'รัฐ-เอกชน' รวมพลังขับเคลื่อนประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตพลังงานโลก
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ดูเหมือนจะมีความยืดเยื้อ มาตรการรับมือในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน นอกจากจะให้เร่งจัดหานํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติแล้ว การประหยัดพลังงานของทุกภาคส่วนล้วนเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศรอดพ้นวิกฤตในช่วงนี้ไปได้อีกทางหนึ่ง
ล่าสุดทางกระทรวงพลังงาน ได้เปิดตัวกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ชี้ให้เห็นว่า การประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์การประหยัดพลังงานของกระทรวงพลังงานต่อสาธารณชน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งมาตรการที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและเริ่มดำเนินการแล้ว
อาทิ การขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง รวมถึงโรงงานและอาคารควบคุมทั่วประเทศ ให้ลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรการต่างๆ ที่สำคัญ เช่น ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐให้ได้ 10% การเปิด Energy Clinic ให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับทุกภาคส่วน การขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ การ Work From Home (WFH)
การใช้ไฟฟ้าและนํ้ามันเท่าที่จำเป็น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้นํ้ามันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน
นอกจากมาตรการในภาครัฐแล้ว กระทรวงพลังงาน ยังได้รับความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจและพันธมิตรเอกชน อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในการออกแคมเปญสนับสนุนภาคประชาชนและธุรกิจ โดย กฟผ. ได้จัดโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ” ด้วยการมอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 เครื่อง
โครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์ โครงการล้างคอนเดนเซอร์เครื่องทำความเย็นในอาคารภาครัฐ จำนวน 93 แห่ง และการสนับสนุน ENZY Platform สำหรับบริหารจัดการพลังงานในอาคารภาครัฐในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ขณะที่ ปตท. (PTTOR) ให้ความร่วมมือในการรณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนสินเชื่อด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพและใช้พลังงานทดแทน ลดต้นทุนระยะยาวอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือในการประกาศเจตนารมณ์จากผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการร่วมมือประหยัดพลังงานอีกด้วย
นายอรรถพล ยํ้าให้เห็นว่า ในสภาวะวิกฤตด้านพลังงานเช่นนี้ กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2" ที่กระทรวงพลังงานจัดขึ้น เพื่อประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์ ผ่านการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งอาคารธุรกิจ โรงงาน ภาคขนส่ง รวมถึงภาคประชาชน ให้ร่วมกันดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส การดูแลรักษาระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์สำนักงาน
ขณะที่กระทรวงพลังงาน กฟผ. ปตท. และสถาบันการเงิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการประกาศเจตนารมณ์ในการประหยัดพลังงาน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและไม่ควรตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้ “ตระหนัก” ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
จากคอลัมน์ Circular Economy ชีวิตดี เริ่มที่เรา โดย : กรีนเดย์