โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ความขัดแย้ง “ยุโรป-จีน” ด้านอุตฯ ชิป กำลังเข้าสู่จุดแตกหัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 20.51 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความขัดแย้งด้านความมั่นคงเทคโนโลยีและการพึ่งพาจีน ทำให้ผู้ผลิตชิปในยุโรปตกอยู่ในภาวะชี้เป็นชี้ตาย ท่ามกลางแรงกดดันต่อซัพพลายเชนรถยนต์โลก

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 12.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความพยายามของยุโรปในการยืนหยัดต่อกรกับจีน และรักษาเทคโนโลยีไว้ภายในภูมิภาค กำลังเข้าใกล้จุดแตกหัก ท่ามกลางข้อพิพาทในห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ผลิตชิปรายหนึ่งอย่าง Nexperia BV ถูกศาลเนเธอร์แลนด์แยกออกจากเจ้าของชาวจีน และขณะนี้บริษัทซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านชิปรุ่นเก่า (legacy chips) กำลังเร่งปกป้องความเป็นอิสระของตน หากบริษัทที่มีฐานอยู่ในเมืองไนเมเคินประสบความสำเร็จ ยุโรปจะสามารถรักษาความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อันมีค่าไว้ได้ และนับเป็นชัยชนะที่หาได้ยากในการเผชิญหน้ากับจีน

เบเนเดตตา จิราร์ดี ผู้ประสานงานโครงการของ Hague Centre for Strategic Studies กล่าวว่า การผลักดันกรณี Nexperia เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของยุโรปในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่า การลดความเสี่ยง (de-risking) หมายถึงอะไร โดยหมายถึงเป้าหมายของยุโรปในการลดการพึ่งพาจีน พร้อมแสดงจุดยืนว่ายุโรปต้องการอธิปไตยและความเป็นอิสระในประเด็นเทคโนโลยี แม้จะยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้ารายสำคัญอย่างจีน

นับตั้งแต่ศาลดัตช์เข้ามาแทรกแซงโครงสร้างความเป็นเจ้าของของ Nexperia เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ความขัดแย้งดังกล่าวได้คุกคามการผลิตรถยนต์ทั้งในยุโรปและทั่วโลก ด้านหนึ่งคือแกนหลักของบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการทรัพย์สินที่ศาลแต่งตั้งในเนเธอร์แลนด์ ขณะที่อีกด้านคือโรงงานผลิตสำคัญซึ่งยังสอดคล้องกับ Wingtech Technology Co. อดีตเจ้าของ ซึ่งเป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ราว 30% ของหุ้นอยู่ในมือหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับรัฐจีน

ขณะที่ Nexperia พยายามขยายกำลังการผลิตนอกจีน Wingtech ก็เร่งความพยายามในการทวงคืนการควบคุมบริษัทผู้ผลิตชิปซึ่งตนถือครองมาตั้งแต่ปี 2562 โดยได้เริ่มการเจรจากับผู้ดูแลทรัพย์สินที่ศาลแต่งตั้งเพื่อหาทางยุติข้อพิพาท พร้อมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ต่อการระงับสิทธิความเป็นเจ้าของของตน

การพิจารณาคดีในวันพุธนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าจะมีทางออกอย่างรวดเร็ว หรือกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อ ศาลอัมสเตอร์ดัมอาจสั่งให้มีการสอบสวนการบริหารงานของ Nexperia หากเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย หรือในทางกลับกัน มาตรการที่ใช้กับ Wingtech และผู้ก่อตั้งอาจถูกยกเลิก หากศาลตัดสินไม่ให้มีการสอบสวน

การพิจารณาคดีครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลในวงกว้าง ไม่เพียงต่ออนาคตของ Nexperia เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ และความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย

เบื้องหลังความขัดแย้ง ทั้ง Nexperia ฝั่งจีนและฝั่งเนเธอร์แลนด์ต่างเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากกัน สำหรับ Nexperia China นั่นหมายถึงการหาแหล่งจัดซื้อ เวเฟอร์ ทางเลือก ส่วนบริษัทแม่ในเนเธอร์แลนด์ต้องเร่งขยายโรงงานอื่น ๆ ให้มีกำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการลูกค้า ซึ่งทั้งสองแนวทางล้วนมีความซับซ้อนสูง

