BCPG แนะนำ “ซื้อ” เป้า 10.00 บาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BCPG CGSI แนะนำ “ซื้อ” เป้า 10.00 บาท
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 722 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 373% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 1% จากไตรมาสก่อน โดยผลประกอบการสูงกว่าประมาณการของเรา 7% จากรายได้ที่สูงกว่าคาด
ปัจจัยสำคัญมาจากการรับรู้รายได้จำนวน 345 ล้านบาท จากโครงการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ในช่วงเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ช่วงปลายไตรมาส แม้บริษัทจะรับรู้ค่าใช้จ่ายในจำนวนเดียวกัน
ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 630 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218% (YoY) แต่ลดลง 26% (QoQ) จากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับประโยชน์จากรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีจำนวนวันหยุดซ่อมบำรุงลดลง
นอกจากนี้ บริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป.ลาว รวมถึงบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก 92 ล้านบาทในไตรมาสนี้
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมองว่า BCPG มีรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (CP) ที่ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570-2571 อีกทั้งยังมีอัตรากำไร EBITDA แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 0.5 เท่า ในช่วงปี 2569-2571 และคาดว่า ROE จะทรงตัวที่ระดับ 7%
ด้านรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% (YoY) และ 16% (QoQ) โดยมีแรงหนุนจากรายได้ของโครงการ District Cooling System รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว รวมถึงธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล จึงหักล้างผลบวกบางส่วน
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 21.1% จาก 26.6% ในไตรมาส 1/2568 และ 40.2% ในไตรมาส 4/2568 จากผลประกอบการโรงไฟฟ้าในลาวที่อ่อนตัวลงตามฤดูกาล
ขณะที่สัดส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 11.7% เทียบกับ 15.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 20.9% ในไตรมาสก่อน โดยการลดลงจากไตรมาสก่อนเกิดจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่อยู่ในระดับสูงตามฤดูกาลในไตรมาส 4
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118% (YoY) และ 1% (QoQ) จากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่ได้รับประโยชน์จากค่าความพร้อมจ่ายที่อยู่ในระดับสูง
เราคาดว่า BCPG จะยังมีกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2571 จากการล็อกสัญญาค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ไว้จนถึงปี 2571 ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ ทำให้กำไรรายไตรมาสมีเสถียรภาพและกระแสเงินสดมีความชัดเจนมากขึ้น
เราคงราคาเป้าหมาย BCPG ที่ 10.00 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF ภายใต้สมมติฐาน Risk-free Rate 2.1%, Market Risk Premium 6.9% และ WACC 5%
ปัจจัยบวกเพิ่มเติม ได้แก่ ค่าความพร้อมจ่ายที่สูงต่อเนื่อง และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่เร็วกว่าคาด ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือความล่าช้าของโครงการ และความเป็นไปได้ที่ค่าความพร้อมจ่ายจะปรับลดลงอย่างรวดเร็ว