การ์เด้น แอทลาส ปั้นวิลลาร์หรูหลังละ 150 ลบ. เตรียมรับ 10 ปีอ่าวมะขามขึ้นแท่น Monaco of Asia
‘การ์เด้น แอทลาส’ ปั้น GARDEN ATLAS BAYVIEW มูลค่า 2,000 ล้านบาท ขายวิลล่าหรู Modern Bali Contemporary อ่าวมะขาม แหลมพันวา “Rare Coastal Location” ฝั่งตะวันออกเกาะภูเก็ตหลังละ 150 ล้านบาท คาด 10 ปีอ่าวมะขามก้าวสู่ Monaco of Asia เตรียมผลักแบรนด์ GARDEN ATLAS เป็น Residences Brand ระดับโลกเจาะตลาดบ้านหรูมูลค่า 5 ล้านดอลล่าร์
11 พฤศจิกายน 2568 - นายต่อศักดิ์ ใจชื่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การ์เด้น แอทลาส เบย์วิว วิลล่า จำกัด เปิดเผยถึง การลงทุนครั้งใหญ่ในการพัฒนาโครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW ซึ่งเป็นโครงการวิลล่าพักอาศัยระดับ Ultra Luxury บนพื้นที่รวม 16 ไร่ บริเวณอ่าวมะขาม แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต ว่า โครงการมีมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วยวิลล่าจำนวนจำกัดเพียง 15 ยูนิต โดยมีราคาเสนอขายเฉลี่ยต่อยูนิตอยู่ที่ 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งสินค้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน (High-End Real Estate Segment) อย่างชัดเจน
โครงการนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Timeless และสไตล์ Modern Bali Contemporary โดยเน้นฟังก์ชันแบบบ้านขนาดใหญ่ (Mansion-sized) ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งภายในและภายนอกประมาณ 1,585 ตารางเมตร ซึ่งสะท้อนถึงการตอบสนองความต้องการด้านพื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนตัวที่ครบครันสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง (Ultra High Net Worth Individuals - UHNWIs)
การตัดสินใจเลือก ทำเลอ่าวมะขาม แหลมพันวา ซึ่งจัดเป็น "Rare Coastal Location" มีพื้นฐานมาจากความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ดังกล่าว โดยผู้บริหารคาดการณ์ว่าอ่าวมะขามจะก้าวขึ้นสู่การเป็น "Monaco of Asia" ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
การเปรียบเทียบทำเลอ่าวมะขามกับราชรัฐโมนาโก (Monaco) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งระดับโลก มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์
โดยโมนาโกมีขนาดพื้นที่เพียง 2.02 ตารางกิโลเมตร แต่ขึ้นชื่อเรื่องราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงลิ่ว โดยราคาคอนโดมิเนียมปัจจุบันอยู่ที่ระหว่าง 52,000 ถึง 130,000 ยูโรต่อตารางเมตร (56,000-140,000/ตารางเมตรโดยประมาณ) ซึ่งเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และการพัฒนาโครงการใหม่ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
ในทางตรงกันข้าม ราคาอสังหาริมทรัพย์ในอ่าวมะขาม แหลมพันวา แม้จะถือว่าอยู่ในระดับสูงของตลาดไทย แต่ยังอยู่ในระดับที่ "จับต้องได้และคุ้มค่า" เมื่อเทียบกับราคาในโมนาโก อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพของพื้นที่ที่พร้อมจะถูกพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางของ "Maritime Luxury Living" คาดการณ์ว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลนี้จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทำให้การลงทุนในช่วงปัจจุบันมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี (Capital Gain)
ทำเลอ่าวมะขามมีปัจจัยสนับสนุนทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ซึ่งเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ :
- True Coastal Privacy : เป็นพื้นที่ชายฝั่งที่สงบและไม่ถูกรบกวน เหมาะสำหรับการพักผ่อนระดับสูง
- Maritime-Ready Location : สภาพอ่าวมีน้ำลึกและสันอ่าวนิ่ง เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการจอดเรือยอร์ชและการเดินเรือสากล ซึ่งส่งเสริมไลฟ์สไตล์แบบเมืองชายฝั่ง
- Seamless Yachting Access : ใกล้กับท่าเรือระดับนานาชาติและบริการ Ocean Leisure ครบวงจร
- Prestigious Access : นอกจากเส้นทางทางรถและเรือแล้ว ภาครัฐและเอกชนยังผลักดันโครงการ Seaplane Terminal เพื่อให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางน้ำและอากาศ (Air-to-Sea Connectivity) โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลักดันเชิงนโยบาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ เช่น สมุย พัทยา และหัวหิน
