โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รายงานฉบับใหม่ของสหประชาชาติชี้ ความไม่เสมอภาคทางเพศทำให้วิกฤติน้ำของโลกเลวร้ายยิ่งขึ้น

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 11.42 น.

แม้จะมีความคืบหน้าตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่ความไม่เสมอภาคทางเพศยังคงบ่อนเซาะความมั่นคงด้านน้ำของโลก และส่งผลกระทบอย่างไม่เป็นสัดส่วนต่อผู้หญิงและเด็กหญิง ซึ่งแม้โดยมากพวกเธอจะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดหาน้ำในครัวเรือน แต่ก็ยังถูกกีดกันจากบทบาทผู้นำและการบริหารจัดการน้ำ

ข้อความข้างต้นคือสาระสำคัญของรายงานการพัฒนาน้ำโลกของสหประชาชาติ (United Nations World Water Development Report: WWDR) ซึ่งจัดพิมพ์โดยยูเนสโก (UNESCO) ในนามของ UN‑Water รายงานฉบับนี้ระบุว่า ผู้หญิงเป็นผู้รับผิดชอบการจัดหาน้ำในครัวเรือนชนบทที่ไม่มีน้ำประปาใช้มากกว่าร้อยละ 70

“การทำให้แน่ใจว่าผู้หญิงมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและการบริหารจัดการน้ำคือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน เราต้องเร่งปกป้องและขยายหนทางที่ทำให้ผู้หญิงและเด็กหญิงเข้าถึงน้ำได้ เรื่องนี้ไม่เพียงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เมื่อผู้หญิงเข้าถึงน้ำอย่างเท่าเทียม ทุกคนก็ได้รับประโยชน์” คาเล็ด เอล‑เอนานี ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก กล่าว

“ถึงเวลายอมรับบทบาทสำคัญของผู้หญิงและเด็กหญิงในการแก้ไขปัญหาน้ำ ทั้งในฐานะผู้ใช้ ผู้นำ และมืออาชีพ เราต้องให้ผู้หญิงและผู้ชายบริหารจัดการน้ำเคียงคู่กันเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสังคม” อัลวาโร ลาริโอ ประธานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (IFAD) และประธาน UN‑Water กล่าว

รายงานการพัฒนาน้ำโลกของสหประชาชาติเผยแพร่เป็นประจำทุกปีเนื่องในวันน้ำโลก (World Water Day) รายงานปีนี้ในหัวข้อ “น้ำเพื่อทุกคน: สิทธิและโอกาสที่เท่าเทียม” เตือนว่าปัจจุบันยังมีผู้คนอีก 2,100 ล้านคนที่ขาดน้ำดื่มซึ่งได้รับการบริหารจัดการอย่างปลอดภัย โดยผู้หญิงและเด็กหญิงต้องรับภาระหนักที่สุด

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงและเด็กหญิงมักรับผิดชอบการจัดหาน้ำและการบริหารจัดการน้ำในครัวเรือน พวกเธอจึงต้องใช้แรงกายอย่างมาก สูญเสียโอกาสในการศึกษาและการทำมาหากิน เผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพ และมีความเปราะบางต่อความรุนแรงบนฐานเพศสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บริการด้านน้ำไม่ปลอดภัยหรือพึ่งพาไม่ได้

ผลการศึกษาสำคัญ

  • ทั่วโลก ผู้หญิงและเด็กหญิงใช้เวลารวม 250 ล้านชั่วโมงทุกวันเพื่อจัดหาน้ำ ซึ่งเวลาที่ว่านี้ควรนำไปใช้กับการศึกษา การพักผ่อน หรือกิจกรรมสร้างรายได้ เด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี (ร้อยละ 7) มีแนวโน้มถูกใช้งานให้จัดหาน้ำมากกว่าเด็กชายวัยเดียวกัน (ร้อยละ 4)

  • สุขอนามัยและสุขาภิบาลที่ย่ำแย่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็กหญิงหนักกว่า โดยเฉพาะในชุมชนแออัดในเมืองและพื้นที่ชนบท การขาดห้องน้ำและน้ำเพื่อสุขอนามัยประจำเดือนก่อให้เกิดความอับอายและการขาดเรียน/ขาดงาน วัยรุ่นหญิง (อายุ 15–19 ปี) ราว 10 ล้านคน ใน 41 ประเทศ ขาดเรียน ขาดงาน หรือเว้นกิจกรรมทางสังคมในช่วงปี 2559–2565

