โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | สาธารณรัฐกอทูเล...วันนี้ก็มาถึงจนได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 05.55 น.

สาธารณรัฐกอทูเล – 7 มกราคม 2569 ผู้นำกลุ่มกะเหรี่ยง (1 ในรัฐของประเทศเมียนมา) ที่อิงแอบ…แนบชิดกับไทยทางทิศตะวันตก ประกาศเปรี้ยง ขอเป็นเอกราช ขอแยกตัวออกจากสหภาพเมียนมา ตั้งดินแดนของ “ชนเผ่ากะเหรี่ยง” ชื่อ สาธารณรัฐกอทูเล (Republic of Kawthoolei)

อาณาเขตประเทศไทยทางทิศตะวันตกที่มีพรมแดนบางส่วนเชื่อมต่อกับสาธารณรัฐกอทูเลน่าจะร้อนระอุอีกครั้ง หากในอนาคตเกิดความขัดแย้งระหว่างสหภาพเมียนมากับสาธารณรัฐกอทูเล

การประกาศขอแยกตัวของกอทูเลยังเป็นเพียงคำประกาศกว้างๆ ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องพื้นที่และเงื่อนไขอื่นๆ พื้นที่ครอบครองในปัจจุบันอยู่ตรงไหน น่ากังวลที่สาธารณรัฐกอทูเลมีพื้นที่ติดกับหลายจังหวัดของประเทศไทย

(รัฐกะเหรี่ยงติดต่อกับ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก และกาญจนบุรี)

แผ่นดินพม่า มีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 135 กลุ่ม มีกลุ่มหลัก 7 กลุ่ม ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง ต้องการอำนาจปกครองตนเอง หรือเอกราช ขณะที่รัฐบาลทหารต้องการรวมศูนย์อำนาจ

เป็นประเทศที่มีสงครามกลางเมืองยาวนานที่สุดในโลกกว่า 80 ปี

กองทัพก่อรัฐประหารปี 2564 ทำให้เกิดการประท้วงและขบวนการต่อต้านนำไปสู่การรวมตัวของกลุ่มต่อต้านต่างๆ ที่สู้รบกับทหารทั่วประเทศ

เป็นสงครามกลางเมืองที่ซับซ้อน มีรากฐานมาจากการเรียกร้องเอกราชของกลุ่มชาติพันธุ์และต่อต้านอำนาจรัฐบาลทหารดุเดือดขึ้นหลังการรัฐประหาร

1 ในกลุ่มต่อต้านที่เข้มแข็งคือ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งกองทัพพม่าพยายามทำสงครามเพื่อสลายกองกำลังนี้มาตลอด

ช่วง พ.ศ.2540 กองทัพพม่าใช้สงครามจิตวิทยาให้พระสงฆ์กะเหรี่ยงนำกลุ่มชาว “กะเหรี่ยงพุทธ” แยกตัวออกมาเป็นกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ (DKBA) แล้วติดอาวุธให้เพื่อรบกับกะเหรี่ยงคริสต์

ช่วงเวลานั้น KNU ทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด หากแต่ “ผลประโยชน์” เป็นตัวตั้ง-เป็นหลักคิดเสมอมา มีการแปรพักตร์ ย้ายขั้ว เปลี่ยนข้างกันอีกหลายตลบ

ที่ผ่านมาราว 80 ปี ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีกองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงข้ามไป-มา ทั้งปกติและไม่ปกติ เกิดสถานการณ์ตึงเครียดบ่อยครั้ง แต่ที่แน่นอนที่สุด ชาวกะเหรี่ยงจะอพหนีสงครามเข้ามาในไทย…กลับออกไปบ้าง ไม่กลับบ้าง

ชาวกะเหรี่ยงในเมียนมาอยู่ติดกับชายแดนไทยจำนวนมากที่สุดตั้งแต่ จ.แม่ฮ่องสอน ลงไปถึง จ.ราชบุรี

