โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยสแกมเมอร์รุนแรง คนไทยถูกหลอกถี่ยิบปีละ 172 ครั้ง/คน

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 13.01 น. • The Bangkok Insight

คนไทยเจอภัยสแกมเมอร์ถี่มาก ปีหนึ่งถูกหลอกลวงเฉลี่ย 172 ครั้ง ใช้ Facebook-Gmail-TikTok เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ความเสียหายเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 1.3 หมื่นบาทต่อคน

รายงาน State of Scams in Thailand Report 2025 สะท้อนภาพที่น่าตกใจว่าคนไทยกำลังเผชิญภัยสแกมเมอร์ในระดับที่รุนแรงกว่าที่เคย ไม่ใช่เฉพาะคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตหนักเท่านั้น แต่รวมถึงคนทั่วไปในชีวิตประจำวันด้วย

ภัยสแกมเมอร์

ทั้งนี้ งานวิจัยชี้ว่า 72% ของคนไทยเคยถูกสแกมเมอร์ติดต่อ และในหนึ่งปี ผู้บริโภคหนึ่งคนอาจเผชิญสแกมมากถึง 172 ครั้ง เฉลี่ยเกือบทุกสองวันครั้ง ขณะที่กว่า 60% ถูกหลอกสำเร็จภายในปีเดียว ซึ่งสะท้อนว่าสแกมไม่ได้เป็นเหตุการณ์ไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตของประชาชนไทยแทบทุกวัย

ที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ เด็กอายุ 7-17 ปี ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย 27% ของผู้ปกครองระบุว่าลูกเคยถูกหลอกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แสดงให้เห็นว่าภัยไซเบอร์ไม่ได้เลือกเหยื่อ และระบบป้องกันปัจจุบันยังเอาไม่อยู่ในการคุ้มครองเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง

สำหรับช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้เข้าถึงผู้บริโภคส่วนใหญ่คือ แพลตฟอร์มใกล้ตัว เช่น Facebook (66%) Gmail (37%) และ TikTok (32%) รวมถึงแอปสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้งานเป็นประจำ ทำให้โอกาสตกเป็นเหยื่อสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อผู้บริโภคหลงเชื่อ

ขณะที่ความเสียหายต่อคนไทยเฉลี่ยสูงถึง 12,955 บาทต่อคน นำไปสู่ความเสียหายรวมของประเทศกว่า 115,300 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานรุ่นใหม่และผู้ที่มั่นใจว่าตนเอง รู้เท่าทันสแกม กลับเป็นกลุ่มที่สูญเสียเงินสูงที่สุด

แม้ผู้บริโภคจำนวนมากจะรายงานเหตุไปยังผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ข้อมูลชี้ว่า มีเพียง 29% เท่านั้นที่ได้เงินคืน ขณะที่ 44% ไม่ได้เงินคืนเลย ซึ่งเกิดจากหลายช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งการบล็อกบัญชีม้าที่ล่าช้า การตรวจสอบแอปฯ ปลอมที่ยังไร้มาตรฐาน การปิดซิมม้าที่ทำได้ยากขึ้น รวมถึงการที่ผู้บริโภคต้องฟ้องร้องเองเมื่อเกิดความเสียหาย

ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาจริงที่สภาผู้บริโภคพบ หลัง พ.ร.ก.ไซเบอร์ ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังไม่สามารถป้องกันและเยียวยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สภาผู้บริโภคยังพบว่า ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการสำคัญที่หลายประเทศนำไปใช้แล้ว ได้แก่ ระบบหน่วงเวลาโอนเงิน (Delayed Transaction) ที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีเวลาในการตรวจสอบก่อนเงินจะออกจากบัญชี ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดความเสียหายได้จริง

นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องผลักดันระบบรับผิดอัตโนมัติ เพื่อให้ธนาคารและแพลตฟอร์มออนไลน์มีแรงจูงใจในการป้องกันและตรวจจับภัยไซเบอร์ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังในระบบที่ยังตอบสนองช้า และไม่ทันกลยุทธ์ของมิจฉาชีพยุคใหม่

ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า ภัยสแกมเมอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยทั้งมาตรการเชิงระบบ การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง และความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ไม่ใช่ภาระของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว การป้องกันจากต้นทางและระบบเยียวยาที่มีมาตรฐาน คือสิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งจัดทำให้เป็นรูปธรรม หากต้องการหยุดความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกวันในขณะนี้

ที่มา: สภาผู้บริโภค

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...