AMC ประเมินแนวโน้มประมูลหนี้ แบงก์ตัดขายไม่มาก-นโยบายรัฐไม่กระทบ
AMC ประเมินสถานการณ์แบงก์ตัดขายหนี้โค้งท้ายปี-มองนโยบายแก้หนี้ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาทไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ “JMT” เผยมีหนี้จัดชั้นถูกกักไว้ในแบงก์สูงถึง 1.18 ล้านล้าน คาดทยอยตัดขายเอ็นพีแอล 1.7 หมื่นล้าน “CHAYO” มองแบงก์ตัดสินใจขายหนี้ขึ้นอยู่กับราคา ฟาก “แบงก์กสิกรไทย” ระบุบริษัทร่วมทุน “JK AMC-ARUN AMC” ทำผลงานได้ดี-บริหารหนี้เสียลด
นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ประเมินว่าสถาบันการเงินจะมีการทยอยตัดขายหนี้ออกมา โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ย.จะเริ่มมีหนังสือเชิญเข้าร่วมประมูล โดยในปี 2568 บริษัทตั้งวงเงินรับซื้อหนี้มาบริหารอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาใช้เงินไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท รับซื้อหนี้ได้มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ การพิจารณารับซื้อหนี้จะดูตามศักยภาพของลูกหนี้ กระแสเงินสด และกำลังของลูกหนี้เป็นหลัก
อย่างไรก็ดี คาดว่าปริมาณการตัดขายหนี้อาจจะไม่สูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ให้สถาบันการเงินปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าก่อนและหลัง เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ส่งผลให้มีหนี้จำนวนหนึ่งถูกกักไว้ในกลุ่มสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM หรือ Stage 2) ไว้ค่อนข้างมาก โดยตัวเลขหนี้เสียที่คาดว่าจะทยอยไหลออกมาอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้สินเชื่ออุปโภคบริโภค เช่น สินเชื่อบ้าน เช่าซื้อ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น และหากรวมหนี้กลุ่มน็อนแบงก์อาจจะเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว
“ตอนนี้ปริมาณหนี้ที่ยังไม่ไหลออกมาเยอะ เพราะถูกกักอยู่ใน Stage 2 ซึ่งจากการดูตัวเลขที่แบงก์เก็บไว้กับตัวเองเท่าที่มีรายงานในไตรมาส 2 มีอยู่ประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท ซึ่งจัดชั้นอยู่ภายในแบงก์ยังไม่ได้ออกมา เช่น ค้างไม่เกิน 3 เดือน และปรับโครงสร้างหนี้อยู่ แต่ตัวเลขหนี้เสียที่เราเห็นและคาดว่าจะทยอยออกมาคือ 1.7 หมื่นล้านบาท”
นายสุทธิรักษ์กล่าวอีกว่า แนวคิดการแก้หนี้ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจของบริษัท แม้ว่าสัดส่วนพอร์ตหนี้ราว 97-98% จะเป็นรายย่อย โดยมีประมาณ 80-90% เป็นหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบการรับซื้อหนี้มาบริหาร เนื่องจากบริษัทจะรอจังหวะในการเข้าไปซื้อหนี้ และพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนในการซื้อหนี้ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะต้องได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ต่อปี ประกอบกับเชื่อว่าลูกหนี้ที่มีหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาทอาจจะพิจารณาเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการด้วย
นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO กล่าวว่าการตัดขายหนี้ของสถาบันการเงินจะขึ้นอยู่กับราคาเป้าหมายของธนาคารด้วย เพราะในช่วงที่ผ่านมาหากราคาขายไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ธนาคารจะยังคงเก็บหนี้ไว้ก่อน โดยเฉพาะหนี้กลุ่มที่ยังค้างไม่นาน หรือเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี อย่าง CHAYO การรับซื้อหนี้มาบริหารจะพิจารณาจากอายุหนี้ ข้อมูลลูกหนี้ เช่น อายุ ที่อยู่ และหลักประกัน เป็นต้น โดยส่วนลด (Discount Rate) ในการรับซื้อหนี้รายย่อยจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ซึ่งอายุหนี้เฉลี่ยไม่ถึง 1-5 ปี โดยอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) หรืออัตราผลตอบแทนต่อปีของการลงทุนจะอยู่ที่เฉลี่ยมากกว่า 12%
