24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 มกราคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 มกราคม 2569
>> พบร่างชายวัย 52 ปีเสียชีวิตใกล้รถจักรยานยนต์ที่ไฟไหม้ทั้งคัน กลางทุ่งนา จนท.ส่งร่างชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง
09.13 น. ร.ต.อ.หญิง ธนิดา รอบุญ สอบสวน สภ.วังทอง ศูนย์บริการข้อมูลอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินหน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ ( ไซทีฮุกตึ๊ง ) จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุ พบผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ พร้อมรถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้ บริเวณกลางทุ่งนา จุดเกิดเหตุ ม.11 บ.สะเดาใต้ ต.หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ลักษณะเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน สภาพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนา ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมชาย อายุ 52 ปี ใกล้เคียงพบเป็นรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรุ่น-ยี่ห้อ สภาพถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน
รับแจ้งจากญาติผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายเป็นอาการติดสุราดื่มกินเป็นประจำ ชอบออกจากบ้านไปหาดักหนูนาตามท้องทุ่งนาเป็นเวลาหลายวันอยู่แล้ว จึงไม่ได้ผิดสังเกตในการหายออกจากบ้านไป จนมีชาวบ้านมาพบกลายเป็นศพอยู่บริเวณกลางทุ่งนา พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ไฟไหม้
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตยังหาข้อสรุปไม่ได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราชเพื่อชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดต่อไป
>> เพลิงไหม้รถยนต์ บนทางด่วนกาญจนาภิเษก เสียหายทั้งคัน ไร้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
09.27 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บนทางด่วนกาญจนาภิเษก ใกล้ด่านสะแกงาม ถนนกาญจนาภิเษก แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เอนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หมายเลขทะเบียน นครปฐม รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจี เป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน
>> จ.นราธิวาส ยกเลิกเคอร์ฟิว สถานการณ์คลี่คลายแล้ว หลังเหตุบึ้มป่วนใต้
10.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 30/2569 เรื่องยกเลิกประกาศการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ตามที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ออกประกาศ เรื่องการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดนและห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ลงวันที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2569 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสนั้น
เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่ปรากฏภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากการก่อเหตุการณ์การก่อความไม่สงบอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด จึงให้ยกเลิกประกาศเรื่องการเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ดังกล่าว
>> รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จ.พิษณุโลก
10.54 น. สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณใกล้เคียงจุดกลับรถหน้าโรงแรมเมญ่า ต.มะตูม อ.เมือง จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุพบ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หมายเลขทะเบียน พิษณุโลก ลักษณะเฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน สุโขทัย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายประสาท อายุ 55 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีอาการซึม เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพให้การปฐมพยาบาลก่อน นำส่งต่อให้รถกู้ชีพโรงพยาบาลพุทธชินราช ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 38 ปี พนักงานสอบสวน ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน เจ้าของคดี สภ.เมืองพิษณุโลก มีคำสั่งให้นำศพส่งชันสูตร ที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
>> ฉก.ทพ. จับหนุ่มพร้อมของกลางยาไอซ์ 23 กรัม
11.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2102 (ฉก.ทพ.2102) ฉก.ทพ 21 จัดกำลังพลบูรณาการ ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.ท่าลี่,สภ.ท่าลี่ ปฏิบัติการตามแผนกวาดล้างยาเสพติด ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด เข้าตรวจค้นกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่มีพฤติกรรม เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พื้นที่ บ้านห้วยผุก ตำบลน้ำแคม อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง น้ำหนัก 23.7 กรัม และธนบัตรเงินสดจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิด พร้อมของกลาง มาที่ สภ.ท่าลี่ เพื่อตรวจนับอย่างละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ศาลออกหมายจับหนุ่มจีนแล้ว ลวงเซลล์สาวขายบ้านชิงทรัพย์