  • แม้ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการจัดหาน้ำในครัวเรือน การเกษตร การดูแลระบบนิเวศ และความยืดหยุ่นของชุมชน แต่ผู้หญิงยังคงมีสัดส่วนน้อยในการกำกับดูแล การเงิน การใช้ประโยชน์ และการตัดสินใจเรื่องน้ำ

  • แม้มีปฏิญญาและนโยบายด้านความเสมอภาคทางเพศมากมาย แต่ความก้าวหน้าในการเข้าถึงน้ำและสุขอนามัยอย่างเสมอภาค ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการบริหารจัดการน้ำยังไม่เพียงพอ เนื่องจากการบูรณาการปฏิญญา/นโยบายเหล่านั้นเข้าสู่แผนปฏิบัติการยังไม่เข้มแข็ง

  • ความไม่เสมอภาคทางเพศในการถือครองที่ดินและทรัพย์สินส่งผลโดยตรงต่อผู้หญิงในการเข้าถึงน้ำ สิทธิเรื่องน้ำมักผูกกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงน้ำเพื่อการผลิต เช่น การเกษตร กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินที่เลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงทำให้ผู้หญิงเสียเปรียบทางสังคมและเศรษฐกิจ ในบางประเทศ ผู้ชายถือครองที่ดินได้มากกว่าผู้หญิงสองเท่า

  • ผู้หญิงยังคงมีสัดส่วนน้อยในการกำกับดูแลและการบริหารจัดการน้ำ ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณูปโภค 64 แห่ง ใน 28 ประเทศรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง ระบุว่าแรงงานภาคน้ำที่เป็นผู้หญิงมีน้อยกว่าหนึ่งในห้าและได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชาย (ธนาคารโลก, 2562) ในช่วงปี 2564/2565 ข้อมูลจาก 79 ใน 109 ประเทศที่ตอบการสำรวจระบุว่า มีผู้หญิงทำงานในตำแหน่งงานด้านน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัยในหน่วยงานรัฐน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของตำแหน่งทั้งหมด และตัวเลขนี้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ในเกือบหนึ่งในสี่ของประเทศที่ตอบการสำรวจ (องค์การอนามัยโลก, 2565)

ความไม่เสมอภาคทางเพศในภาวะวิกฤติ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนน้ำ และภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำและอุตุนิยมวิทยากำลังซ้ำเติมสถานการณ์ความไม่เสมอภาคทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือเสี่ยงต่อภัยพิบัติ เพศสภาพยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของระดับความเปราะบาง การเผชิญความเสี่ยง การเข้าถึงระบบเตือนภัยล่วงหน้า การสนับสนุนการฟื้นฟู และความมั่นคงในการทำมาหากินในระยะยาว หลักฐานชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบอย่างไม่ได้สัดส่วนต่อผู้หญิง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ครัวเรือนที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้ามีรายได้ลดลงร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีผู้ชายเป็นหัวหน้า ขณะที่ชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์ของผู้หญิงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 55 นาทีเมื่อเทียบกับผู้ชาย

อ่านรายงาน

ข้อเรียกร้องเพื่อปิดช่องว่างทางเพศว่าด้วยการเข้าถึงน้ำและบทบาทนำเรื่องน้ำ

รายงานฉบับนี้เสนอข้อแนะนำเชิงรูปธรรมเพื่อผลักดันความคืบหน้า อาทิ

  • ขจัดอุปสรรคด้านกฎหมาย โครงสร้าง และการเงิน ที่กีดกันสิทธิเท่าเทียมของผู้หญิงในเรื่องน้ำ ที่ดิน และบริการที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่มงบประมาณและการเงินที่คำนึงถึงมิติด้านเพศสภาพ พร้อมกลไกความรับผิดชอบที่เข้มแข็ง
  • ลงทุนจัดทำข้อมูลด้านน้ำที่จำแนกตามเพศ เพื่อเปิดเผยมิติความไม่เสมอภาคและชี้นำการกำหนดนโยบาย
  • ให้คุณค่าแรงงานด้านน้ำที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ในการวางแผน การกำหนดราคา และการตัดสินใจด้านการลงทุน
  • ส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทนำและเสริมสร้างทักษะเชิงเทคนิค โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
  • ก้าวข้าม “ทางออกต้นทุนต่ำ” ที่อาศัยแรงงานไร้ค่าตอบแทนและยิ่งซ้ำเติมความไม่เสมอภาค
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...