หยาง รูบี ประธาน Wingtech กล่าวว่าNexperia China ได้ดำเนินการกู้การผลิตด้วยตัวเอง เพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่เธอเรียกว่า “การแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์” รวมถึงการจัดหาเวเฟอร์จากแหล่งอื่นในจีน โดยย้ำว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน ไม่ใช่การตัดขาดห่วงโซ่อุปทานเดิมทั้งหมด

ตามคำกล่าวของหยาง ฝั่งเนเธอร์แลนด์กำลังลงทุนราว 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายโรงงานอื่น ๆ โดยตั้งเป้าให้ 90% ของกำลังการผลิตอยู่นอกจีนภายในกลางปี 2569 ซึ่งเธอมองว่าสะท้อนเจตนาที่ชัดเจนในการแยกตัวออกจากจีน

แผนขยายกำลังการผลิตในมาเลเซียและฟิลิปปินส์มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตหลายหมื่นล้านชิ้นต่อปี แม้บริษัทจะยืนยันว่าเร่งแผนขยายกำลังการผลิต แต่ปฏิเสธให้รายละเอียดเชิงตัวเลข

ท่ามกลางแรงกดดันจากคู่แข่งอย่าง OnSemi ของสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณพร้อมขยายกำลังการผลิตเพื่อแย่งคำสั่งซื้อ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลรุนแรง

ข้อพิพาทดังกล่าวยังทำให้ธนาคารถอนวงเงินสนับสนุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ รวมถึงวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนที่ยังไม่ได้ใช้มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี Nexperia ระบุว่าบริษัทยังปลอดหนี้และมีสภาพคล่องแข็งแกร่ง

ความขัดแย้งปะทุสู่สาธารณะเมื่อเดือนตุลาคม หลังศาลอัมสเตอร์ดัมสั่งให้สิทธิความเป็นเจ้าของของ Wingtech ถูกนำไปอยู่ในทรัสต์ จากข้อกล่าวหาว่ามีการถ่ายโอนเทคโนโลยีจากยุโรปไปจีนอย่างไม่เหมาะสม และสั่งพักงาน จาง เสวียเจิ้ง ผู้ก่อตั้ง Wingtech จากตำแหน่งซีอีโอของ Nexperia โดย Wingtech ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ผลจากคำสั่งศาลทำให้โรงงานในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีศักยภาพผลิตกว่า 50,000 ล้านชิ้นต่อปี หยุดร่วมมือกับบริษัทแม่ในเนเธอร์แลนด์ และนำไปสู่การระงับการส่งเวเฟอร์ไปจีน

นอกจากข้อพิพาทภายใน บทบาทของรัฐบาลก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เนเธอร์แลนด์ใช้อำนาจด้านความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่จีนจำกัดการส่งออกจากโรงงานในประเทศ แม้สถานการณ์จะผ่อนคลายลงบ้าง แต่ปักกิ่งยังคงกดดันให้เนเธอร์แลนด์ถอย

นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ Nexperia จะไม่ใช่ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก แต่ชิปของบริษัทซึ่งใช้ควบคุมพลังงานและการทำงานพื้นฐาน ถูกใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด

ท้ายที่สุด แม้ข้อพิพาทจะยุติลงได้ แต่ชื่อเสียงของ Nexperia ได้รับความเสียหายไปแล้ว และอาจสร้างความไม่แน่นอนในระยะยาวเจคอบ เฟลด์กอยส์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า“เมื่อประเทศต่าง ๆ แข่งขันแย่งชิงการควบคุมแต่ละขั้นของห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ จุดเปราะบางเหล่านี้จะยิ่งปรากฏชัด …ความเสี่ยงแบบนี้แทบไม่อยู่ในเรดาร์ของใครมาก่อน”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...