โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สาวสุรินทร์ ปลูกดาวเรืองตัดดอก 1 ไร่ รับเงินสดทุกวัน ฟันรายได้เกือบแสน/เดือน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ก.ย 2565 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2565 เวลา 04.00 น.

คุณกุสุมา สายรัตน์ หรือ พี่เจ๋ม อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 13 ตำหนองใหญ่ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรสาวคนเก่ง ปลูกดาวเรืองตัดดอกขายเพียง 1 ไร่ สามารถสร้างรายได้เกือบแสนต่อเดือน แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จหญิงเก่งคนนี้บอกว่าไม่ง่าย ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนบอกว่าดาวเรืองเป็นพืชที่ปลูกง่าย สร้างรายได้ดีนั้น เป็นเรื่องจริงเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่มีประสบการณ์เท่านั้น ส่วนเกษตรกรมือใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่วงการนี้อย่าเพิ่งคิดถึงรายได้หลักแสน เพราะ “ดาวเรือง” นับเป็นพืชที่ดูเหมือนปลูกง่ายแต่ปราบเซียนมานักต่อนักแล้ว เพราะฉะนั้นในช่วงแรกของเกษตรกรมือใหม่อาจยังต้องใช้เวลาลองผิดลองถูก ค่อยเป็นค่อยไปก่อน แล้วประสบการณ์จะค่อยๆ นำพาเราไปสู่ความสำเร็จ

พี่เจ๋ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการปลูกดาวเรืองตัดดอกขายให้ฟังว่า อาชีพการปลูกดาวเรืองเป็นอาชีพเดิมที่พ่อกับแม่ทำมาก่อนแล้ว ตนรับหน้าที่เข้ามาสานต่อและพัฒนาต่อยอดเกี่ยวกับเทคนิคการเพิ่มผลผลิต และการทำตลาดโดยที่ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง หรือตลาดส่งใหญ่ๆ ด้วยเหตุผลที่ดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่ตลาดมีความต้องการอยู่ทุกวัน เหมือนกลายเป็นสินค้าจำเป็นไปแล้ว โดยเฉพาะในวันพระ ที่จะมีความต้องการสูงมากเป็นพิเศษ แต่ในอีกแง่มุมดาวเรืองก็เป็นพืชที่ราคาผันผวนสูง ขึ้น-ลง เหมือนกราฟหุ้นก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรผู้ปลูกดาวเรืองจำเป็นต้องมีประสบการณ์การทั้งในด้านการปลูก และการจัดการตลาดที่ดี หากทำทั้งสองข้อนี้ได้รับรองได้ว่า ต่อให้ราคาตลาดจะผันผวนอย่างไร แต่ปลูกยังไงก็ไม่ขาดทุน

รายได้ที่มากมาย

มาพร้อมกับความเสี่ยง

หลายท่านคงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับรายได้ของการปลูกดาวเรือง ที่ปลูกเพียง 1 ไร่ แต่สามารถสร้างเงินได้หลักแสน ในส่วนตรงนี้ พี่เจ๋ม อธิบายถึงข้อเท็จจริงว่า สามารถทำได้จริงๆ แต่สำหรับเกษตรกรที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการปลูกมาก่อนแล้ว เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น คือ 1. สภาพภูมิอากาศ หากปลูกในช่วงฤดูฝนจะมีความเสี่ยงมากกว่าปลูกในฤดูอื่นๆ เพราะดาวเรืองมีกลีบดอกหลายชั้น จึงทำให้อุ้มน้ำไว้ได้มาก หากเจอฝนและแดดสลับกันมากๆ จะส่งผลให้ดอกดาวเรืองได้รับความเสียหาย และเสียรายได้ในช่วงระยะการตัดมีดแรกไป 2. โรคและแมลงศัตรูของดาวเรืองมีทั้งเพลี้ยไฟ ไรแดง หนอนชอนใบ หนอนผีเสื้อกลางคืน โรคดอกเน่า และเชื้อรา เป็นต้น เพราะฉะนั้นผู้ปลูกต้องหมั่นสำรวจตรวจแปลงทุกวันอย่าให้ขาด เพื่อป้องกันและกำจัดได้ทันท่วงที 3. ระยะความห่างในการปลูกระหว่างต้น ความห่างระหว่างแปลง และจำนวนต้นที่ปลูกมีผลต่อการดูแลและจำนวนผลผลิตที่ออกมาเช่นกัน และ 4. สายพันธุ์ที่เลือกปลูกสำคัญมาก จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการปลูกดาวเรืองมามากพอสมควร ทำให้ได้รู้ว่าเมล็ดพันธุ์ของดาวเรืองแต่ละสายพันธุ์ให้ผลผลิตที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกสายพันธุ์ที่ปลูกให้เหมาะสมกับการใช้งาน และความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่ เช่น ถ้าหากลูกค้าต้องการนำไปทำบายศรี หรือกำดอกไม้ขาย จะต้องเลือกสายพันธุ์ที่ปลูกแล้วให้ดอกใหญ่ ดอกบาน แต่ถ้าหากเป็นลูกค้าที่ต้องการนำไปร้อยพวงมาลัย จะต้องการสายพันธุ์ที่ดอกกลม แน่น ไม่เสียทรง อยู่ได้นาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรไม่ควรละเลย

“วิกฤตสร้างโอกาส”

ปลูกเอง-ขายเอง กำไรมากขึ้น

พี่เจ๋ม บอกว่า ในช่วงเริ่มต้นของการปลูกดาวเรือง ตนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างหนัก จากที่เคยปลูกส่งให้กับปากคลองตลาดเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดโรคระบาดของไวรัสโควิด-19 ขึ้น เศรษฐกิจชะงัก ตลาดต้องปิด ค้าขายไม่ได้ ตรงนี้นับเป็นวิกฤตและโอกาสที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

“โอกาสที่พี่หมายถึงก็คือ เมื่อพี่ขายส่งให้ปากคลองตลาดไม่ได้ พี่ก็ต้องมานั่งคิดหาทางออก เพราะไหนจะดอกไม้ของตัวเอง และดอกไม้ของเครือข่ายอีกหลายแสนดอก พี่ก็ฮึดสู้ด้วยการเดินไปหาพ่อค้าแม่ค้าที่เขาขายดอกไม้กำ ว่าเขาสนใจจะรับดอกไม้เราไหม เรามีดอกไม้แบบนี้นะ พร้อมกับเอาตัวอย่างดอกไม้เราไปให้เขาดู เริ่มขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในอำเภอปราสาทก่อน แล้วค่อยๆ ขยับขยายเข้าไปตลาดในเมือง และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงที่พี่ได้ตัดสินใจสร้างกลุ่ม เฟซบุ๊กขายดอกดาวเรืองขึ้นมา เชื่อว่าพอพี่โพสต์ว่ามีดอกดาวเรืองขาย หลังจากนั้นมาไม่นานดอกไม้พี่ก็ไม่พอขายอีกเลย”

ซึ่งในส่วนตรงนี้ เชื่อว่าหลายท่านคงมีความสงสัยว่าความต้องการดอกดาวเรืองของคนในพื้นที่นั้น มีมากพอๆ กับการปลูกส่งปากคลองตลาดใช่หรือไม่ พี่เจ๋ม อธิบายเพิ่มเติมว่า ปริมาณความต้องการในพื้นที่อาจจะไม่มากเท่ากับการปลูกส่งให้ปากคลองตลาด แต่การปลูกเองขายเองให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ทำให้เหลือกำไรมากขึ้น เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์จะมีหมู่บ้านที่ร้อยพวงมาลัยขายโดยเฉพาะ แต่เขาไม่ได้ปลูกเอง จึงมีความจำเป็นต้องรับซื้อดอกดาวเรืองในปริมาณมากประมาณหลักหมื่นถึงหลักแสนดอก ต่อรอบการตัด และอีกหนึ่งข้อดีคือ นอกจากการที่ช่วยประหยัดค่าขนส่งทางไกลได้แล้ว ลูกค้าก็จะได้ดอกไม้ที่สดใหม่ เพราะใช้ระยะเวลาในการขนส่งน้อย สามารถเก็บเงินสดได้ทุกวัน

เทคนิคการปลูก ดาวเรือง

ให้เป็นที่ต้องการของตลาด

เจ้าของอธิบายถึงเทคนิคการปลูกดอกดาวเรืองให้ฟังว่า ปัจจุบันที่สวนของตนปลูกดาวเรือง จำนวน 1 ไร่ สามารถปลูกดาวเรืองได้ประมาณ 4,000-5,000 ต้น อยู่ในเกณฑ์ที่กำลังพอดีสำหรับการปลูกและทำตลาดเอง และเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

ดาวเรือง เป็นไม้ล้มลุกที่สามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่มีข้อแม้ว่าผู้ปลูกจะต้องเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับช่วงระยะเวลาที่นำมาปลูก เพราะบางสายพันธุ์ทนโรคเป็นพิเศษ จะเหมาะกับปลูกในฤดูฝน แต่บางพันธุ์จะเหมาะปลูกในช่วงฤดูร้อน ให้ดอกเยอะ ตรงนี้ต้องอาศัยประสบการณ์เข้าช่วย หากเป็นเกษตรกรมือใหม่ที่สนใจอยากปลูกจึงแนะนำให้ปลูกในช่วงตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน จะเป็นช่วงที่อากาศร้อน เหมาะกับการปลูกดาวเรืองที่สุด จะได้ผลผลิตเยอะ และง่ายต่อการดูแลรักษา

การเตรียมดิน ไถกลบ 1 ครั้ง พร้อมผสมน้ำหมักเพื่อปรับสภาพดิน และโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อราในดิน แล้วตากดินทิ้งไว้ 3 วัน จากนั้นทำการไถปั่นดินแล้วขึ้นร่องปลูกเฉพาะช่วงหน้าฝน แต่หากปลูกในหน้าร้อนไม่จำเป็นต้องขึ้นร่องสามารถปลูกได้เลย

การปลูก ก่อนปลูกรดน้ำในแปลงให้ชุ่ม รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักขี้วัว จากนั้นย้ายต้นกล้าที่มีอายุประมาณ 15-18 วัน ลงหลุมปลูก ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด จะส่งผลทำให้การเจริญเติบโตได้เร็ว ปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร

ระบบน้ำ เป็นระบบน้ำพุ่ง ในช่วงระยะ 15 วันแรก ให้น้ำทุกวัน วันละครั้ง เช้าหรือเย็นก็ได้ พอหลังจาก 15 วัน ไปแล้วต้นจะเริ่มโตขึ้นก็จะเพิ่มปริมาณการให้น้ำขึ้นมาเป็นทุกวัน ให้ทั้งเช้าและเย็น แต่ถ้าหากปลูกในฤดูฝนจะให้น้ำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การบำรุงใส่ปุ๋ย ในช่วง 4 สัปดาห์แรก จะมีการใส่ปุ๋ยหมักขี้วัวหมัก และขี้หม้อกรอง ทุกสัปดาห์ ปริมาณต้นละ 1 กำมือ พร้อมกับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เม็ด ปริมาณ 1 ช้อนชา ต่อต้น

จากนั้นเมื่อดอกเริ่มออก จะเปลี่ยนมาใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 8-21-21 เพื่อบำรุงดอก สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใส่จนกว่าจะไม่สามารถเก็บดอกได้

ปุ๋ยทางใบ ฉีดพ่นทุก 3 วัน ในช่วงแรกเน้นใส่ปุ๋ยสูตร 25-0-0 จากนั้นเมื่อเริ่มมีตุ่มดอกขึ้น จะเริ่มบำรุงด้วยแคลเซียมโบรอน, ไคโตซาน ช่วยควบคุมไข่หนอน, ไตรโคเดอร์มา ช่วยควบคุมเชื้อราที่จะเกิดขึ้น โดยการฉีดพ่น ให้ฉีดพ่นสลับกันตามความเหมาะสม เพราะสารชีวภัณฑ์บางชนิดไม่สามารถฉีดพ่นพร้อมกันได้

เทคนิคการเด็ดยอดสำคัญมาก สำหรับเทคนิคการเด็ดยอด ถือเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณดอก หรือเพิ่มจำนวนผลผลิตให้กับเกษตรกรได้ เพราะปริมาณดอกของมีดแรก จะขึ้นอยู่กับเทคนิคการเด็ดยอดว่าจะได้มากหรือน้อย วิธีการคือ การนับคู่ใบ ยกตัวอย่างของที่สวนจะเก็บไว้ 3 คู่ใบ เท่ากับว่าจะสามารถเก็บได้ 6 ดอก ซึ่งเวลาตัดในมีดถัดไป จำนวนดอกก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากมีดแรก ยิ่งถ้าหากเกษตรกรสามารถดูแลได้สม่ำเสมอเท่ากัน จะได้ผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจ ทั้งปริมาณและคุณภาพ

ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย

5,000-10,000 ดอก ต่อมีด
มีเท่าไหร่แม่ค้ารับหมด

พี่เจ๋ม อธิบายว่า สำหรับดาวเรืองใช้ระยะเวลาการปลูกนับหลังจากวันย้ายกล้าลงหลุมประมาณ 40-45 วัน ปลูกครั้งหนึ่งเก็บเกี่ยวได้นานหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา โดยปกติเกษตรกรทั่วไปจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ 13-16 มีด แต่สำหรับของที่สวนตนสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 20-25 มีด ที่มีผลสืบเนื่องมาจากการดูรักษาอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้เฉลี่ย 5,000-10,000 ดอก ต่อ 1 มีด 2 วัน เก็บ 1 ครั้ง แต่ถ้าในช่วงอากาศที่เหมาะสม ปลูกในช่วงฤดูร้อน ผลผลิตจะเพิ่มปริมาณขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า

ส่วนด้านการตลาด พี่เจ๋ม บอกว่า จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการมานานคือ ดาวเรือง เป็นดอกไม้ที่ต้องการความสม่ำเสมอทั้งผลผลิตและคุณภาพ หากเกษตรกรท่านใดส่งดอกไม้ที่ไม่มีคุณภาพและไม่มีความสม่ำเสมอให้กับแม่ค้าเพียง 1 ครั้ง ก็จะไม่สามารถส่งขายในตลาดนั้นได้อีกเลย เนื่องจากแม่ค้าจะมีการบอกปากต่อปากว่าสินค้าของแต่ละเจ้าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเกษตรกรควรมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และรักษาคุณภาพของผลผลิตให้สม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้จะทำให้สามารถมัดใจลูกค้าได้

“ตอนนี้ตลาดส่งดาวเรืองของพี่ส่วนใหญ่เป็นแม่ร้อยมาลัย เน้นดอกขนาดเบอร์ 3 และเบอร์ 4 เพราะสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ทั้งร้อยมาลัย หรือจะเอาไปกำขายก็สวย ที่สวนจึงเน้นจะเน้นปลูกสายพันธุ์ที่ให้ขนาดดอกที่ตลาดต้องการมากน้อย ส่วนไซซ์บายศรีก็ที่ตลาดมีความต้องการน้อยกว่า พี่ก็วางแผนการปลูกให้น้อยลงหน่อย บวกกับที่สวนพี่อยู่ติดถนนพี่ก็กำดอกไม้ และร้อยพวงมาลัยมาขายเอง ทุกวันพระ และวันโกน ถือเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่า จากปกติขายได้ดอกละ 1 บาท แต่พอมากำขายเองจะได้ราคาเพิ่มขึ้นมาเป็นดอกละ 2-3 บาท ทำให้พี่มีรายได้จากการขายดาวเรืองทั้งหมดต่อเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท แต่ถ้าช่วงไหนราคาดีพี่กันรายได้เกือบแสน”

ฝากถึง เกษตรกรมือใหม่

เตรียมตัวอย่างไร

“หลายคนพอเห็นรายได้สวยหรู ก็อยากที่จะทำบ้าง แต่เงื่อนไขคือเรามีประสบการณ์ในการปลูกจริงๆ ไหม เพราะดาวเรืองถ้าไม่มีประสบการณ์ในการปลูกถือว่ายาก เพราะกว่าพี่จะมีรายได้ขนาดนี้ พี่ใช้เวลาตั้งแต่แม่ปลูกมาประมาณ 7-8 ปี ตอนที่พี่ปลูกครั้งแรกก็ขาดทุนเพราะไม่มีประสบการณ์ ดังนั้น คนปลูกจะต้องเข้าใจนิสัยของพืช รู้ว่าช่วงไหนมีโรคอะไร หรือเอาง่ายๆ ดาวเรืองเป็นพืชที่ปลูกแล้วทิ้งแปลงไม่ได้ จะต้องเข้าไปดูทุกวันอย่าให้ขาด เพราะในเวลากลางคืนนี่แหละจะชอบมีแมลงมาวางไข่ หากเราไม่ลงแปลงแค่วัน เราก็ควบคุมไม่ทันแล้ว เพราะฉะนั้นรายได้ที่มากจะมาพร้อมกับความใส่ใจที่มากเสมอ” พี่เจ๋ม กล่าวทิ้งท้าย

ท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 099-623-9224 หรือติดต่อได้ที่ เฟซบุ๊ก : Jems Kusuma , kusuma Infinity

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...