โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ว่าด้วย Gay Propaganda กับเหตุผลที่รัฐเผด็จการ มักต่อต้านความหลากหลายทางเพศ

The MATTER

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Gender

หากจะพูดถึงซีรีส์เกย์ที่กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ในช่วงนี้สักเรื่อง ก็คงไม่มีเรื่องไหนร้อนแรงแซงไปกว่า ‘Heated Rivalry’ ซีรีส์เกย์นักฮ็อกกี้ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคู่แข่งสองคนที่ดุเดือดจากในไปจนถึงนอกสนาม

‘เชน ฮอลแลนเดอร์’ (รับบทโดย ฮัดสัน วิลเลียมส์ (HudsonWilliams)) นักกีฬาไอซ์ฮ็อกกี้หนุ่มดาวรุ่ง คู่แข่งคนสำคัญของ ‘อิลยา โรซานอฟ’ (รับบทโดย คอนเนอร์ สตอร์รี (Connor Storrie)) นักกีฬาไอซ์ฮ็อกกี้ชาวรัสเซีย ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานในการเอาชนะ สายตาทั้งสองที่จ้องมองกันระหว่างการแข่งขัน กลับกลายเป็นแรงดึงดูดทั้งคู่เข้าหากัน ก่อกำเนิดเป็นความสัมพันธ์ลับๆ ยาวนานกว่าหลายฤดูกาลการแข่งขัน

เชื่อว่าผู้ชมหลายคนที่ติดตามซีรีส์ไปแล้ว อาจรู้สึกอึดอัดกับความสัมพันธ์ของตัวละครเอกทั้งคู่ เพราะสิ่งที่ทั้งสองแสดงออกได้มากที่สุดในที่สาธารณะ กลับเป็นเพียงการหยอกเย้ากันผ่านสายตา ทั้งที่ในฐานะผู้ชม เราก็คงเฝ้าคาดหวังให้พวกเขากล้าเปิดเผยและยืดอกยอมรับความสัมพันธ์ เพื่อให้เรื่องราวเดินไปสู่จุดจบที่มีความสุขในตอนท้าย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าการก้าวขาออกมายอมรับ เฉพาะอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกัน จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนเสียเมื่อไหร่ เพราะในหลายประเทศทั่วโลก การเป็น LGBTQ+ ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการยอมรับ หนำซ้ำอาจปฏิเสธอย่างรุนแรงจนกลายเป็นกฎหมายออกควบคุมชัดเจน เฉกเช่น ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของอิลยาในเรื่อง ก็มีสิ่งที่เรียกว่า ‘Gay Propaganda’ กฎหมายที่ออกมาเพื่อต่อต้านกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยตรงอยู่

เพราะค่านิยม บริบททางสังคม ตลอดจนกฎหมาย คือสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมการตัดสินใจของตัวละคร The MATTER ขอพาทุกคนไปรู้จักกับ Gay Propaganda กฎหมายที่ต่อต้านการมีอยู่ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศรัสเซีย เพื่อให้เราเข้าใจว่า ทำไมการเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของอิลยาจึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญนัก

Gay Propaganda กับการต่อต้านทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับเกย์

การต่อต้านกลุ่มคนรักร่วมเพศในประเทศรัสเซีย ถือเป็นประเด็นที่ครุกกรุ่นกันมาอย่างยาวนาน การปฏิเสธการมีอยู่และแปะป้ายให้ LGBTQ+ คือเรื่องที่ผิดศีลธรรมอันดี คือเชื้อไฟอย่างดีที่เอื้อให้กลุ่มคนบางกลุ่มใช้เป็นช่องทางในการกีดกันพวกเขาออกจากพื้นที่สังคม

ก่อนจะก้าวไปสู่กฎหมายระดับประเทศ แรกเริ่มเดิมที ‘Gay Propaganda หรือ ต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อเรื่องผู้มีความหลากหลายทางเพศ’ เป็นเพียงกฎหมายที่มีการบังคับใช้แค่ในพื้นที่แคว้นเรียซาน (Ryazan Oblast) เพียงเท่านั้น ใจความหลักของกฎหมายนี้คือการห้ามการกระทำในที่สาธารณะที่ถือว่าเป็นการเผยแพร่หรือส่งเสริมเรื่องความหลากหลายทางเพศ (ทั้งเกย์และเลสเบี้ยน) ต่อผู้เยาว์ โดยอ้างว่าสิ่งเหล่านี้คือการปกป้องศีลธรรมของเหล่าเด็กๆ

ต่อมาในปี 2008 กฎหมายก็ได้รับการแก้ไขให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยระบุว่าการ ส่งเสริมความความหลากหลายทางเพศในหมู่ผู้เยาว์ถือเป็น ‘ความผิด’ พวกเขาได้ใช้ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเกย์ เฉพาะอย่างยิ่งชายรักชาย มีแนวโน้มที่จะชักจูงให้เด็กกลายเป็นแบบเดียวกัน

ในช่วงที่กฎหมายฉบับนี้เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ใช่ว่าทุกคนจะเห็นพ้องต้องกันเสียทั้งหมด เพราะยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยออกมาประท้วงและต่อต้าน เพื่อเรียกร้องสิทธิให้แก่กลุ่ม LGBTQ+ หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะที่มีเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก ทว่าสุดท้าย การเคลื่อนไหวเหล่านี้ล้วนจบลงในรูปแบบเดียวกัน คือผู้ชุมนุมถูกตั้งข้อหาทางปกครอง ถูกจับกุมตัว และถูกบังคับให้ชำระค่าปรับ

จนในท้ายที่สุด ในปี 2013 กฎหมาย Gay Propaganda ได้ผ่านการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์จากรัฐสภารัสเซีย มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เพื่อจุดประสงค์หลักคือการคุ้มครองเด็กจากสื่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่องความหลากหลายทางเพศ โดยปิดกั้นการพูดถึงหรือการนำเสนอแง่มุมเชิงบวกเกี่ยวกับประเด็น LGBTQ+ ในที่สาธารณะ เพื่อไม่ให้เด็กมองว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมปกติ

กฎหมายห้ามฉบับนี้ทำให้เด็กถูกตัดขาดจากข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับรสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลาย เพราะตัวกฎหมายกำหนดโทษปรับสูงสุดประมาณ 6,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับบุคคลทั่วไป และสูงถึงประมาณ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับนิติบุคคล

การนำเสนอหรือแสดงออกถึงความสัมพันธ์หรืออัตลักษณ์ที่ไม่ใช่รักต่างเพศ จึงจัดเป็นข้อมูลอันตรายต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกฎหมายนี้ยังไม่มีข้อยกเว้นสำหรับงานศิลปะ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือการศึกษาแต่อย่างใดด้วย

ในแง่หนึ่ง Gay Propaganda จึงยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิดความเกลียดกลัวต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผ่านการเชื่อมโยงกลุ่ม LGBTQ+ กับการเป็นพฤติกรรมรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งมันไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ประเด็นด้านการพยายามลบเลือนอัตลักษณ์ทางเพศของกลุ่มคนกลุ่มคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเกลียดชังต่อกลุ่มคนรักร่วมเพศด้วย

ผลสำรวจเกี่ยวกับอาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อกลุ่ม LGBTQ+ ของรัสเซียในช่วงประกาศใช้ Gay Propaganda ซึ่งได้ทำการเก็บข้อมูลระหว่างปี 2010 ถึง 2020 พบว่า จำนวนอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่มุ่งเป้าไปยังผู้มีความหลากหลายทางเพศพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากกฎหมายที่เลือกปฏิบัติถูกบังคับใช้ โดยระหว่างปีที่สำรวจ เกิดอาชญากรรม (นับรวมตั้งแต่การใช้ความรุนแรงทางร่างกาย การฆาตกรรม การข่มขู่ การทำลายทรัพย์สิน การปล้นชิงทรัพย์ ฯลฯ) จากความเกลียดชังจำนวนทั้งสิ้น 1,056 คดี ที่กระทำต่อเหยื่อ 853 คน และมีผู้เสียชีวิตถึง 365 ราย

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กฎหมายที่ออกมาเพื่อต่อต้านกลุ่มคนรักร่วมเพศไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อทัศนคติของสังคมโดยรวม และอาจกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกทำให้ชอบธรรมมากขึ้นด้วย

ทำไมหลายประเทศเผด็จการจึงต่อต้านสิทธิของ LGBTQ+

อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศรัสเซียถือเป็นหนึ่งในหลายประเทศบนโลกที่เป็นเผด็จการ หากลองนึกถึงประเทศเผด็จการอื่นๆ ของโลก อาทิ จีน เกาหลีเหนือ หรือกระทั่งอิหร่าน ล้วนมีจุดร่วมบางอย่างคล้ายคลึงกัน หนึ่งในนั้นคือการต่อต้านสิทธิของ LGBTQ+

