นายอำเภอเขาย้อย ปะทะคารม สส.เพชรบุรี เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 15.31 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 15.31 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(10พ.ย.68) เวลา 10.00 น. จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะเดินทางมายังพื้นที่ หมู่ 4 ต.ทับคาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เพื่อเข้ารับหนังร้องเรียนและรับฟังปัญหาจากชาวบ้านหมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 4 ต.ทับคาง อ.เขาย้อย กรณีคัดค้านการตั้งโรงงานผลิตน้ำมัน pyrolise จากยางเก่า พลาสติกเก่าสายพานลำเลียงเก่าและน้ำมันเครื่องเก่า ของบริษัท ชิโนไทย กรุ๊ป จำกัด ที่จะดำเนินงานก่อสร้างในพื้นที่หมู่ 4 ต.ทับคาง เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมมลภาวะเข้าสู่ชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ได้ยืนรอต้อนรับ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.ว่าการอุตสาหกรรม จู่ ๆ นายนฤนาท เมืองแสน นายอำเภอเขาย้อย ได้เดินเข้ามาหา จ.อ.อภิชาติ และชักสีหน้าใส่พร้อมพูดจาด้วยอารมณ์เสียว่า "สส.ช่วยบอกลูกน้องให้ไปเรียกไอ้พวกนั้น(คือชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ริมถนนหน้าทางเข้าสถานที่โรงงาน) ให้เข้ามานั่งในเต็นท์” ทำให้ จ.อ.อภิชาติ เริ่มเกิดอารมณ์ไม่พอใจและถามกลับไปยังนายอำเภอเขาย้อยว่านายอารมณ์เสียมาจากที่ไหน พูดดี ๆ ก็ได้ อย่ามาใช้อารมณ์กับผม ผมเอาชาวบ้านเป็นหลัก มันเป็นสิทธิ์ของชาวบ้านจะยืนตรงไหนก็ได้ ผมรู้ทุกขั้นตอนจะให้ผมลุยทุกเรื่องเอาหรือไม่ จะได้รู้ถึงข้างบนเลย เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องที่มีเจ้าหน้าที่ไปขู่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่ให้นำชาวบ้านมาพบรัฐมนตรีในวันนี้ด้วย
ต่อมาเมื่อ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.ว่าการอุตสาหกรรม และคณะเดินทางมาถึง จ.อ.อภิชาติ ได้นำคณะรัฐมนตรี เดินเข้าไปทักทายชาวบ้านที่นั่งรออยู่ภายในเต็นท์ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านกรณีจะมีการตั้งโรงงานดังกล่าว โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ นายปิยะ ท้วมเกร็ด อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังปัญหา
โดยชาวบ้านได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาว่า เนื่องจากสถานที่ก่อสร้าง อยู่ห่างจากชุมชน วัดเขาพระ ประมาณ 1 กม. อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งน้ำห้วยหนามพรม อีกทั้งโรงยังใช้ ยางเก่า พลาสติกเก่า สายพานลำเลียงเก่า และน้ำมันเครื่องเก่า เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตน้ำมันไพโรไลชีส ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุ ที่เป็นพิษต่อสุขภาพของชาวบ้าน และเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น หากโรงงานประกอบกิจการ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างแน่นอนคือมลภาวะเรื่องเสียงดังฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผา อากาศเป็นพิษ และเรื่องน้ำเสียในอนาคตอย่างแน่นอน
ที่ผ่านมานายทุนหรือผู้ประกอบการโรงงานต่าง ๆ ไม่ได้ใส่ใจถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ ทุกคนต่างมาเพื่อประกอบธุรกิจเท่านั้น ได้เงินแล้วทิ้งขยะสิ่งปฏิกูล มลภาวะ ของเสียที่เป็นพิษไว้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ไม่มีความรับผิดชอบใดๆต่อสังคม หากมีการอนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานดังกล่าวเท่ากับอนุญาตให้สร้างโรงงานเผาขยะนั่นเอง หน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาต ก็ทราบดีว่า เมื่อมีการเผายางรถยนต์แล้ว จะมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย และสิ่งแวดล้อม สารพิษจำนวนมากเช่นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ,คาร์บอนมอนอกไซด์, สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะถูกปล่อยสู่อากาศภายนอก แม้ผู้ขอจะมีแผนการป้องกันตามใบขออนุญาตไม่ให้ออกสู่ภายนอกโรงงาน
ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงไม่ไว้ใจผู้ประกอบการโรงงานเกรงจะไม่ฟังเสียงประชาชนและฝืนที่จะประกอบกิจการโรงงานให้ได้ จึงรวมตัวมายื่นหนังสือต่อ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี เขต3 เพื่อขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยับยั้งโรงงานดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้
ด้าน นายปิยะ ท้วมเกร็ด อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี กล่าวชี้แจงกับชาวบ้านว่า ตามบริษัท ชิโนไทย กรุ๊ป จำกัด ได้มายื่นขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตน้ำมัน pyrolise จากยางเก่า พลาสติกเก่าสายพานลำเลียงเก่าและน้ำมันเครื่องเก่าในพื้นที่แห่งนี้ ขอยืนยันว่ายังไม่มีการพิจารณาอนุญาตแต่อย่างใด และได้จำหน่ายคำขออนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
#ข่าวเวิร์คพอยท์23