คำว่า กอทูเล หมายถึง รัฐที่ปราศจากความชั่วร้ายและการกดขี่

ขมิ้นกับปูน คือ คำนิยามระหว่างชาวพม่า-กะเหรี่ยง

ชนเผ่ากะเหรี่ยงเป็นใคร เหตุไฉนจึงไม่กินเส้นกับพม่า

ชาวกะเหรี่ยงในพม่าคาดว่ามีประชากรประมาณ 5-7 ล้านคน

ความบาดหมาง-แผลในใจ แต่เก่าก่อน…

ในปี พ.ศ.2491 หลังจากพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ พื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินและพื้นที่ใกล้เคียงที่ชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ได้รับการกำหนดให้เป็น รัฐกะเหรี่ยง (Karen State)

คำว่า รัฐกะเหรี่ยง ถูกใช้เป็นทางการภายใต้มาตรา 180 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญปี 1947

พ.ศ.2507 หลังจากการรัฐประหารของนายพลเนวิน พื้นที่ดังกล่าวได้รับการเปลี่ยนเป็น รัฐกอทูเล

พ.ศ.2517 ชื่อรัฐกอทูเลถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นรัฐกะเหรี่ยงอีกครั้ง

ย้อนเวลากลับไป พ.ศ.2492 ในสมัยอังกฤษปกครองพม่า ชนเผ่ากะเหรี่ยงดิ้นรนต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเอง หรือขอเป็นเอกราชจากพม่า โดยกลุ่มที่มีบทบาทมากที่สุดคือ KNU (Karen National Union) ซึ่งเป็นองค์กรทางการเมืองและมีกองกำลังติดอาวุธ

ช่วงอังกฤษปกครอง ชนเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่ตามหุบเขาได้หันมานับถือศาสนาคริสต์ โดยการเผยแผ่ศาสนาของมิชชันนารีชาวอเมริกันและครูสอนศาสนาชาวอังกฤษ

เมื่อชาวกะเหรี่ยงฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้ดี ชาวกะเหรี่ยงจึงมีโอกาสเหนือกว่าชนเผ่าอื่น ได้ไปเรียนหนังสือในอังกฤษ กลับมาทำงานในเมืองหลวง เมืองใหญ่ ทำงานแบบผู้มีความรู้และได้รับราชการในกองทัพอังกฤษ

อังกฤษที่ทราบดีว่ากะเหรี่ยงไม่ชอบขี้หน้าพวกพม่า เลยสนับสนุนให้กะเหรี่ยงได้ทำงานเป็นฝ่ายปกครอง สนับสนุนให้เป็น ตำรวจ

เมื่อเกิดสงครามระหว่างสงครามพม่า-อังกฤษ กะเหรี่ยงจงรักภักดีต่ออังกฤษ …ไปช่วยกองทัพอังกฤษรบกับชาวพม่า

ชาวพม่า…แค้นฝังหุ่น เป็น แผลเรื้อรัง ที่รักษาไม่หายนับร้อยปี

แต่ไหนแต่ไร เมื่อเหตุการณ์ปกติสุขกะเหรี่ยงก็ไปมาค้าขาย ข้ามไป-ข้ามมา ค้าขายกับฝั่งไทย

ในความเป็นเผ่ากะเหรี่ยงก็แยกย่อยแตกต่างกันไปอีกหลายสาขา มีถิ่นที่อยู่อาศัยกระจายกันออกไปตามขุนเขา ใช้ชีวิตในที่สูง เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ตั้งหลักแหล่งอยู่บนที่สูงตั้งแต่เกิดจนตาย

กะเหรี่ยงที่อพยพลงมาสู่ที่ราบก็มี…

ชาวกะเหรี่ยงประมาณ 3 ล้านคนอาศัยอยู่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในที่ราบก็ทำนา ชุมชนกะเหรี่ยงแยกออกจากกันด้วยภาษา วัฒนธรรม

ในช่วงสงครามเย็น (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ชนเผ่ากะเหรี่ยงทำตัวเป็นรัฐกันชน เคยช่วยไทยสกัดกั้นคอมมิวนิสต์พม่าจากจีนแผ่นดินใหญ่ (Communist Party of Burma : CPB) มิให้กองกำลังคอมมิวนิสต์จากจีนเข้ามาถึงชายแดนไทย เรามีสัมพันธ์อันดีต่อกัน ในขณะที่กองทัพพม่าไม่ค่อยพอใจนัก