ขณะเดียวกันจังหวัดภูเก็ตมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสู่การเป็น "Gateway Port" ของทะเลอันดามันและอาเซียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนระดับโลก :
- โครงข่ายคมนาคมทางอากาศและทางบก : การดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2, โครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง และการบรรจุโครงการรถไฟฟ้าเบา (MRTA) ระยะทาง 42 กิโลเมตร ในแผนแม่บท เพื่อเชื่อมต่อสนามบิน-เมือง-ฉลอง
- โครงข่ายคมนาคมทางทะเล : มีแผนการเปิดเทอร์มินัลใหม่ของ ท่าเรือน้ำลึกอ่าวมะขาม (Cruise Terminal) เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่โดยตรงโดยไม่ต้องใช้เรือเล็ก (Tender) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเรือสำราญ (Cruise Tourism) และยกระดับการเดินทางทางเรือสู่ระดับสากล
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมแล้ว ภูเก็ตยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการอยู่อาศัยระดับโลกครบครัน ทั้งโรงพยาบาลชั้นนำมาตรฐาน JCI, เวลเนสเซ็นเตอร์ระดับท็อป, โรงเรียนนานาชาติ 16 แห่ง, สนามกอล์ฟมาตรฐานทัวร์นาเมนต์, และร้านอาหารระดับมิชิลินสตาร์ ซึ่งตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาว (Long-Stay) ของกลุ่ม Ultra Rich ได้อย่างสมบูรณ์
นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็น Trendsetter ในการสร้างทิศทางการตลาดใหม่ในระดับโลก โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า Ultra Rich หรือผู้มีสินทรัพย์ระดับพันล้านดอลลาร์ การพัฒนาโครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW จึงเป็นการสร้างสินค้าที่มูลค่าสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายนี้
โครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW นำเสนอแนวคิด “Life Curated” ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น โดยวิลล่าในโครงการมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการให้เช่าระยะสั้นสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบน
โดยมีอัตราค่าเช่าต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 1,650 ถึง 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ (1,650 - 4,200) ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ (Capital Appreciation) ในระยะยาว
สำหรับแผนธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทมีเป้าหมายในการผลักดันแบรนด์ Garden Atlas สู่การเป็น Residences Brand ระดับโลก โดยจะมุ่งเจาะตลาดบ้านหรูที่มีมูลค่าเริ่มต้น 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ($5 Million) เป็นหลัก ซึ่งเป็นการขยายฐานสู่ตลาดวิลล่าพักอาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี (Super Luxury Segment) ทั่วโลก
ด้านนางสาวประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดวิลล่าตากอากาศในภูเก็ต เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ทางธุรกิจ ดังนี้:
- อัตราการเติบโตของยอดขาย : ตลาดวิลล่าหรูในภูเก็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มียอดขายเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี
- อุปทานวิลล่าลักซ์ชัวรี (ราคา > 90 ล้านบาท) : มีอุปทานในตลาดเพียง 6.89% ของตลาดรวม แต่กลับมียอดขายไปแล้วกว่า 76% ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทานอย่างชัดเจนในกลุ่มสินค้าราคาสูงพิเศษ
- ทำเลศักยภาพสูงสุด : ทำเลชายฝั่งตะวันออก (ทิศใต้) ซึ่งรวมถึงอ่าวมะขาม สามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดถึง 92.8% ของอุปทานในพื้นที่ ซึ่งบ่งชี้ว่าทำเลนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดลักซ์ชัวรี
- วัตถุประสงค์การซื้อ : พฤติกรรมลูกค้าที่ซื้อวิลล่าตากอากาศมีสัดส่วนเพื่อการ ลงทุน 68% และเพื่อการ อยู่อาศัยเอง 31%
- สัดส่วนลูกค้า : ลูกค้าชาวไทยคิดเป็น 57% และชาวต่างชาติ 43% โดยลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่มาจากทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยมีสัญชาติหลักได้แก่ อังกฤษ ฮ่องกง และอเมริกา ตามลำดับ
ข้อมูลตลาดเหล่านี้เป็นการยืนยันถึงความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในและต่างประเทศต่ออสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีในทำเลหายากของภูเก็ต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และการลงทุนของโครงการ GARDEN ATLAS BAYVIEW