เขาค้อคึกคักหยุดยาว จองที่พักพุ่ง 90% ‘Overcoat’ ดันท่องเที่ยว-เงินสะพัดฐานราก
คอลัมน์: สัมภาษณ์
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อ เผยท่องเที่ยวเขาค้อช่วงวันพ่อและวันหยุดยาว 5-7 ธันวาคม 2568 ฟื้นตัวต่อเนื่อง ที่พักมียอดจองเฉลี่ย 80-90% โดยเฉพาะโซนใกล้งานอีเวนต์และคอนเสิร์ตที่เต็มก่อนถึงวันเดินทาง ชี้กระแสเที่ยวอย่างมีแผนและการเลือกจ่ายของนักท่องเที่ยวช่วยกระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่น ทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ รถเช่า และของฝาก ขณะที่เทศกาล “Overcoat” ส่งสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจปลายปี สร้างภาพจำเมืองท่องเที่ยวและเพิ่มการพักค้างในพื้นที่
นายชยัน ชาติอุดมพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อ เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจ ว่า ช่วงวันพ่อแห่งชาติและวันหยุดยาว 5-7 ธันวาคม 2568 บรรยากาศท่องเที่ยวเขาค้อมีความคึกคักเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย โดยกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวไทยกลับมาสู่รูปแบบการ “เที่ยวอย่างมีแผน” คือยังเดินทางท่องเที่ยว แต่มีการเลือกใช้จ่ายและเลือกจุดหมายปลายทางมากขึ้น
จากข้อมูลที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อสอบถามผู้ประกอบการหลายพื้นที่ พบว่า ที่พักส่วนใหญ่มีอัตราการจองในช่วงคืนหยุดยาวประมาณ 80-90% และในคืนวันเสาร์หรือช่วงที่มีงานอีเวนต์และคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ที่พักยอดนิยมส่วนมากเต็มล่วงหน้าแล้ว ประเภทที่พักที่ได้รับความนิยม ได้แก่ รีสอร์ตและโฮมสเตย์ขนาดกลาง-เล็กที่มีวิวภูเขาและทะเลหมอกเป็นจุดขายหลัก
ขณะที่บ้านพักเป็นหลังและพูลวิลล่าสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนมีความต้องการเพิ่มขึ้น เพราะเหมาะกับการทำอาหารและใช้เวลาร่วมกันในอากาศหนาว ที่พักที่มีอัตลักษณ์หรือ “สตอรี่” ชัดเจน เช่น เน้นงานคราฟต์ กาแฟ หรือแนวธรรมชาติ-รักษ์โลก ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดีเช่นกัน
โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นคนไทย โดยเฉพาะครอบครัวที่พาผู้สูงอายุและเด็กมาสัมผัสอากาศเย็น รวมถึงกลุ่มคนทำงานที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวสำหรับทริประยะสั้น 2-3 วัน ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมักเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่เช่ารถขับเอง และกลุ่มที่สนใจการถ่ายภาพ ธรรมชาติ และแคมปิ้ง
พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากปี 2566-2567 โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากจองที่พักใกล้วันเดินทางมากขึ้นเพื่อรอโปรโมชั่นและเช็กสภาพอากาศ การใช้จ่ายเน้นแบบ “เลือกจ่าย” เลือกร้านอาหารที่มีรีวิวดี คาเฟ่ที่มีจุดถ่ายภาพ และกิจกรรมที่มองว่าคุ้มค่า นอกจากนี้ยังนิยมเดินทางแบบ Road Trip ภายในจังหวัดเดียวกัน เช่น แวะเที่ยวเมืองเพชรบูรณ์ ขึ้นภูทับเบิก และใช้เขาค้อเป็นฐานพักหลัก
เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก
นายกสมาคมกล่าวต่อว่า หนึ่งทริปของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเขาค้อสร้างการหมุนเวียนรายได้ให้ผู้ประกอบการหลายกลุ่ม ทั้งร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ จุดชมวิว วัด แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ร้านของฝาก สินค้า GI งานคราฟต์ ตลอดจนรถนำเที่ยว รถเช่า และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ช่วงวันหยุดยาวจึงเป็นช่วงเวลาที่เม็ดเงินหมุนเวียนสูงที่สุดช่วงหนึ่งของปี โดยเมื่อรวมค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร-เครื่องดื่ม การเดินทาง ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าของฝาก ช่วยพยุงธุรกิจในพื้นที่ที่มีต้นทุนดำเนินงานตลอดทั้งปี
กลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในฤดูกาลนี้ ได้แก่ ผู้ประกอบการที่พักทุกระดับ ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝากที่ยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับช่วงโลว์ซีซั่น กลุ่มผู้ให้บริการเดินทางและขนส่ง รวมถึงชุมชนท้องถิ่นและเกษตรกรที่นำสินค้าเกษตรและงานหัตถกรรมมาจำหน่าย ช่วงไตรมาส 1/2569 ยังมีแนวโน้มดี เนื่องจากอากาศบนเขาค้อยังคงเย็นสบาย และหากมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น งานวิ่ง เทศกาลกาแฟ-ดนตรี หรือเวิร์กช็อปท้องถิ่นจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาซ้ำ
“Overcoat” ตัวดันท่องเที่ยวปลายปี-สร้างการจดจำแบรนด์เขาค้อ
ขณะที่ เทศกาลดนตรี “Overcoat” เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางช่วงต้นฤดูหนาว โดยทำหน้าที่คล้ายงานเปิดฤดู ทําให้ผู้คนจดจำภาพว่า “หน้าหนาวต้องมาฟังเพลง-เจอลมหนาว-ดูทะเลหมอกที่เขาค้อ” และดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่รวมถึงผู้ฟังเพลงที่ตั้งใจเดินทางมาร่วมงานโดยเฉพาะ
ที่พักบริเวณใกล้พื้นที่จัดงานและโซนโดยรอบมีอัตราการจองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักอย่างน้อย 1-2 คืน หลายรายเลือกมาถึงก่อนงาน 1 คืน และอยู่ต่ออีก 1 คืน ทำให้มีการใช้จ่ายในพื้นที่มากกว่าการเดินทางเฉพาะวันคอนเสิร์ตและกลับทันที
ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นครอบคลุมร้านอาหาร คาเฟ่ รถรับส่ง รถเช่า ร้านขายของฝาก ร้านขายเสื้อกันหนาว และผู้ประกอบการกิจกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งใช้เวลาท่องเที่ยววัด จุดชมวิว และแลนด์มาร์กต่าง ๆ ก่อนหรือหลังร่วมงานคอนเสิร์ต เทศกาลดังกล่าวยังช่วยเสริมอัตลักษณ์ของเขาค้อ เนื่องจากใช้ภาพภูเขา ทะเลหมอก และลมหนาวจริงเป็นฉาก ทำให้ประสบการณ์แตกต่างจากคอนเสิร์ตในเมืองใหญ่ และสะท้อนภาพเมืองท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ที่มีดนตรี กาแฟ คราฟต์ และวิถีชุมชนเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ปัญหาและความท้าทายของฤดูกาลนี้
นายชยันกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเส้นทางคมนาคมขึ้น-ลงเขาค้อมีสภาพดีขึ้นจากหลายปีก่อน แต่ช่วงวันหยุดยาวยังประสบปัญหาปริมาณรถจำนวนมาก ทั้งรถบัส รถตู้ และรถยนต์ส่วนตัว โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่าย ทำให้การจราจรชะลอตัว สมาคมจึงประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยววางแผนเวลาเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางลัดผ่านถนนแคบในหมู่บ้านที่ไม่เหมาะกับผู้ไม่ชินเส้นทาง
“สภาพถนนสายหลักโดยรวมดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน แต่ปัญหาคือปริมาณรถในช่วงเวลาเดียวกัน ช่วงหยุดยาวจะมีทั้งรถบัส รถตู้ และรถส่วนตัวขึ้น-ลงเขาค้อพร้อมกัน โดยเฉพาะช่วงสาย-บ่าย ทำให้การจราจรชะลอตัวในบางช่วง เราจึงพยายามสื่อสารให้นักท่องเที่ยววางแผนเส้นทางและเวลาเดินทางให้ดี และหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางลัดผ่านถนนเล็กในหมู่บ้านที่อาจไม่เหมาะกับคนไม่ชินทาง” นายชยันกล่าว
อีกประเด็นคือสภาพอากาศ โดยหมอกหนาในช่วงเช้าและกลางคืนส่งผลต่อทัศนวิสัย ขณะที่จุดชมวิวและคาเฟ่ยอดนิยมมีความหนาแน่นสูง จำเป็นต้องบริหารจัดการที่จอดรถและการจราจรใกล้พื้นที่นั้น สมาคมประสานงานกับตำรวจ อบต. ททท. และจิตอาสา เพื่อดูแลข้อมูลและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ต้นทุนผู้ประกอบการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรง ค่าวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง แต่ไม่สามารถปรับราคาได้เต็มที่ ผู้ประกอบการจึงต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ และเน้นเพิ่มคุณภาพบริการแทนการขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว เรื่องแรงงานยังเป็นความท้าทาย เนื่องจากแรงงานบางส่วนย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้หลายธุรกิจใช้พนักงาน Part-Time พนักงานฤดูกาล และเปิดรับเยาวชนในพื้นที่เข้ามาฝึกงาน โดยสมาคมให้ความสำคัญกับการอบรมทักษะบริการ ภาษา และทักษะดิจิทัล
แนวโน้มปลายปี-ต้นปีหน้า
สำหรับ High Season ช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า การประเมินไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนผู้เดินทาง แต่รวมถึงระยะเวลาการพัก ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป และการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่นในจังหวัด เขาค้อถูกใช้เป็นฐานพักสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากเดินทางสะดวกไปยังแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ภูทับเบิก เมืองเพชรบูรณ์ และเส้นทางธรรมชาติอื่น ๆ เทรนด์ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ได้แก่ Glamping/Camping คุณภาพดี การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชุมชน การท่องเที่ยวแนวสุขภาพ และ Workation ระยะยาว 4-7 คืน
มีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบวงรอบ “เขาค้อ-เมืองเพชรบูรณ์-ภูทับเบิก-แหล่งธรรมชาติอื่น” เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในจังหวัดนานขึ้น พร้อมสนับสนุนกิจกรรมพิเศษ เช่น เทศกาลกาแฟ งานวิ่งบนเขา การปั่นจักรยาน และเวิร์กช็อปงานคราฟต์และอาหารท้องถิ่น เขาค้อไม่มองภูทับเบิกหรือภูหินร่องกล้าเป็นคู่แข่ง แต่เป็นปลายทางร่วมในเส้นทางเดียวกัน โดยเขาค้อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพักผ่อนที่มีที่พักหลากหลาย ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมครบถ้วน
ข้อแนะนำนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว
ผู้ที่ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แนะนำให้ออกเวลา 08.00 น. จะเดินทางถึงเขาค้อช่วงบ่าย 2-3 โมง ซึ่งยังสามารถแวะจุดชมวิว วัด คาเฟ่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวได้ก่อนพระอาทิตย์ตก และไม่ต้องขับรถในช่วงมืด สำหรับการเดินทางกลับ ควรออกจากเขาค้อก่อนเย็นเพื่อลดความเสี่ยงจากหมอกและการขับรถในเวลากลางคืน
ไม่ควรใช้เส้นทางลัดผ่านถนนเล็กในหมู่บ้าน ซึ่งอาจมีความชันและไม่มีไหล่ทาง ควรใช้ถนนสายหลักที่มีป้ายชัดเจนและปลอดภัยกว่า หากการจราจรหนาแน่นควรเผื่อเวลาและหลีกเลี่ยงการแซงในทางโค้งหรือทางชัน
ด้านความปลอดภัยบนเขา ควรใช้เกียร์ต่ำขณะลงเขา หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกค้าง เปิดไฟหน้าเมื่อมีหมอกหรือทัศนวิสัยไม่ดี และจอดรถเฉพาะจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น รวมถึงพักผ่อนเพียงพอก่อนการขับขึ้น-ลงเขา
โดยในช่วงต้นเดือนธันวาคม อุณหภูมิบนเขาค้อในเวลากลางคืนและช่วงเช้าตรู่สามารถลดต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้า ผ้าพันคอ หมวกหรือฮู้ดกันลม และตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทาง ทั้งระบบเบรก ยาง หม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง ใบปัดน้ำฝน และไฟส่องสว่าง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชนได้อย่างครบถ้วน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เขาค้อคึกคักหยุดยาว จองที่พักพุ่ง 90% ‘Overcoat’ ดันท่องเที่ยว-เงินสะพัดฐานราก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net