กะเหรี่ยงทั้งหลายเมื่อเดือดร้อนก็ข้ามมาไทย เมื่อสงบก็กลับไป ชาวกะเหรี่ยงในไทยก็คอยอุ้มชูดูแลกันเองทุกครั้ง

การพูดคุย-เจรจาระหว่างรัฐบาลพม่ากับชนเผ่ากะเหรี่ยงและกลุ่มอื่นๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่จบลงแบบพังไม่เป็นท่า… ได้ยิน ได้ฟังมาตลอดนับสิบปี

กองกำลังทหารในกองทัพภาคที่ 3 ของไทยหลายทศวรรษที่ผ่านมาคุ้นชินกับสงครามชายแดน ที่ทำให้ชาวกะเหรี่ยง รวมถึงกลุ่มชาติพันธ์อื่นๆ ทะลักเข้ามาในไทยจนแทบจะเป็น ขาประจำ หน่วยงานฝ่ายปกครองตามแนวชายแดนต้องเตรียมที่พักพิง อาหาร ยารักษาโรค น้ำดื่ม โดยเฉพาะ ทุกหน้าแล้ง

ธันวาคม 2564 ช่วงโควิด-19 ชนเผ่ากะเหรี่ยงจากพม่าหนีตายเข้ามาในไทย ข้ามแม่น้ำ เดินเท้าเข้ามาราว 5 พันคน

ชายแดนไทยด้านตะวันตกเผชิญกับสารพัดภัยคุกคาม ยาเสพติด อาวุธสงคราม โดยเฉพาะค้ามนุษย์ เพราะบางกลุ่มต้องจ่ายเงินให้นายหน้าเพื่อเข้ามาในประเทศไทย เป็นข่าวแทบทุกวัน

การสกัดกั้นตามชายแดนเป็นเรื่องปลายเหตุที่ไทยรับภาระมาตลอด

(ยังมีชาย หญิง เด็ก คนแก่ จากพม่า ที่ยังตกค้างในค่าย ผู้หนีภัยจากการสู้รบ 9 แห่ง ใน 4 จังหวัดชายแดนไทยอีกราว 9 หมื่นคน ตั้งแต่ พ.ศ.2527 ยังคาราคาซัง ไม่มีใครรับไป…)

กะเหรี่ยงในแผ่นดินไทยดั้งเดิมก็มีเยอะนะครับ

กะเหรี่ยง หรือปกากะญอ มีจำนวนมากที่สุดในกลุ่มชาวเขาในไทย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อกันว่ากลุ่มกะเหรี่ยงเป็นคนกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยมานานหลายร้อยปี

ชาวกะเหรี่ยงเป็นกลุ่มคนที่รักความสงบ ผูกพันกับธรรมชาติและไม่ชอบการต่อสู้ หรือความรุนแรง มักหลีกเลี่ยง จะไม่ข้องเกี่ยวกับคนภายนอกชุมชนของตนและมักตั้งหมู่บ้านอยู่ห่างไกลชุมชนอื่น

ในภาคกลางของประเทศไทย…มีหลักฐานว่ากะเหรี่ยงอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมากตั้งแต่สมัยพระเจ้าอลองพญา เนื่องจากปัญหาสงครามและความขัดแย้งระหว่าง พม่ากับมอญ

เมื่อมอญเป็นฝ่ายพ่ายแพ้พม่า…กะเหรี่ยงได้ให้ที่หลบภัยและช่วยเหลือมอญ ในที่สุดก็อพยพตามมอญ…ลี้ภัยมาอยู่ในไทย

จากสมุดราชบุรี ซึ่งเป็นรายงานของมณฑลราชบุรีในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว …ได้กล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมายและได้กล่าวถึงชาวกะเหรี่ยง ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าได้มีการตั้งหลักแหล่งแน่นอนภายใต้การปกครองของสยามมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์

ในเมืองราชบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี กะเหรี่ยงพวกนี้มาจากเมืองมะกวย แขวงเมืองมะละแหม่งทางใต้ของพม่า…

ช่วงแรก…ได้อพยพเข้ามาประมาณ 100 คน มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ห้วย ชองกะเลีย ต่อมาก็มีการอพยพเพิ่มเติมเรื่อยมา เมื่อมีจำนวนมากขึ้นก็ขอเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของสยาม จึงได้ตั้งผู้ปกครองเป็นลำดับ โดยได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดเงินปีเช่นเดียวกับข้าราชการท้องถิ่นอื่นๆ

ผู้นำชาวกะเหรี่ยงได้รับแต่งตั้งเป็น พระยาศรีสุวรรณคีรี

เจ้าเมืองสังขละบุรี ต้องลงไปถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาที่กาญจนบุรี 3 ปี/ครั้ง โดยจะนำเอาผ้าทอสีขาวสีแดงที่ชาวกะเหรี่ยงทอเอง 20 ผืน ต้นดอกไม้เงิน 2 ต้น เครื่องยาสมุนไพรและของป่าเป็นเครื่องบรรณาการไปถวายที่กรุงเทพฯ (ฉลอง สุนทราวาณิชย์, 2550 : 23-24)

เมื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์… ชาวกะเหรี่ยงคือ พี่น้อง เพื่อนบ้าน ที่ไปมาหาสู่เนืองๆ …ทุกครั้งที่มีภัยสงคราม

พล.อ.เนอดา เมียะ บุตรชาย “นายพลโบเมียะ” อดีตผู้นำ KNU ได้ประกาศสถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกอทูเล พร้อมจัดตั้งคณะรัฐบาล ที่ค่ายอูเกอคี บ้านชูกะลี ต.ชูกะลี อ.วาเล่ย์ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา

โดยระบุว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของชนชาวกะเหรี่ยง ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนสากล

ในการจัดตั้งรัฐบาลกอทูเล พลโทซอซา เกโพ เป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 1 นายเดวิด ตากาบอ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 นายซอโพ ทูเลย์ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายเดวิด ลอว์ดู เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กะเหรี่ยงด้วยกันเองก็มิใช่จะเป็นเอกภาพ มีการแย่งชิงกันเอง

พ.ศ.2565 เนอดา เมียะ เคยถูกปลดออกจากตำแหน่งโดย KNU เนื่องจากรับผิดชอบต่อการสังหารพลเรือน 25 คน โดยกลุ่ม KNU ประกาศว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนอดา เมียะ

ประการสำคัญคือ กะเหรี่ยง KNU ไม่ให้น้ำหนักการสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล” แม้แต่น้อย

(หมายเหตุ …28 ธ.ค.68 รัฐบาลทหารพม่าจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ถูกกำหนดจัดเป็น 3 ช่วงไปจนถึงปลาย ม.ค.69 ใน 274 เมือง จาก 330 เมืองทั่วประเทศ โดยเมืองที่ไม่มีการจัดให้ลงคะแนน เพราะถือว่าไม่มีเสถียรภาพเพียงพอก็ไม่ต้องเลือก ส่วนผลการเลือกตั้งคาดว่าจะทราบในช่วงปลายเดือน ม.ค.69)

คาดกันว่าจะไม่มีการลงคะแนนเสียงมากถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ แม้แต่ในเมืองที่มีการจัดให้ลงคะแนนเสียงก็ไม่ใช่ว่าทุกเขตเลือกตั้งจะไปลงคะแนน ทำให้ยากที่คาดการณ์จำนวนผู้ที่จะไปใช้สิทธิ

ดูทรงแล้ว…การประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐกอทูเล น่าจะเป็น “ดีลลับ” ที่มีผลประโยชน์ก้อนยักษ์ตอบแทนเฉพาะกลุ่ม เพราะที่ผ่านมาเป็นการ “เล่นละครเติมเงิน” กันมาตลอด…

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | สาธารณรัฐกอทูเล…วันนี้ก็มาถึงจนได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...