“การตัดขายหนี้ของสถาบันการเงินจะมีขายทุก ๆ เดือน หรือ 2 เดือน ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจชะลอ บริษัทต้องการราคาที่ลดลง และธนาคารจะมีราคาเป้าหมายในใจ แต่สิ่งที่เห็นคือแบงก์ตัดขายหนี้ที่มีอายุน้อยลงมากขึ้น จากเดิมจะตัดขายหนี้กลุ่มเกิน 1 ปี ปัจจุบัน 180 วันเริ่มทยอยออกมาบ้าง ซึ่งเป้าหมายปีนี้เราตั้งวงเงินรับซื้อไว้ 1,000 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 180 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แต่คาดว่าในช่วงเดือนธันวาคมเป็นช่วงฤดูกาลตัดขายหนี้น่าจะเติบโตได้”
นายสุขสันต์กล่าวว่า การแก้หนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาทของภาครัฐนั้น ภาครัฐอาจจะต้องรับซื้อหนี้ในราคาไม่สูงมาก เช่น 1-2% อาจจะสมเหตุสมผล เนื่องจากหากกรณีให้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) บริหาร เชื่อว่าทรัพยากรอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีต้นทุนการจ้างบริษัทภายนอก (Outsource) ในการเข้ามาช่วยติดตามทวงถามหนี้ และขั้นตอนหลังจากลูกหนี้ชำระหนี้ เพื่อส่งรายงานให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ในกรณีใส่รหัส เพื่อให้ลูกหนี้กลุ่มนี้สามารถกลับเข้ามาในระบบได้ใหม่ แต่อาจจะมีการกำหนด Credit Limit เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกิน โดยกลุ่มนี้อาจจะมีการชำระผ่านไปแล้ว 3-6 เดือน เป็นต้น
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารมีการร่วมลงทุน (Joint Venture) ตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) และบริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด (ARUN AMC) ซึ่งทั้ง 2 แห่งสามารถทำได้ค่อนข้างดี โดยมีการจัดการหนี้เสียได้ดีขึ้น ประกอบกับธนาคารมีทีมงานเรื่องการติดตามทวงถามหนี้ (Collection) ใหม่ ทำให้กระบวนการเก็บหนี้ดีขึ้นมาก ส่งผลให้หนี้เสียไม่เพิ่มขึ้น และในแต่ละไตรมาสพิจารณาตัดขายขึ้นอยู่กับราคา
“ตอนนี้ทุกธนาคารพยายามแก้หนี้และทำต่อเนื่อง หากดูจำนวนหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาทของกสิกรไทย ในแง่จำนวนรายอาจจะเยอะ แต่วงเงินหนี้ไม่เยอะ ซึ่งเรามีการพูดคุยเรื่องผ่านสมาชิกสมาคมธนาคารไทย อาจจะต้องรอรายละเอียด แต่เบื้องต้น หากหนี้ที่ธนาคารสามารถแก้ไขได้ดี เราก็จะทำเอง แต่หากคนอื่นทำได้ดี ราคาดี เราก็ตัดขาย ซึ่งส่วนใหญ่เราก็ตัดขายทั้งหนี้รายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอี”
ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพิ่งเปิดประมูลสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ลูกหนี้สินเชื่อ Retail (สินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น บ้าน, SSMEs, SMEs) โดยเปิดให้ยื่นแสดงความสนใจเข้าร่วมการประมูลและรับแบบคำขอการจำหน่ายสินทรัพย์ไปเมื่อวันที่ 14-28 ต.ค.ที่ผ่านมา และยื่นซองประมูลเสนอราคาซื้อภายในวันที่ 27 พ.ย. 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AMC ประเมินแนวโน้มประมูลหนี้ แบงก์ตัดขายไม่มาก-นโยบายรัฐไม่กระทบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net