โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำท่วมกับการเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2568 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2568 เวลา 03.14 น.
Photo by REUTERS/Roylee Suriyaworakul

คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ท่ามกลางความสูญเสียจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ถล่มภาคใต้หลายจังหวัด ทำให้การเมืองที่กำลังร้อนฉ่าจากการนับถอยหลังยุบสภา ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

เพราะตามข้อตกลงของพรรคประชาชน ที่หนุนหลังพรรคภูมิใจไทย ชู “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ให้เวลาทำงาน 4 เดือน พร้อมแก้รัฐธรรมนูญ จากนั้นต้องยุบสภา

หากดูตามระยะเวลาแล้ว เดดไลน์อยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 หรืออาจเร็วกว่านั้นหากรัฐบาลกังวลการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

และช่วงนับถอยหลังนี่เอง เกิดน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้แบบที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน แถมการขยับตัวของรัฐบาลถูกมองว่าล่าช้าเกินไป

โดยเฉพาะ “หาดใหญ่” เขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภาคใต้ เสียหายแทบ 100%

ทั้งยังมีผลกระทบทางอ้อมกรณีจัดงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ไม่ได้ เพราะหาดใหญ่ถือเป็นเมืองหลักการจัดงานของภาคใต้

รวมถึงต้องยกเลิกการเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันกีฬาซีเกมส์ รวม 10 ชนิดกีฬา ช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้

ตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉพาะหาดใหญ่ที่เดียว ประเมินแล้วหลายหมื่นล้านบาท หากนับจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ตัวเลขจะยิ่งสูงขึ้นอีก

ความเคลื่อนไหวที่ช้าเกินไปของรัฐบาล จึงเจอกับกระแสต่อว่าอย่างรุนแรงจากผู้ประสบภัย อาสาสมัครที่ไปช่วยเหลือ และสื่อมวลชนที่ลงพื้นที่

พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลรับมือน้ำท่วมครั้งนี้ได้ต่ำกว่ามาตรฐานสุด ๆ

แม้หลังน้ำลดรัฐบาลพยายามออกมาตรการช่วยเหลือ และฟื้นฟู แต่เหมือนยังไม่เปรี้ยงปร้างนัก

ขนาดนายกฯออกคำสั่งให้เร่งรัดจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกหลังละ 9,000 บาท โดยพยายามให้ลัดขั้นตอนมากที่สุด หรือส่งเรื่องผ่านทางออนไลน์

แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นสั่งน้ำมูกเสียอย่างนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติออกมายอมรับว่า อย่างไรเสียก็ต้องมีเอกสารควบคู่ด้วย

เพราะกังวลว่าหากอนุมัติโดยไม่มีหลักฐานเอกสารชัดเจนเพียงพอ ท้ายที่สุดจะถูกไล่เบี้ยจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ในภายหลัง บวกกับเรื่องการเมือง ยิ่งทำให้ปัญหานี้ถูกขยายออกอย่างมีนัย

การเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2566 พื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์กวาดเก้าอี้ สส.มากสุด 17 ที่นั่ง ตามมาด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ 14 ที่นั่ง และภูมิใจไทย 12 ที่นั่งที่เหลือกระจายไปตามพรรคต่าง ๆ

หากดูความเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา ส.ส.รวมไทยสร้างชาติ บางส่วนย้ายไปสังกัดภูมิใจไทยเรียบร้อย เช่นเดียวกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ บางส่วนหันไปซบพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน

นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ภาคใต้จัดเป็นอีกพื้นที่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสได้ สส.เป็นกอบเป็นกำ

ภูมิใจไทยถูกยกว่าเป็นพรรคใหญ่หนึ่งใน “บิ๊ก 3” ที่คาดว่าจะกวาดที่นั่ง สส.ได้สูงสุดแข่งกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน

เมื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมได้ไม่ดีเพียงพอ ทำให้คมดาบทั้งหมดมุ่งเข้าหา

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนก็ซัดกันไม่น้อย เพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม

เรียกว่าน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครานี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองมากกว่าครั้งไหน ๆ เพราะใกล้เลือกตั้งเข้าไปทุกที

สังเกตได้จากโพลสำรวจความนิยมรัฐบาลทรุดฮวบ ชนิดที่โครงการคนละครึ่งพลัส ที่ได้รับเสียงชื่นชมก็ช่วยอุ้มไม่ไหว

พรรคภูมิใจไทยในฐานะรัฐบาล ทางหนึ่งต้องเร่งเยียวยา และพลิกฟื้นเศรษฐกิจกลับมาโดยเร็ว เพื่ออย่างน้อยจะได้มีข้ออ้างช่วงหาเสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านคงพยายามฉีกแผลเรื่องนี้ให้ใหญ่ และยาวนานที่สุด

แต่ถึงจะใช้เรื่องนี้หาข้อได้เปรียบทางการเมืองขนาดไหน อย่างน้อยอย่าให้กระทบกับการดูแลประชาชน และเศรษฐกิจ รวมถึงการวางแผนป้องกันในอนาคต

ไม่เช่นนั้น กระแสที่คาดหวังอาจตีกลับได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำท่วมกับการเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...