โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คพ. ย้ำ 90 วันอันตราย เข้มตรวจจับรถยนต์ควันดำ เพื่อลดฝุ่น PM2.5

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 05.38 น.

13 ธันวาคม 2568 นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ของทุกปี สาเหตุเกิดจากสภาพอุตุนิยมวิทยา อัตราการระบายอากาศต่ำ ประกอบกับมีแหล่งกำเนิดสำคัญรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่มี 3 ล้านกว่าคัน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครถึงกว่า 50% รัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพอนามัยของประชาชนและการป้องกันควบคุมมลพิษฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตเมือง และที่สำคัญกรุงเทพมหานครถูกประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อควบคุม ลดและขจัดฝุ่นละออง จึงต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มข้น

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา ได้มีการปรับลดค่ามาตรฐานควันดำจาก 30 % เหลือไม่เกิน 20% และเพิ่มความเข้มข้นการตรวจสอบรถควันดำที่ต้นทางทั้งอู่รถ และเข้มงวดตรวจสอบรถที่ปล่อยควันดำบริเวณริมเส้นทางจราจร หากตรวจพบรถปล่อยควันดำเกินค่ามาตรฐานจะถูกปรับสูงสุด 5,000 บาท และถูกสั่งระงับใช้รถชั่วคราวและให้ไปปรับปรุงแก้ไขภายใน 15 วัน จากเดิมที่ให้เวลาปรับปรุงแก้ไข 30 วัน หากฝ่าฝืนคำสั่งจะมีโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกด้วยเช่นกัน และอาจถูกสั่งระงับใช้รถเด็ดขาด ขณะที่ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบกจะพ่น "ห้ามใช้" ซึ่งรถจะไม่สามารถนำมาใช้ได้จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขค่าควันดำให้เป็นไปตามมาตรฐาน

การทำงานร่วมกันทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก และกองบังคับการตำรวจจราจร จะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมรถที่มีควันดำทุกประเภท และเข้มข้นช่วง 90 วัน อันตราย ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569

ที่มา : กรมควบคุมมลพิษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...