โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

AMC ประเมินแนวโน้มประมูลหนี้ แบงก์ตัดขายไม่มาก-นโยบายรัฐไม่กระทบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 08.54 น.

AMC ประเมินสถานการณ์แบงก์ตัดขายหนี้โค้งท้ายปี-มองนโยบายแก้หนี้ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาทไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ “JMT” เผยมีหนี้จัดชั้นถูกกักไว้ในแบงก์สูงถึง 1.18 ล้านล้าน คาดทยอยตัดขายเอ็นพีแอล 1.7 หมื่นล้าน “CHAYO” มองแบงก์ตัดสินใจขายหนี้ขึ้นอยู่กับราคา ฟาก “แบงก์กสิกรไทย” ระบุบริษัทร่วมทุน “JK AMC-ARUN AMC” ทำผลงานได้ดี-บริหารหนี้เสียลด

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผย“ประชาชาติธุรกิจ” ว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ประเมินว่าสถาบันการเงินจะมีการทยอยตัดขายหนี้ออกมา โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ย.จะเริ่มมีหนังสือเชิญเข้าร่วมประมูล โดยในปี 2568 บริษัทตั้งวงเงินรับซื้อหนี้มาบริหารอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาใช้เงินไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท รับซื้อหนี้ได้มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ การพิจารณารับซื้อหนี้จะดูตามศักยภาพของลูกหนี้ กระแสเงินสด และกำลังของลูกหนี้เป็นหลัก

อย่างไรก็ดี คาดว่าปริมาณการตัดขายหนี้อาจจะไม่สูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ให้สถาบันการเงินปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าก่อนและหลัง เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ส่งผลให้มีหนี้จำนวนหนึ่งถูกกักไว้ในกลุ่มสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM หรือ Stage 2) ไว้ค่อนข้างมาก โดยตัวเลขหนี้เสียที่คาดว่าจะทยอยไหลออกมาอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้สินเชื่ออุปโภคบริโภค เช่น สินเชื่อบ้าน เช่าซื้อ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น และหากรวมหนี้กลุ่มน็อนแบงก์อาจจะเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว

“ตอนนี้ปริมาณหนี้ที่ยังไม่ไหลออกมาเยอะ เพราะถูกกักอยู่ใน Stage 2 ซึ่งจากการดูตัวเลขที่แบงก์เก็บไว้กับตัวเองเท่าที่มีรายงานในไตรมาส 2 มีอยู่ประมาณ 1.18 ล้านล้านบาท ซึ่งจัดชั้นอยู่ภายในแบงก์ยังไม่ได้ออกมา เช่น ค้างไม่เกิน 3 เดือน และปรับโครงสร้างหนี้อยู่ แต่ตัวเลขหนี้เสียที่เราเห็นและคาดว่าจะทยอยออกมาคือ 1.7 หมื่นล้านบาท”

นายสุทธิรักษ์กล่าวอีกว่า แนวคิดการแก้หนี้ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น ไม่กระทบการดำเนินธุรกิจของบริษัท แม้ว่าสัดส่วนพอร์ตหนี้ราว 97-98% จะเป็นรายย่อย โดยมีประมาณ 80-90% เป็นหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบการรับซื้อหนี้มาบริหาร เนื่องจากบริษัทจะรอจังหวะในการเข้าไปซื้อหนี้ และพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนในการซื้อหนี้ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะต้องได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ต่อปี ประกอบกับเชื่อว่าลูกหนี้ที่มีหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาทอาจจะพิจารณาเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการด้วย

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO กล่าวว่าการตัดขายหนี้ของสถาบันการเงินจะขึ้นอยู่กับราคาเป้าหมายของธนาคารด้วย เพราะในช่วงที่ผ่านมาหากราคาขายไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ธนาคารจะยังคงเก็บหนี้ไว้ก่อน โดยเฉพาะหนี้กลุ่มที่ยังค้างไม่นาน หรือเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี อย่าง CHAYO การรับซื้อหนี้มาบริหารจะพิจารณาจากอายุหนี้ ข้อมูลลูกหนี้ เช่น อายุ ที่อยู่ และหลักประกัน เป็นต้น โดยส่วนลด (Discount Rate) ในการรับซื้อหนี้รายย่อยจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ซึ่งอายุหนี้เฉลี่ยไม่ถึง 1-5 ปี โดยอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) หรืออัตราผลตอบแทนต่อปีของการลงทุนจะอยู่ที่เฉลี่ยมากกว่า 12%

“การตัดขายหนี้ของสถาบันการเงินจะมีขายทุก ๆ เดือน หรือ 2 เดือน ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจชะลอ บริษัทต้องการราคาที่ลดลง และธนาคารจะมีราคาเป้าหมายในใจ แต่สิ่งที่เห็นคือแบงก์ตัดขายหนี้ที่มีอายุน้อยลงมากขึ้น จากเดิมจะตัดขายหนี้กลุ่มเกิน 1 ปี ปัจจุบัน 180 วันเริ่มทยอยออกมาบ้าง ซึ่งเป้าหมายปีนี้เราตั้งวงเงินรับซื้อไว้ 1,000 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 180 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แต่คาดว่าในช่วงเดือนธันวาคมเป็นช่วงฤดูกาลตัดขายหนี้น่าจะเติบโตได้”

นายสุขสันต์กล่าวว่า การแก้หนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาทของภาครัฐนั้น ภาครัฐอาจจะต้องรับซื้อหนี้ในราคาไม่สูงมาก เช่น 1-2% อาจจะสมเหตุสมผล เนื่องจากหากกรณีให้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) บริหาร เชื่อว่าทรัพยากรอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีต้นทุนการจ้างบริษัทภายนอก (Outsource) ในการเข้ามาช่วยติดตามทวงถามหนี้ และขั้นตอนหลังจากลูกหนี้ชำระหนี้ เพื่อส่งรายงานให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ในกรณีใส่รหัส เพื่อให้ลูกหนี้กลุ่มนี้สามารถกลับเข้ามาในระบบได้ใหม่ แต่อาจจะมีการกำหนด Credit Limit เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกิน โดยกลุ่มนี้อาจจะมีการชำระผ่านไปแล้ว 3-6 เดือน เป็นต้น

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารมีการร่วมลงทุน (Joint Venture) ตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) และบริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด (ARUN AMC) ซึ่งทั้ง 2 แห่งสามารถทำได้ค่อนข้างดี โดยมีการจัดการหนี้เสียได้ดีขึ้น ประกอบกับธนาคารมีทีมงานเรื่องการติดตามทวงถามหนี้ (Collection) ใหม่ ทำให้กระบวนการเก็บหนี้ดีขึ้นมาก ส่งผลให้หนี้เสียไม่เพิ่มขึ้น และในแต่ละไตรมาสพิจารณาตัดขายขึ้นอยู่กับราคา

“ตอนนี้ทุกธนาคารพยายามแก้หนี้และทำต่อเนื่อง หากดูจำนวนหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาทของกสิกรไทย ในแง่จำนวนรายอาจจะเยอะ แต่วงเงินหนี้ไม่เยอะ ซึ่งเรามีการพูดคุยเรื่องผ่านสมาชิกสมาคมธนาคารไทย อาจจะต้องรอรายละเอียด แต่เบื้องต้น หากหนี้ที่ธนาคารสามารถแก้ไขได้ดี เราก็จะทำเอง แต่หากคนอื่นทำได้ดี ราคาดี เราก็ตัดขาย ซึ่งส่วนใหญ่เราก็ตัดขายทั้งหนี้รายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอี”

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพิ่งเปิดประมูลสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ลูกหนี้สินเชื่อ Retail (สินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น บ้าน, SSMEs, SMEs) โดยเปิดให้ยื่นแสดงความสนใจเข้าร่วมการประมูลและรับแบบคำขอการจำหน่ายสินทรัพย์ไปเมื่อวันที่ 14-28 ต.ค.ที่ผ่านมา และยื่นซองประมูลเสนอราคาซื้อภายในวันที่ 27 พ.ย. 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AMC ประเมินแนวโน้มประมูลหนี้ แบงก์ตัดขายไม่มาก-นโยบายรัฐไม่กระทบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...