ส่วนเหตุผลว่าทำไมประเทศเผด็จการทั้งหลายถึงมักไม่ยอมรับสิทธิและการเรียกร้องของกลุ่มคนเหล่านี้ งานศึกษาเกี่ยวกับการต่อต้านสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ ทั่วโลกจาก Johns Hopkins University ได้นำเสนอสาเหตุไว้หลากหลายประเด็น โดยแท้จริงแล้วกลุ่มประเทศเผด็จการอาจไม่ได้เกลียดหรือกลัวกลุ่มคนเหล่านี้ หากแต่กลุ่ม LGBTQ+ ถือเป็นศัตรูทางการเมืองของรัฐบาล เพราะการมีอยู่ของกลุ่มคนเหล่านี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ โลกเสรีนิยม ค่านิยมตะวันตก ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงที่รัฐไม่สามารถควบคุมได้

เมื่อผู้นำของรัฐไม่ยึดมั่นตามหลักการเสรีนิยม กลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งเป็นตัวแทนของการแสดงออกอย่างหลากหลาย จึงถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อค่านิยมความเป็นเผด็จการ ที่ไม่ต้องการให้ประชาชนภายใต้การปกครองของตนได้รับสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกในด้านใดด้านหนึ่ง

นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องความลื่นไหลทางเพศยังขัดต่อตรรกะของรัฐเผด็จการ เนื่องจากรัฐลักษณะนี้มักต้องการสร้างชุดความคิดที่ตายตัว พร้อมกำหนดบทบาทและค่านิยมทางสังคมของประชาชนอย่างชัดเจน ความเป็น LGBTQ+ ซึ่งตั้งคำถามต่อทั้งแนวคิดเรื่องธรรมชาติและความชอบธรรมของอำนาจรัฐ จึงถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามเชิงอุดมการณ์ของรัฐบาล

ในหลายประเทศ อคติต่อกลุ่ม LGBTQ+ ฝังรากลึกอยู่ในสังคม รัฐบาลเผด็จการจึงสามารถนำอคติดังกล่าวมาใช้และตอกย้ำความชอบธรรมในการปกครองของตนเอง ความเกลียดกลัวทางเพศในเชิงการเมือง (political homophobia) ถูกใช้เป็นเครื่องมือแบ่งแยกสังคมออกเป็นฝ่ายผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ยึดถือคุณค่าแบบดั้งเดิม กับฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้สังคมเกิดความแตกแยกมากขึ้น

ทั้งนี้ อาจไม่ใช่ทุกประเทศที่เป็นรัฐเผด็จการจะต่อต้าน LGBTQ+ เสมอไป เช่น คิวบา ซึ่งเป็นรัฐสังคมนิยมพรรคเดียว ก็มีเริ่มมีการเปิดกว้างต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายมากขึ้น อย่าง การออกกฎหมายครอบครัวฉบับใหม่ ปี 2022 ที่อนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้

ในอีกมุมหนึ่ง หลายประเทศที่ไม่ได้เป็นเผด็จการก็อาจต่อต้านสิทธิของ LGBTQ+ ด้วยเช่นกัน ทั้งจากค่านิยม ความเชื่อ ตลอดจนแนวคิดดั้งเดิมของสังคม จึงทำให้หลายประเทศจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มคนเหล่านี้

ด้วยเหตุผลที่ยังมีอีก LGBTQ+ อีกหลายคนบนโลกไม่ได้รับสิทธิและเสรีภาพอย่างที่ควรจะเป็น การเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะพวกเขาต่างเป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับเราทุกคน

ท้ายสุดแล้ว หากย้อนกลับไปมองความสัมพันธ์ระหว่างอิลยากับเชนจาก Heated Rivalry ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักระหว่างคนสองคน หากแต่ยังเกี่ยวโยงไปถึงประเด็นทางกฎหมายและค่านิยมที่กดดันให้ตัวละครไม่อาจเปิดเผยตัวตนของตนเองได้อย่างอิสระ

อ้างอิงจาก

home.crin.org

hrw.org

journals.sagepub.com

journalofdemocracy.org

nytimes.com

Graphic Designer: Krittaporn Tochan
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...