โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บริษัทขายทองให้บริการเทรดทองออนไลน์ทำเงินบาทแข็งค่าชัดเจน ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้กลาง ม.ค. 69 พร้อมใช้มาตรการสุดเข้มข้นคุม 15 ร้านทองออนไลน์ ส่งสัญญาณถึงร้านทองตู้แดง หรือร้านทั่วไปเตรียมตัวถูกกำกับควบคุมในอนาคต

BTimes

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 13.15 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อพิจารณาเงินทุนที่มีผลต่อค่าเงิน พบว่า การนำเงินลงทุนในการซื้อหุ้น และตราสารหนี้ ไม่เห็นสัญญาณการเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่ง แบงก์ชาติไม่สามารถใส่มาตรการภาษีได้ เนื่องจากจะกระทบต่อภาพรวมตลาดได้ ภายใต้เกณฑ์ใหม่ จะขอให้ธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารประกอบการนำเงินเข้า ซึ่งต้องมีหลักฐานแสดงที่มาของเงินอย่างชัดเจน หากพบการนำเงินเข้ามาในปริมาณสูง ถึงระดับที่มีนัยสำคัญ ธนาคารจะต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเงิน และวัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้ามาใช้ในประเทศ

หากดูในช่วงวันที่ 11-15 ธันวาคมที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าจาก 31.80 บาท/ดอลลาร์ เป็น 31.40 บาท/ดอลลาร์ หากนับธุรกรรมทุกประเภทในการขายเงินดอลลาร์ พบว่า 45% มาจากแรงเทขายจากธุรกรรมทองคำ และบางช่วงเห็นสูงถึง 62% เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่ามีปริมาณมาก และใหญ่กว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้น จึงเป็นปัจจัยให้บาทแข็งค่าชัดเจน โดยเฉพาะธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีมูลค่าหลัก 100-1,000 ล้านบาท และซื้อขายบ่อย ๆ ถี่ ๆ ไม่เกี่ยวกับซื้อขายร้านทองตู้แดง ผู้ซื้อเก็บสะสมรายย่อย

นอกจากนี้ แบงก์ชาติมีความสงสัยในเรื่องของการเคลื่อนไหวของทองคำ แม้ว่าในช่วง 3-4 เดือนมีการตรวจสอบไม่พบว่าเกี่ยวข้อง เนื่องจากไทยเป็นประเทศนำเข้าทองคำสุทธิ แต่ในการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกใหม่ พบว่า แรงกดดันสำคัญมาจากการขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันเป็นเงินบาท เนื่องจากผู้ลงทุนขายทองผ่านแอปฯ ร้านทองจะต้องนำทองไปขายต่อในตลาดต่างประเทศ เพื่อปิดความเสี่ยง ทำให้ได้รับเงินดอลลาร์ จากนั้นจึงนำดอลลาร์มาขายเพื่อซื้อเงินบาท ส่งผลให้เกิดแรงขายดอลลาร์จำนวนมาก และทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว โดยจุดนี้ไม่มีหน่วยงานไหนควบคุมดูแล

ดังนั้น แบงก์ชาติจึงขออำนาจกระทรวงการคลัง ในการแก้ไขประกาศกระทรวงฯ เพื่อให้ ธปท.มีอำนาจในการตรวจสอบธุรกรรมทองคำ เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจ และยังเห็นชัดว่าเป็นแรงกดดันค่าเงินบาท สะท้อนผ่านตัวเลขธุรกรรมเทรดทองคำออนไลน์สัดส่วนถึง 40-50% โดยเฉพาะในเดือน ส.ค. ที่สูงถึง 60% ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ทั้งหมด โดยประกาศดังกล่าว คาดว่าจะออกมาภายในกลางเดือนม.ค.69

ทั้งนี้ แบงก์ชาติอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามประกาศกระทรวงการคลัง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์น่าจะแล้วเสร็จ และประกาศได้ในกลางเดือนมกราคม 69 ส่งผลให้แบงก์ชาติจะมีอำนาจในการกำกับข้อมูล เช่น ซื้อขายทองในรูปเงินบาทที่มีมูลค่าสูงบนแอปฯ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเงินบาท เนื่องจากธุรกรรมผ่านออนไลน์ สัดส่วนสูงถึง 80% เมื่อเทียบกับซื้อขายผ่านร้าน ขายทองทั่วไปแค่ 15-20% ซึ่งแบงก์ชาติไม่ได้กำกับธุรกิจผู้ค้าทองคำ อย่างไรก็ดี มองว่าในที่สุด จะต้องมีคนกำกับธุรกิจผู้ค้าร้านทอง เพราะมีธุรกรรมสูงมาก และเข้าใจว่าไม่มีประเทศไหนสูงเท่าเรา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...