นายกฯ ยันพรก.กู้4แสนล.ประกาศใช้แล้ว ยินดี”ทักษิณ” พักโทษ
นายกฯ ยินดี ”ทักษิณ“ พักโทษ 11 พ.ค. นี้ บอกยังเคารพ เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ระบุ กรุงเทพฯ แคบแค่นี้ คงมีโอกาสได้พบกัน ยัน พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว ยันจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อปชช. ไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้พักโทษและออกจากเรือนจำ ในวันที่ 11 พ.ค. นี้ ว่า ตนก็เคารพนับถือ และเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่านมา 20 กว่าปี มีความผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวท่านด้วย
ส่วนจะมีโอกาสไปปรึกษาในเรื่องที่ นายทักษิณ มีความเชี่ยวชาญบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่ตนว่าให้ท่านออกมา ให้ท่านได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวของท่าน ยังไงกรุงเทพก็แคบอยู่แค่นี้ เดี๋ยววันใด วันนึงก็อาจจะมีโอกาสได้พบกัน ตามโอกาสต่างๆ แล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ที่ท่านจะออกมาใหม่ๆ ก็เหมือนยังคงเป็นการพักโทษอยู่ ซึ่งยังมีข้อจำกัดและยังคงไม่สะดวก ให้คนภายนอกครอบครัวไปพบ
ทั้งนี้ ยังมีการวิเคราะห์ว่านายทักษิณจะไม่วางมือทางการเมือง และจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่คิดไกลถึงขนาดนั้น ยังไงท่านก็เป็นคนที่ตนให้ความเคารพ
นอกจากนี้ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึง พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. (พ.ร.ก. กู้เงินฯ) ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันเดียวกันนี้ ว่า ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนและนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รวมถึงรัฐมนตรีทั้งหลายที่กำกับดูแลใช้งบประมาณโดยตรงจะใช้ความเข้มงวดในการดำเนินการอย่างเต็มที่ เงินเหล่านี้เมื่อถูกใช้ก็จะถูกส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชน ไม่มีโครงการอะไรต่างๆมาขั้นกลางกับสิ่งที่เราจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนทำให้คุณภาพชีวิต ค่าครองชีพ และปากท้องได้รับการแก้ไขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนที่จะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นฟ้องศาลจะทำให้โครงการที่ใช้งบนี้สะดุดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตามกฎหมายเลย เรื่องนี้ได้มีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันนี้แล้ว จากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของตน
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชกำหนดฉบับนี้ลงมาแล้ว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจากนี้ไปผมต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ จะดีจะร้าย จะได้ผลหรือไม่ได้ผล ผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาในแนวทางที่ดีมีประโยชน์ เกิดคุณประโยชน์และและรับรองได้ว่า ไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์อย่างเดียว รัฐมนตรีทุกคนในครม.ของผมในฐานะที่ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบว่าจะต้องมีการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ออกมา ก็จะช่วยกันสอดส่องดูแลในการใช้งบประมาณก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและพี่น้องประชาชน“ นายอนุทิน กล่าว
พร้อมกันนี้ นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
(ก.พ.ค.) มีมติเสียงข้างมากกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โยกย้ายนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมิชอบ และทั้ง 2 คนจะฟ้องปลัดกระทรวงมหาดไทย จะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ ว่า ไม่มีเลย คนละเรื่อง ตรงนั้นเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจ และเป็นเรื่องกรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระ ซึ่งมติ ก.พ.ค.ออกมาอย่างไรผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการตามแนวทาง ตามขั้นตอนต่อไปได้ ซึ่งไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อยที่จะมากระทบการทำงานในกระทรวงมหาดมาไทย
“เอาง่ายๆว่าผมไม่เกี่ยว ผมยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ ฉะนั้นทุกคนต้องทำตามนโยบาย ข้อสั่งการในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน นี่คือสิ่งที่จะเกี่ยวข้องเท่านั้น”
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นกาวใจให้ทั้ง 3 คนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตน อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าเป็นกาวก็คงเป็นกาวที่หมดอายุแล้ว เป็นเรื่องของบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน ถ้าตนเข้าไปเกี่ยวจะกลายเป็นเรื่องงาน กลายเป็นก้าวก่าย ถ้ามันจะโดนก็จะโดนเรื่องก้าวก่าย ตนคงไม่อยากเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่อีกคน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews