OR-เซ็นทรัลเปิดศึกความงาม ประชันสินค้าเอ๊กซ์คลูซีฟชิงตลาด 2.9 แสนล้าน
OR-เซ็นทรัลรีเทล สองยักษ์หน้าใหม่วงการสุขภาพ-ความงาม ระเบิดศึกชิงตลาด 2.9 แสนล้าน โตสวนเศรษฐกิจ 5-7% ต่อปี มั่นใจคนไทยไม่หยุดสวยรักสุขภาพ ส่งแบรนด์ค้าปลีก found & found ปะทะ LOOKS สปีดสาขา ทั้งกทม.-ตจว. พร้อมประชันสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์เกาหลี-ญี่ปุ่น ราคา
จับต้องได้ใกล้เคียงบินไปซื้อเอง หวังขึ้นท็อปวงการค้าปลีกสุขภาพ-ความงาม
นางพักร์วิมล สตะเวทิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการค้าปลีก LOOKS บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ตลาดสินค้าความงามมีศักยภาพสูงมาก สะท้อนจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นถึง 3 เท่า ขณะที่ตลาดสินค้าความงามไทยปี 568 ที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึงประมาณ 180,000 ล้านบาท จากผู้เล่นหลายรายที่มีสาขารวมกันกว่า 2,000 สาขา และคาดว่าจะเติบโตปีละ 5-7% จนมีมูลค่าถึง 290,000 ล้านบาท ภายในปี 2577
โดยกลุ่ม Masstige (Mass + Prestige) หรือผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้เป็นกลุ่มที่โดดเด่นและเป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจ เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้สินค้าในกลุ่มที่มีคุณภาพ ราคาจับต้องได้เป็นที่ต้องการมากขึ้น ส่วนการใช้จ่ายเฉลี่ยของผู้บริโภคอายุ 20-40 ปีอยู่ที่ 1,000-1,500 บาทต่อใบเสร็จ
ขณะเดียวกันยอดขายของ LOOKS ทั้งที่อยู่ในร้านท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อท็อปส์เดลี่ในปี 2568 โตในระดับ 2 ดิจิตเมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า เช่นเดียวกับจำนวนผู้ใช้บริการในร้านที่เพิ่มขึ้นระดับ 2 ดิจิตเช่นกัน
“ข้อมูลนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยยังคงดูแลตนเอง รวมถึงอาจเป็นโอกาสดึงดูดผู้บริโภคด้วยความคุ้มค่า”
ผุดสแตนด์อะโลนสปีดรายได้
นางพักร์วิมลกล่าวต่อไปว่า เพื่อต่อยอดกระแสมาสร้างการเติบโต บริษัทจึงแยกโซน LOOKS ที่เคยอยู่ในท็อปส์ออกมาเป็นร้านค้าสแตนด์อะโลนขนาด 200 ตร.ม. ถึง 500 ตร.ม. เน้นปักธงทำเลในห้างค้าปลีกทราฟฟิกสูง หรือใกล้สถานศึกษา ภายใต้คอนเซ็ปต์ยกระดับจากพื้นที่จำหน่ายสินค้าสู่ Beauty & Wellness Destination
โดยเตรียมเปิดสาขาแรกที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นี้ เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าครอบครัวรุ่นใหม่และกำลังซื้อในโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่เติบโตต่อเนื่อง
พร้อมเป้าหมายภายใน 3 ปี หรือปี 2571 จะสปีดสาขาเพิ่มอีก 100 สาขา ในทุกฟอร์แมตทั้งช็อปอินช็อป และสแตนด์อะโลน รวมเป็น 200 สาขา แบ่งเป็น 70% ใน กทม.และปริมณฑล ส่วนระยะยาวอาจขยายไปต่างประเทศด้วย
“เราเชื่อว่าหากลูกค้ามีเวลาเลือกสินค้าสุขภาพ-ความงามนานขึ้น จะช่วยเพิ่มการจับจ่ายต่อใบเสร็จให้สูงขึ้นอีก ซึ่งโมเดลสแตนด์อะโลนจะทำให้ผู้บริโภคมีเวลาเลือกซื้อได้เต็มที่กว่าช็อปอินช็อปในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ”
ระดมสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ
โดย LOOKS โมเดลสแตนด์อะโลนจะวางจุดเด่น 3 ด้านคือ ไลน์สินค้าสุขภาพ-ความงามที่คัดมาเป็นพิเศษรวมกว่า 5,000 SKU แบ่งเป็น 50% นำเข้าจากเกาหลี, ยุโรป, อเมริกาและออสเตรเลียประมาณอีก 35% เป็นสินค้าแบรนด์ไทย และ 15% เป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ plu x Hello Kitty และ DERMAFACTORY รุ่น PDRN 4% เป็นต้น ทั้งนี้จะมีสินค้าใหม่กว่า 3,000 SKU ต่อปีอีกด้วย
ควบคู่กับความคุ้มค่าในราคาจับต้องได้ใกล้เคียงหรือเท่ากับการบินไปซื้อเองที่เกาหลีใต้ ซึ่งอาศัยขนาดธุรกิจของท็อปส์ต่อรองกับซัพพลายเออร์ รวมถึงร่วมมือกับ COSMAX ผู้ผลิตสินค้าความงามสัญชาติเกาหลีใต้นำเข้าสินค้าโดยตรง และร่วมพัฒนาสินค้าโอนแบรนด์ทำให้ได้ราคาต่อหน่วยที่ดีที่สุดและได้สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่คู่แข่งไม่มี
“ผู้บริโภค Gen Z ยังให้ความเชื่อมั่นกับการรีวิวของ KOL หรือผู้ใช้งานรายอื่นมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่นำแบรนด์ใหม่ที่คนชอบและคู่แข่งยังไม่มีเข้ามาทำตลาด”
นอกจากนี้ยังเน้นประสบการณ์ช็อปปิ้งในร้านที่ง่าย สนุก และตรงกับความต้องการ
ด้วย Solution Bar ที่นำเสนอบริการ LOOKS Beauty Specialist จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะบุคคล เช่น ผิวแพ้ง่าย โดยจะตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านให้เห็นเด่นชัด
มั่นใจ New Growth Engine
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ย้ำว่า ทิศทางธุรกิจใหม่ของ LOOKS นี้ เป็นก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การขยายพอร์ตธุรกิจ (Diversify) ของท็อปส์ จากผู้นำด้าน Food Retail สู่การรุกตลาด Beauty Retail อย่างเต็มตัว พร้อมผลักดันให้ LOOKS เป็น New Growth Engine ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท
สปีดครบ 500 สาขาสิ้นปี’73
ไปในทิศทางเดียวกับ OR ซึ่ง นายณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด (ORHW) ผู้บริหารเชนร้านค้าปลีกสินค้าสุขภาพ-ความงามแบรนด์ found & found กล่าวว่า อีกโอกาสในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าสุขภาพ-ความงามของไทยคือ แม้ตลาดจะมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ผู้เล่นรายใหญ่ยังมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10-15% เท่านั้น
ขณะเดียวกันผู้บริโภคนิยมทดลองสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยกลุ่มอายุ 30-40 ปีขึ้นไปจะนิยมสินค้าญี่ปุ่น ส่วนกลุ่มวัยรุ่นสนใจสินค้าเกาหลี จึงยังมีช่องว่างอีกมากให้ผู้เล่นใหม่เข้ามาได้
ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ปี 2569 นี้ บริษัทจะเดินหน้าสปีดสาขา found & found ตามเป้าหมายปี 2573 ที่จะมีสาขา 450-500 สาขา และติดท็อป 5 ของแบรนด์ร้านค้าปลีกสุขภาพ-ความงาม สำหรับปี 2569 นี้เดินหน้าขยายสาขาอีก 45 สาขา เน้นทำเลอาคารสำนักงาน และคอมมิวนิตี้มอลล์ทั้งกลางกทม. ปริมณฑล รวมถึง ตจว. เช่น ชะอำ ซึ่ง 4 เดือนที่ผ่านมาเปิดไปแล้ว 9 สาขา เดือนพฤษภาคมนี้จะเพิ่มอีก 4 สาขา ทำให้เหลืออีก 20 สาขา ก่อนที่ปี 2570 จะเร่งสปีดการเปิดสาขาให้เร็วขึ้นอีก ซึ่งคาดว่าจะสามารถแตะ 100 สาขาได้
หลังช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทดลองปักธงสาขาหลากหลายโมเดลในหลากหลายทำเล จนได้โมเดลเหมาะสมกับแต่ละทำเลแล้ว โดยเน้นความหลากหลายให้สามารถเจาะได้ทุกทำเล ตั้งแต่ไซซ์มินิ 20 ตร.ม. ไปจนถึง 80-150 ตร.ม. วางขายสินค้าได้สูงสุด 5,000 รายการ
“เรามองโมเดลสำหรับเปิดในห้างหรือศูนย์การค้าไว้เช่นกัน แต่ยังต้องปรับอีกมาก เพราะใช้พื้นที่เยอะ แต่ก็ช่วยสร้างการจดจำควบคู่กับการขาย ปัจจุบันจึงมีเพียงสาขาในเดอะมอลล์ บางแค เท่านั้น”
เน้นครบจบที่เดียว
นายณัฐพลกล่าวต่อไปว่า จุดเด่นของ found & found จะเป็นโพซิชั่นศูนย์รวมสินค้าสุขภาพความงามแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีแบบครบจบที่เดียว และสินค้าที่ผู้เล่นรายอื่นไม่มี ด้วยไลน์อัพสินค้า 5,000 SKU จากประมาณ 160-170 แบรนด์ในแต่ละประเทศ ในราคาต่างจากการบินไปซื้อที่ญี่ปุ่นและเกาหลีไม่เกิน 10-15% รวมถึงบางตัวราคาเท่ากัน รวมถึงมีสินค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Drip Tune
ทั้งนี้อาศัยการจับมือพันธมิตรกับซัพพลายเออร์และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในเกาหลีและญี่ปุ่น นำเข้าสินค้าโดยตรงช่วยให้ได้ต้นทุนที่ดี
นอกจากนี้ยังเสริมจุดเด่นด้านบริการ เพื่อจูงใจผู้บริโภคให้มาจับจ่าย แทนการบินไปซื้อเอง โดยอาศัยทีมพนักงานที่เทรนด์มาให้สามารถให้ข้อมูลสินค้าทุกตัวได้ชัดเจน ไม่แบ่งแยกแบรนด์ ช่วยตอบโจทย์ความสะดวกและความเชื่อมั่นมากกว่าการบินไปซื้อเอง ซึ่งอาจสอบถามข้อมูลกับพนักงานขายได้ยาก
การตลาดออนไลน์ 100%
ด้านการตลาดปี’69 นี้จะสื่อสารผ่านออนไลน์แบบ 100% เพราะผู้บริโภครับสื่อออนไลน์ เน้นเมสเสจสินค้าญี่ปุ่น-เกาหลีเจอครบจบที่ Found & Found คู่กับเทคนิคการขายสินค้าแบบ Rutine 5 ขั้นตอนซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะตัว ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้สินค้าความงามให้สามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
พร้อมกับดึงผู้บริโภคเข้าสู่ระบบสมาชิกบน LINE OA ที่เชื่อมต่อกับฐานสมาชิก PTT Blue Card ด้วยเพื่อจัดโปรโมชั่นและรวบรวมข้อมูลอินไซต์มาต่อยอด อาศัยโปรโมชั่นที่ใช้ได้ทันทีเมื่อสมัครสมาชิก เช่น คูปองส่วนลด 50 บาทเมื่อซื้อครบ 399 บาท และกิจกรรมร่วมสนุกรับส่วนลด เป็นต้น ทั้งนี้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกจาก 60,000 เป็น 100,000 รายภายในสิ้นปี’69 นี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : OR-เซ็นทรัลเปิดศึกความงาม ประชันสินค้าเอ๊กซ์คลูซีฟชิงตลาด 2.9 แสนล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net