“อังกฤษ” เดินหน้าเจรจาสหรัฐ หวังยกเลิกภาษีเหล็ก–วิสกี้ หลังอุตสาหกรรมเสียหายหนัก
“อังกฤษ” เดินหน้าเจรจาสหรัฐ หวังลดภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และวิสกี้ 10% หลังอุตสาหกรรมเสียหายหนัก เตรียมขยายความร่วมมือเทคโนโลยี–พลังงานนิวเคลียร์
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.25 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหราชอาณาจักรกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหาข้อยุติในประเด็นภาษีนำเข้าเหล็กและวิสกี้ของสหรัฐฯ ตามการเปิดเผยของริชาร์ด ไฮด์ กงสุลใหญ่สหราชอาณาจักรประจำเมืองชิคาโก
ภายใต้มาตรการภาษีของสหรัฐ ปัจจุบันสินค้าเหล็กจากอังกฤษถูกเก็บภาษีนำเข้า 25% และวิสกี้ 10% แม้สหราชอาณาจักรจะเป็นประเทศแรกที่ทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐในยุคทรัมป์แล้วก็ตาม มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมวิสกี้ทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก โดยไฮด์ระบุว่า อังกฤษไม่ได้ทุ่มตลาดส่งออกเหล็กราคาถูกมายังสหรัฐฯ ตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
ไฮด์กล่าวในรายการ Bloomberg Television เมื่อวันจันทร์ว่า “เราจำเป็นต้องเดินหน้าผลักดันต่อไป เพื่อยกเลิกภาษีในส่วนที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษีวิสกี้หรือภาษีเหล็ก …เราต้องการเห็นการยกเลิกภาษีในทุกมิติ และวิสกี้คือหนึ่งในลำดับความสำคัญของเรา”
ตามข้อมูลของสมาคมวิสกี้สก็อต ตลาดสหรัฐถือเป็นตลาดใหญ่อันดับหนึ่งของวิสกี้อังกฤษ โดยภาษีนำเข้าที่ทรัมป์ยังคงไว้ทำให้ผู้ผลิตสูญเสียรายได้จากการส่งออกไปแล้วกว่า 20 ล้านปอนด์ต่อเดือน ในฝั่งสหรัฐ การเก็บภาษี 10% ดังกล่าวอาจทำให้ยอดขายปลีกหดตัวกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประเมินของ Distilled Spirits Council
ไฮด์อธิบายเพิ่มเติมว่าอังกฤษผลิตเหล็กชนิดพิเศษที่ใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐ แต่กฎของสหรัฐยังกำหนดให้เหล็กที่จะได้รับการยกเว้นภาษีต้องผ่านกระบวนการหลอมและหล่อในประเทศผู้ส่งออก (melted and poured) ซึ่ง Tata Steel UK หนึ่งในผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของอังกฤษ ไม่สามารถทำได้อีกต่อไปหลังจากปิดเตาหลอมสุดท้ายเมื่อปีที่ผ่านมา
“เราไม่ได้ผลิตเหล็กในปริมาณมาก แต่เป็นเหล็กที่มีคุณภาพเฉพาะ ซึ่งอุตสาหกรรมสหรัฐ โดยเฉพาะด้านกลาโหมต้องการใช้ …ดังนั้นข้อโต้แย้งของเราคือ อังกฤษไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของสหรัฐ”
ทั้งนี้อังกฤษยังคงได้รับอัตราภาษีเหล็กที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ทั่วโลก
รายงานระบุว่าศาลสูงสหรัฐ (US Supreme Court) เตรียมพิจารณาคดีในวันพุธนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิกถอนภาษีส่วนใหญ่ที่รัฐบาลทรัมป์บังคับใช้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง หากศาลตัดสินให้เพิกถอน มาตรการดังกล่าวจะจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการใช้ภาษี เป็นเครื่องมือทางการเมือง และอาจนำไปสู่การคืนภาษีให้ผู้ประกอบการมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
ในกรอบข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ อังกฤษได้ตกลงเปิดตลาดให้นำเข้าสินค้าเกษตรของอเมริกา เช่น เนื้อวัวและเอทานอลจากข้าวโพด เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ทางการค้าในด้านอื่น ๆ ที่ลอนดอนต้องการผลักดัน
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศเพิ่งลงนามในข้อตกลงเทคโนโลยีเพื่อความมั่งคั่ง (Tech Prosperity Deal) เพื่อเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ควอนตัมคอมพิวติ้ง และพลังงานนิวเคลียร์
Stephanie Ashmore ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสหราชอาณาจักรในภูมิภาคอเมริกา ระบุว่า “เราต้องการให้บริษัทอังกฤษเข้าร่วมในโครงการส่งออกเทคโนโลยี AI ของสหรัฐ เพื่อสร้างห่วงโซ่เทคโนโลยีร่วมกันระหว่างสองประเทศ”
ไฮด์เตรียมเดินทางไปยังรัฐอินเดียนาในสัปดาห์นี้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับ Rolls-Royce ซึ่งกำลังพัฒนา เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMRs) โดยรัฐอินเดียนากำลังพิจารณานำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers)
เขากล่าวว่า“ประเด็นนี้คือเรื่องของพลังงานที่มั่นคงและราคาจับต้องได้ เมื่อความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น ทุกผู้ว่าการรัฐที่ผมคุยด้วยล้วนให้ความสนใจศึกษาเทคโนโลยี SMRs อย่างจริงจัง” พร้อมเสริมว่า Rolls-Royce เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตนี้
อ้างอิง : bloomberg.com