกิจของ Shein เผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทถูกทางการฝรั่งเศสสั่งปรับเป็นเงิน 40 ล้านยูโร

จากกรณีการทำตลาดเชิงรุกที่เข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดทั้งในประเด็นความเป็นจริงด้านราคาและการบิดเบือนข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากนั้นการปรับเปลี่ยนรายการสินค้าใหม่วันละ 7,000 รายการต่อวัน ส่งผลต่อการเร่งผลิตและสร้างสินค้าที่ออกมาล้นตลาด ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมากอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ทาง CNIL- Commission nationale de l'informatique et des libertés หน่วยงานกำกับดูแลด้านข้อมูลของฝรั่งเศส ยังได้สั่งปรับ Shein เพิ่มอีก 150 ล้านยูโร หลังตรวจพบว่ามีการตั้งค่าระบบการใช้งานในเว็บไซต์ (cookies) ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาทางการฝรั่งเศสยังตรวจพบการวางจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม Shein อาทิ สินค้าลักษณะล่อแหลม ดังเช่น ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงผลิตเป็นของเล่นสำหรับผู้ใหญ่และอาวุธบางประเภท ส่งผลให้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการสุ่มตรวจสอบสินค้านำเข้า ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการฝรั่งเศสหลายรายได้รวมตัวกันยื่นฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งระงับการให้บริการของ Shein ในประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจากบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขและนำสินค้าต้องห้ามออกจากแพลตฟอร์มแล้ว Shein ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจในฝรั่งเศสต่อไปได้

Temu แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากจีน เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสในเดือนเมษายน 2023 และสามารถขยายฐานผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์สูงถึง 26 ล้านคนในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน จำนวนผู้เข้าชม Temu ลดลงมาอยู่ที่ 23.8 ล้านคน สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอีคอมเมิร์ซฝรั่งเศส รวมถึงความผันผวนของพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะสั้น

JD.com คู่แข่งรายใหม่

ในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง JD.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับสามจากประเทศจีน (รองจาก Alibaba และ Pinduoduo/Temu) เตรียมรุกเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การเข้าสู่ตลาดครั้งนี้เริ่มต้นจากการเข้าซื้อหุ้นบางส่วนในบริษัท Ceconomy ของเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในยุโรป และเป็นเจ้าของเครือข่ายห้างค้าปลีก MediaMarkt และ Saturn รวมกว่า 1,000 สาขาทั่วทวีปยุโรป นอกจากนี้ Ceconomy ยังถือหุ้นอยู่ร้อยละ 22 ในกลุ่มบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง Fnac–Darty ด้วย กระบวนการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรอการรับรองอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026

การเข้าถือหุ้นของ JD.com ได้ก่อให้เกิดความกังวลให้กับรัฐบาลฝรั่งเศสต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อ Fnac–Darty ซึ่งนอกจากจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้ว ยังเป็นผู้ค้าปลีกสินค้าวัฒนธรรมและนันทนาการ โดยเฉพาะหนังสือ ซึ่งถือเป็นภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม JD.com ได้ให้การรับรองต่อรัฐบาลฝรั่งเศสว่าจะไม่เร่งเพิ่มเงินลงทุนในระยะสั้น และจะไม่เข้าแทรกแซงการบริหารจัดการหรือโครงสร้างการดำเนินงานของ Fnac–Darty

ในขณะเดียวกัน JD.com ยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซภายใต้ชื่อ “Joybuy” ซึ่งมีแนวทางแตกต่างจากแพลตฟอร์มอย่าง Shein และ Temu ที่เน้นจำหน่ายสินค้าราคาถูกจากจีนเป็นหลัก โดย Joybuy ใช้โมเดลที่ใกล้เคียงกับ Amazon มากกว่า เน้นจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล รวมถึงแบรนด์จากประเทศจีน ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีของ Apple ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป โดยจะมีการจัดส่งสินค้าจากภายในประเทศ เช่นเดียวกับ Amazon

ทั้งนี้ Joybuy ไม่ได้เปิดตัวเฉพาะในฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังเปิดให้บริการพร้อมกันในหลายประเทศยุโรป ได้แก่ เยอรมนี เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การขยายตลาดยุโรปในระยะยาวของ JD.com และการแข่งขันที่มีแนวโน้มทวีความเข้มข้นขึ้นในตลาดอีคอมเมิร์ซยุโรป

ขณะที่ "อียู–ฝรั่งเศส" ปรับนโยบายภาษี รับมือสินค้านำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วปริมาณสินค้าที่จัดส่งจากประเทศจีนเข้าสู่สหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สหภาพยุโรปและฝรั่งเศสจำเป็นต้องปรับนโยบายเพื่อยับยั้งการหลั่งไหลของสินค้านำเข้าดังกล่าว และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายในภูมิภาค ภายใต้แรงกดดันจากกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส สหภาพยุโรปได้ตัดสินใจยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุขนาดเล็กหรือสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 150 ยูโรที่นำเข้าจากนอกเขตสหภาพยุโรป ซึ่งเดิมได้รับสิทธิยกเว้นภาษี โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษีในอัตรา 3 ยูโรต่อพัสดุ มาตรการดังกล่าวมีกำหนดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน ในระดับประเทศ ฝรั่งเศสได้พิจารณามาตรการภาษีที่เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยวุฒิสภามีมติให้จัดเก็บภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุประเภทเดียวกันในอัตรา 5 ยูโรต่อพัสดุ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวถูกบรรจุอยู่ในร่างงบประมาณประจำปี 2026 ซึ่งถูกคว่ำลงเมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมาธิการร่วมของสองสภาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีในระดับประเทศยังไม่สามารถมีผลบังคับใช้ในขณะนี้

ความเห็น สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า การเติบโตของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากจีนสะท้อนถึงความนิยมของสินค้าราคาประหยัดในกลุ่มผู้บริโภคชาวฝรั่งเศส แม้ว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะเผชิญแรงกดดันหลายด้าน โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสใช้เป็นมาตรฐานสำคัญ แต่กลยุทธ์การทำตลาดเชิงรุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของฝรั่งเศสที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงเลือกซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ โดยมีปัจจัยด้านราคาเป็นแรงจูงใจหลัก การเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายสำคัญจากจีนอย่าง JD.com ในปี 2026 อาจส่งผลให้โครงสร้างตลาดค้าปลีกของฝรั่งเศสเปลี่ยนแปลงในระยะใกล้ ซึ่งยังคงต้องติดตามทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าการเติบโตจะยังคงชะลอตัวต่อไป

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...