บัตรคนจน ลงทะเบียนไม่ทันต้นปี 69 “ยุบสภาฯ” ทำนโยบายค้างท่อ
ผู้สื่อข่าวจากกระทรวงการคลังรายงานว่า กรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาฯ ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.68 จะส่งผลให้โครงการที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างผลักดันชะงัก และจะต้องรอติดตามนโยบายรัฐบาลรักษาการว่าจะเป็นอย่างต่อไป
วันนี้ (13 ธ.ค.68) นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบใหม่ เดิมตั้งเป้าหมายว่าจะเปิดลงทะเบียนในช่วงต้นปี 2569 จะต้องเลื่อนออกไปก่อน
ส่วนรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรองรับการอุดหนุนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม เพื่อดูแลกลุ่มนี้ไปก่อนหรือไม่นั้น ส่วนนี้ต้องถามเรื่องการตั้งงบประมาณจากกรมบัญชีกลางอีกที อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้ กระทรวงการคลังสามารถขอใช้งบประมาณจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้
โดยตามกฎหมารัฐธรรมนูญ ระบุว่า โครงการที่ต้องผูกพันรัฐบาลหน้าทำไม่ได้ เว้นแต่จะต้องขอใช้งบประมาณจาก กกต. และโครงการที่ต้องใช้งบประมาณก็ต้องผ่านการอนุมัติ กกต. ด้วย
“ตามกฎหมาย การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังคงอยู่ บริหารสั่งงานได้เหมือนเดิม แค่การบริหารบางอย่างมีข้อจำกัด ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 169 ซึ่งเร็วๆ นี้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะส่งหนังสือเวียนมาถึงส่วนราชการว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง“
สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่เดิมมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในเดือน ธ.ค. 2568 และเริ่มใช้จ่ายในเดือน ม.ค. 2569 ต้องยุติไป เพราะเข้าสู่การพิจารณาของครม. ไม่ทัน ทั้งนี้เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ในส่วนของโครงการบัญชีการออมและการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ที่เข้าสู่การพิจารณาของครม. เศรษฐกิจไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 และเตรียมเสนอ ครม. ในเดือน ธ.ค.69 ในหลักการแล้วไม่สามารถดำเนินการต่อได้เช่นกันเนื่องจากเป็นโครงการที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของ ครม. ก่อนประกาศยุบสภาฯ
สำหรับโครงการพันธบัตรออมพลัส จะยังคงดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากเป็นไปตามแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2569 ที่มีการอนุมัติไปแล้วในประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ทั้งนี้ สบน.ได้พัฒนาพันธบัตรรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เปิดขายเป็นรอบมาเป็นการเปิดขายทุกเดือน ตั้งแต่ม.ค.-ธ.ค.2569 โดยตั้งวงเงินไว้อย่างน้อยเดือนละ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนออมได้สม่ำเสมอ ผ่านช่องทางหลากหลาย รวมถึงระบบ Bond Connect ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
โดยพันธบัตรออมพลัสจะขายขั้นต่ำเริ่มต้น 1,000 บาท และไม่มีขั้นสูง จัดสรรแบบ Small Lot First ให้ผู้จองซื้อทุกรายมีสิทธิได้รับพันธบัตร ส่วนอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขจะมีการประกาศรายละเอียดอีกครั้งในช่วงเดือนม.ค.2569
ทั้งนี้ ทันทีที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับใช้ คณะรัฐมนตรีชุดเดิมจะพ้นจากตำแหน่งทันที อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 167 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
ดังนั้น สถานะทางกฎหมายจะยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือประคับประคองการบริหารราชการแผ่นดินให้ดำเนินไปตามปกติ และจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย โดยมีอำนาจจำกัดกว่ารัฐบาลปกติ
อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 169 วางกรอบและข้อห้ามการทำงานรัฐบาลรักษาการไว้ 5 ข้อสำคัญ เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองและการสร้างภาระให้รัฐบาลหน้า ได้แก่
1.ห้ามอนุมัติโครงการที่ผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
2.ห้ามเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ๆ หรือก่อหนี้ระยะยาว
3.ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงปลัดฯ, อธิบดี หรือให้ใครพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
4.ห้ามใช้งบกลางสำรองจ่ายฉุกเฉิน เว้นแต่จำเป็นเร่งด่วนและ ต้องขออนุมัติ กกต. ก่อน
5.ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อหาเสียง โดยห้ามใช้กลไกราชการมาช่วยในการเลือกตั้ง