กต. เผยจีนแจง อาวุธเขมรโจมตีไทยเป็นของเก่า จับตาประชุมรมต.ต่างประเทศ อาเซียน 22 ธ.ค.
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผย กรณีที่ไทยทำหนังสือถึง เลขาธิการสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เพื่อประท้วงกัมพูชาเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีการตอบรับอย่างไรบ้างว่า สาเหตุที่ทำหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ เนื่องจากกัมพูชาทำหนังสือส่งไปก่อน และขณะนี้ที่ประชุมยูเอ็นเอสซี ยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการประชุมนัดพิเศษเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เพราะเขาเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องเรียกประชุม และหลังจากนี้ทางรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน จะมีการประชุมสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ไทย- กัมพูชาในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
เมื่อถามว่า ท่าทีของจีนต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตจีน ที่ผ่านมามีการระบุว่าอยากให้ไทยและกัมพูชาเข้าสู่สันติภาพ พยายามแก้ไขปัญหาระหว่างกัน ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามต้องเห็นตรงกันทั้งสองฝ่าย เหตุการณ์หยุดยิงก็พูดได้ แต่ที่เราเห็นก็คือ คำพูดว่าหยุดยิง ในวันรุ่งขึ้นก็ยังยิงเข้ามา ซึ่งไทยมีท่าทีที่ชัดเจนว่า ถ้าจะหยุดยิง เขาต้องเป็นฝ่ายยุติก่อน แล้วค่อยมาพูดกันว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร
ส่วนขีปนาวุธที่เรายึดได้บริเวณเนิน 500 มีความทันสมัยและเป็นสัญชาติจีน ทางการจีนมีการชี้แจงมาแล้วหรือไม่ว่า นายสีหศักดิ์ ระบุว่า อาวุธที่เขาให้กัมพูชาเป็นของเก่า ซึ่งทางการจีนยืนยันว่าไม่ได้มีการส่งมอบอาวุธใหม่ แต่อาจจะมีหลายวิธีในการได้มาซึ่งอาวุธต่างๆ เพราะมีตลาดทั่วไป แต่เรื่องนี้เราจะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอาวุธหนักโจมตีเข้ามายังฝั่งไทย ทำให้เราได้รับความเสียหายและมีพลเรือนเสียชีวิต จึงต้องมีการติดตามพูดคุยกับฝ่ายจีน
ส่วนที่มีรายงานว่ามีทหารรับจ้างเข้ามาช่วยกัมพูชานั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่ได้มีรายงานอย่างเป็นทางการ