12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณี ชาย อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ก่อเหตุชิงทรัพย์ หญิงสาว อายุ 35 ปี สัญชาติจีน เซลล์นายหน้าขายบ้าน โดยใช้กรรไกรในการจี้ แล้วจับพันเทปกาวรอบตัว ตั้งแต่หัวถึงปลายเท้า ก่อนบังคับโอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่น วีแชต ได้เงินไปกว่า 6,996 หยวน คิดเป็นเงินไทย 31,000 บาท และโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 11 มกราคม 2569
ล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วยทีมชุดสืบสวน ร่วมกับทีมชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และทีมสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี ประชุม วางแผนสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี
โดยล่าสุดศาลจังหวัดพัทยา มีการอนุมัติออกหมายจับ ชายชาวจีนรายดังกล่าวแล้ว ฐานความผิด “ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปและให้ยื่นซึ่งทรัพย์นั้นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและกักขังหน่วงเหนี่ยว”
ส่วนแนวทางสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทำทีติดต่อขอซื้อบ้านราคา ประมาณ 3 ล้านบาท กับผู้เสียหายซึ่งเป็นเซลล์ โดยติดต่อผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทตั้งแต่ วันที่ 8 มกราคม ก่อนนัดพบพูดคุยครั้งแรกบริเวณใกล้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนพัทยาสาย 2 เมื่อ วันที่ 10 มกราคม และในคืนเกิดเหตุได้ลวงผู้เสียหายไปดูบ้านตัวจริง ก่อนลงมือก่อเหตุ
>> รวบเครือข่ายค้ายาเสพติดดังในภาคใต้ หลบหนีหลังได้ประกันตัว
12.16 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นายจอ (นามสมมุติ)อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ฐาน “ความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) ครอบครองเพื่อจำหน่ายและความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถ.เจ้าฟ้า อ.เมือง จ.กระบี่
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2553 นายจอ หรือที่รู้จักในเครือข่ายในชื่อ “นายบ่าว” เป็นหนึ่งในสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ โดยทำหน้าที่เป็นผู้กระจายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้กับเครือข่ายรายใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และลักลอบจำหน่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนหาข่าวและวางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดกระบี่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันจำนวน 800,000 บาท ต่อมา เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหา ไม่มาศาลตามกำหนดนัด และหลบหนีไปโดยเจตนา
โดยผู้ต้องหาหลบหนีไปตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะสวนยางพาราในหลายจังหวัด รับจ้างเฝ้าสวนเป็นอาชีพ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบสวน และติดตามจับกุมได้ ก่อนคดีหมดอายุความในวันที่ 19 มิถุนายน 2568 หรือในอีก 8 เดือนข้างหน้า จากการสอบถามคำให้การจำเลยเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดกระบี่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ญาติปล่อยโฮหลังรู้ข่าว เสี่ยเจ้าของอู่รถหายตัวไปนาน 2 ปี ที่แท้เสียชีวิตในรถเก๋งจมคลองชลประทาน
15.31 น. คืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง รับแจ้งเหตุพบรถเก๋งจมอยู่ก้นคลองชลประทาน ด้านข้างโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เขตเทศบาลตำบลท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีเทา จมน้ำอยู่ก้นคลองชลประทาน สภาพรถบริเวณกระจกด้านหน้าและกระจกหลัง มีร่องรอยแตกขนาดใหญ่ทำให้น้ำไหลเข้าไปท่วมในตัวรถ ขณะที่สภาพรถส่วนอื่นไม่พบร่องรอยความเสียหายแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบภายในรถ พบโครงกระดูกมนุษย์ 1 โครงอยู่บริเวณ เบาะที่นั่งฝั่งคนขับ หมายเลขทะเบียนรถที่พบ ระบุว่าเป็นรถของ นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถชื่อดังในเขตพื้นที่ อ.ท่ามะกา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานญาติให้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ
เมื่อญาติของนายพอ (นามสมมุติ) เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเห็นรถคันดังกล่าว ถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจ ก่อนจะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายพอหายตัวออกไปจากบ้าน ในเขตพื้นที่ อ.ท่ามะกา ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. ปี 2566 เวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งหลังจากนายพอหายตัวไป ทางครอบครัวได้ช่วยกันออกตามหา และติดต่อไปยังเพื่อนสนิทหลาย ๆ คนแต่ก็ไม่มีใครได้เบาะแส ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ามะกา กระทั่ง มีผู้มาพบรถและโครงกระดูกที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของนายพอ จมอยู่ก้นคลองชลประทานดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะขับรถผ่านมาบริเวณถนนเลียบคันคลองชลประทานดังกล่าว และเกิดประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง โดยไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ทำให้ติดอยู่ในรถและจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต ที่ระบุว่าผู้เสียชีวิตไม่มีศัตรูหรือมีปัญหาความขัดแย้งกับใครมาก่อน ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการส่งโครงกระดูกดังกล่าว ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเป็นโครงกระดูกของนายพอหรือไม่ รวมถึงเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป
