“ราคาน้ำมันดิบโลก” รีบาวด์ 3% เบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ นักลงทุนยังกังวลสงคราม
"ราคาน้ำมันดิบโลก" รีบาวด์ 3% เบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ หลังวานนี้ดิ่งกว่า 10% จากข่าวเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน โดยตลาดยังคงไม่เชื่อว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายในเร็ววัน
วันที่ 24 มี.ค. 2569 เวลา 08.49 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายในตลาดเอเชียวันอังคาร หลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า โดยนักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก
*สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3% มาอยู่ที่ 102.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 3.6% มาอยู่ที่ 91.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ โดยน้ำมันเบรนท์ลดลงประมาณ 11% มาอยู่ใกล้ระดับ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคยพุ่งขึ้นเหนือ 112 ดอลลาร์ในวันศุกร์*
การร่วงลงของราคาน้ำมันก่อนหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุใน Truth Social ว่า สหรัฐและอิหร่านได้มีการหารือกันอย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการยุติความเป็นปรปักษ์ในตะวันออกกลาง และเขาได้สั่งเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น
อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในวันอังคารสะท้อนว่านักลงทุนยังคงสงสัยเกี่ยวกับคำกล่าวของทรัมป์ โดยอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ความเสี่ยงที่สงครามจะยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดกังวล
นักเศรษฐศาสตร์จาก Interactive Brokers ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับตัวขึ้น แต่ราคาน้ำมันยังคงฟื้นตัวจากระดับต่ำ หลังอิหร่านปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐ โดยความกังวลสำคัญของตลาดยังคงอยู่ที่ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและการขนส่งน้ำมัน
นอกจากนี้ตลาดยังคงกังวลว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ต้นทุนพลังงานสูงกว่าช่วงต้นปี แม้ว่าจะมีข้อตกลงทางการเมืองเกิดขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณ 20% ของโลก แต่หลังสงครามเริ่มขึ้น อิหร่านได้หยุดการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบทั้งหมด ก่อนที่สื่อของรัฐอิหร่านจะรายงานว่าอิหร่านอาจอนุญาตให้เรือเดินทางผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย ยกเว้นเรือที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่อิหร่านถือว่าเป็นศัตรู
อ้างอิง : www.cnbc.com