แม็ค อนุสาวรีย์ ปล้นบ่อน เขย่าวงการสีกาสี กับคำถามบ่อนถูกกฎหมาย ?
ย้อนดูแรงสั่นสะเทือนวงการตำรวจ หลัง “แม็ค อนุสาวรีย์” ปล้นบ่อนย่านดินแดง กับคำถามบ่อนเสรีของไทย
วันที่ 26 สิงหาคม 2565 กรณี แม็ค อนุสาวรีย์ ฉายาของนักพนันที่เพิ่งก่อเหตุปล้นบ่อนย่านแฟลตดินแดง เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งกรณีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงการทำงานของผู้พิทักษ์สันดิราษฎร์ไทย ที่พร่ำบอกเสมอว่า “ไม่มีบ่อน ไม่มีการพนัน ไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย”
การปล้นบ่อนครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และไม่ได้จบที่โจรถูกจับหรือดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว แต่ลามไปถึงตำรวจในท้องที่ที่โดนคำสั่งโยกย้าย และวนกลับไปยังความพยายามของภาครัฐก่อนหน้านี้ ที่ต้องการผลักดัน “สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex)” หรือเรียกแบบง่าย ๆ ว่า “บ่อนถูกกฎหมาย” ให้เกิดขึ้นจริงในไทย
คำถามคือ แล้วคนไทยพร้อมจริงหรือ ? กับการเปิดบ่อนถูกกฎหมาย
คดีปล้นบ่อน ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก
“แม็ค อนุสาวรีย์” คือเพื่อนสนิท และลูกน้องของ “เสือ ดุสิต” ที่เคยก่อคดีปล้นบ่อนการพนันย่านสะพานใหม่มาแล้วเมื่อปี 2562 และได้เงินไปหลักหมื่นบาท ทั้ง แม็ค และเสือ มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา โดยเข้าไปเล่นการพนันที่บ่อนย่านดินแดงมาหลายครั้ง และเสียการพนันไปแล้วนับล้านบาท
การปล้นบ่อนของ “แม็ค อนุสาวรีย์” และ “เสือ ดุสิต” มีจุดที่คล้ายคลึงกัน คือ “เสียพนัน” โดยกรณีของแม็ค มาจากการที่เสียพนัน และทนไม่ได้ที่การ์ดของบ่อนมองข้าม ไม่ยอมยกมือไหว้ ขณะที่กรณีของ เสือ เป็นเพราะเสียการพนันเยอะ และเชื่อว่ามีการโกงพนันเกิดขึ้น จึงเข้าไปปล้นบ่อน เพื่อเอาเงินที่ถูกโกงคืนมา
คดีของ เสือ ดุสิต ศาลพิพากษาเมื่อธันวาคม 2563 ให้ยกฟ้อง เสือ และพวกรวม 4 ราย โดยศาลพิจารณาพยานหลักฐานและหักล้าง สรุปได้ว่า การที่จำเลยที่ 1 เอาเงินจำนวน 12,000 บาทคืนจากเงินกองกลางในวงพนัน ฟังได้ว่าเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 จับได้ว่าเจ้ามือเล่นโกงทำให้จำเลยที่ 1 เสียพนัน
การกระทำของจำเลยที่ 1 เชื่อว่าตนมีสิทธิอันจะพึงมีพึงได้เงินที่เสียพนันไปคืนมา โดยผู้เสียหายเป็นผู้มอบเงินอีก 3,500 บาทให้จำเลยที่ 1 โดยสมัครใจ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวก มีเจตนาทุจริตอันเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ จึงพิพากษายกฟ้อง พวกจำเลยไม่ต้องคืนเงินจำนวน 3,500 บาทแก่ผู้เสียหาย และริบปืนบีบีกันจำนวน 2 กระบอก
ทันทีที่ทั้ง 2 กรณีปล้นบ่อนเป็นข่าว ทางแก้ปัญหาลำดับแรก ๆ ที่เกิดขึ้นมาตลอด คือ การโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูงที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่นั้นๆ เพื่อตรวจสอบการว่ามีการปล่อยปละละเลยดูแลท้องที่หรือไม่ และรวบรวมหลักฐานเอาผิดเจ้าของบ่อน และเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เจอบ่อน หรือเจอสถานบันเทิงไม่มีใบอนุญาตเสมอมา
“เปิดบ่อนถูกกฎหมาย” คือทางออก ?
มีความพยายามของนักการเมืองที่ผลักดันให้เกิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทย เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ ดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ และแก้ปัญหาบ่อนผิดกฎหมาย แต่คนไทยส่วนหนึ่งยังมองว่า บ่อนถูกกฎหมาย อาจไม่ช่วยอะไร
นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธาน กมธ.สถานบันเทิงแบบครบวงจร คนที่ 2 เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ว่า คณะกรรมาธิการ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้เปิดบ่อนในพื้นที่ 5 ภาค ภาคละ 1 จังหวัด
และเชื่อว่าหากเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายได้ จะช่วยจะลดปัญหาการลักลอบเล่นการพนัน รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้จำนวนมาก รวมทั้งเชื่อว่าจะสามารถลดปัญหามาเฟียหรือผู้มีอิทธิพลคุมบ่อนผิดกฎหมายได้ โดยจะส่งรายงานข้อสรุปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาภายในพฤศจิกายนนี้
ขณะที่ผลสำรวจของประชาชนเกี่ยวกับการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมาย มีความเห็นที่แตกต่างกันไป โดยสวนดุสิตโพลได้สำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง 1,929 คน เมื่อปี 2564 พบว่า 50.70% ของกลุ่มตัวอย่างที่เห็นด้วยว่าให้เปิดบ่อนถูกกฎหมาย แต่มีเพียง 16.86% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้นที่จะเข้าใช้บริการ
ด้าน นิด้าโพล (NIDA Poll) สำรวจความเห็น “เห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอให้มีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,318 คน พบว่า 46.51% ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าเป็นการมอมเมาประชาชน อาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว ปัญหาหนี้สิน และปัญหาอาชญากรรม ขณะที่บางส่วนระบุว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธไม่ควร จะมีการพนันแบบถูกกฎหมาย
สอดคล้องกับการสำรวจทัศนคติคนไทยต่อการพนันของ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 6,977 ตัวอย่าง พบว่า 54.1% ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่เห็นด้วย ที่ไทยควรเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมาย
นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ให้ความเห็นว่า แม้ผลสำรวจสวนดุสิตโพล จะเห็นด้วยกับการเปิดบ่อนการพนันอย่างถูกกฎหมาย แต่ก็ต้องมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ไม่เช่นนั้นก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องตามแก้กันอีกในอนาคต
ขณะที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและอดีตนักธุรกิจ ผู้คร่ำหวอดในวงการสีเทามานาน เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของตนเอง ให้ความเห็นว่า ยิ่งมีบ่อนถูกกฎหมายเยอะ บ่อนผิดกฎหมายจะยิ่งเยอะตาม พร้อมทั้งแนะนำให้เข้าใจใหม่ว่า เปิดบ่อนเสรี บ่อนถูกกฎหมาย ใช่ว่าบ่อนเถื่อน บ่อนผิดกฎหมายจะหมดไป แต่สิ่งที่ต้องแก้คือ ปัญหาการรับส่วยกันเสียก่อน
ปัญหาการพนัน และการเปิดบ่อนการพนัน ยังเป็นสิ่งที่ตำรวจและภาครัฐต้องจัดการกันต่อไป รวมถึงศึกษาผลกระทบให้รอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาแบบไม่จบไม่สิ้นในอนาคต