>> ทนายบิ๊กโจ๊กยื่น ป.ป.ช. ทบทวนอำนาจคดีสินบนทองคำ ชี้เริ่มต้นผิดขั้นตอน ลั่นสู้ถึงที่สุด
16.08 น. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือต่อประธานและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ ขอให้พิจารณาทบทวนอำนาจหน้าที่ในการรับคำกล่าวหาและดำเนินคดีสินบนทองคำ โดยเสนอ 6 ข้อเรียกร้องหลัก อาทิ การวินิจฉัยเขตอำนาจตามรัฐธรรมนูญ การมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร และการงดดำเนินการในสารคดีจนกว่าจะได้ข้อยุติเรื่องอำนาจ ชี้ว่ากระบวนการดำเนินคดีเริ่มต้นผิดขั้นตอนตั้งแต่แรก
นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่าการยื่นหนังสือไม่ใช่การประวิงคดี แต่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมายและหลักนิติธรรม พร้อมระบุว่าหาก ป.ป.ช. เดินหน้าต่อเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ต้องพร้อมรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ย้ำ “บิ๊กโจ๊ก” เอาจริง จะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด ไม่มีการหลบหนี และต้องการเพียงกระบวนการยุติธรรมที่บริสุทธิ์ โดยเปรยว่าอาจเห็นการปรากฏตัวของบิ๊กโจ๊กภายในสัปดาห์นี้
>> รถสองแถวรับ-ส่งนักเรียน เสียหลักพลิกลงข้างทาง นักเรียนบาดเจ็บหลายราย โชคดีอาการไม่สาหัส
16.36 น. ศูนย์บริการข้อมูลอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินหน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ ( ไซทีฮุกตึ๊ง ) จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะรับส่งนักเรียนเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนบ้านห้วยปลาสร้อย ในพื้นที่ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ สีเทา ลักษณะเป็นรถโดยสารสองแถว รับส่งเด็กนักเรียน ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบูรพา จุด ไผ่ใหญ่ ต.วังนกแอ่น เข้าตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย เป็นเด็กนักเรียนหญิงจำนวน 6 ราย มีบาดแผลถลอกฟกช้ำตามร่างกาย และ ผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย เป็นผู้ขับขี่มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลวังทอง แพทย์โรงพยาบาลวังทองทำการรักษา ปฐมพยาบาลดูการอาการจนปลอดภัย ติดต่อผู้ปกครองได้รับมารับตัวกลับบ้านครบทั้งหมด ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้วอดทั้งคัน หญิงเจ็บสาหัส ส่วนชายคนขับขี่เสียชีวิต
17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้บาดเจ็บ บริเวณแยกไฟแดงบ้านหมี่ ถนนแจ้งสนิท เส้นทางร้อยเอ็ด - มหาสารคาม ในพื้นที่ ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน กทม. สภาพรถพังเสียหายและถูกไฟไหม้ลุกไหม้เสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบรถกระบะ นิสสัน สีเทา ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด สภาพข้างรถฝั่งขวาและที่ท้ายรถมีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ตรวจสอบ พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 29 ปี มีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ ทางอาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพัฒนาการ 56 มีผู้บาดเจ็บ 2 รายนำส่ง รพ.
19.55 น.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพัฒนาการ 56 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีต 2 ใช้เป็นที่พักอาศัย ชั้นต้นเพลิงเกิดขึ้น ชั้นบน ภายในห้องพระ เพลิงลุกไหม้ โต๊ะหมู่บูชา ลุกลามตู้เสื้อผ้า ประตู และฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ( รายที่ 1 ) เป็นเพศชาย อายุประมาณ 23 ปี มีอาการได้รับบาดเจ็บบริเวณแผ่นหลัง สาเหตุเกิดจากตกจากที่สูง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลวิภาราม
( รายที่ 2 ) เป็นเพศหญิง ไม่ทราบอายุ มีอาการได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ต้องการไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา
20.26 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 150 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> อุบัติเหตุรถอเนกประสงค์ ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต กลางถนนเส้นทางบ้านดอนปอแดง จ.อุดรธานี
20.30 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต ถนนเส้นทางบ้านดอนปอแดง ในพื้นที่ ตำบลโคกสะอาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน สภาพพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบรถอเนกประสงค์ ฟอร์ด สีดำ จอดอยู่สภาพหน้ารถพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาชาวจังหวัดหนองบัวลำภู
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ และมอบหมายมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานีนำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลอุดรธานี ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง
>> แผ่นดินไหวขนาด 4.2 ทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
01.50 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ชองประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 435 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย