โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเสี่ยงขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จากพิษสงครามตะวันออกกลาง

Thairath Money

อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 02.31 น.
ภาพไฮไลต์

ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account : CA) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการวัดสุขภาพเศรษฐกิจด้านต่างประเทศ องค์ประกอบสำคัญของ CA คือ ดุลการค้าและดุลบริการ รวมถึงมีส่วนประกอบอื่นอย่างดุลรายได้และดุลเงินโอน ซึ่งสะท้อนปัจจัยอื่น ๆ เช่น รายได้และรายจ่ายในการลงทุนระหว่างประเทศ ค่าตอบแทนแรงงาน เป็นต้น หากประเทศมี CA เกินดุล สะท้อนว่าประเทศมีรายได้เงินตราต่างประเทศเข้ามากกว่ารายจ่ายเงินตราต่างประเทศ หาก CA ขาดดุลย่อมหมายถึงรายจ่ายออกไปต่างประเทศที่มากกว่ารายได้

ตัวชี้วัดนี้มีความสำคัญกับไทยสูง เนื่องจากไทยเป็นเศรษฐกิจเปิดที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศสูงมาก สะท้อนจากระดับการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศ (Trade openness) หรือผลรวมของมูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการที่สูงถึง 137% ของ GDP ในปี 2567 สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 57% และสูงเป็นอันดับที่ 30 จาก 196 ประเทศในโลก

ในอดีตไทยเกินดุล CA อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงก่อนวิกฤติโควิด เช่น ในปี 2562 ไทยเกินดุล CA มากถึง 3.83 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ CA กลับมีแนวโน้มแย่ลงมากในช่วงหลังวิกฤติโควิด โดยลดเหลือเพียง 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 และมีแนวโน้มจะถูกซ้ำเติมจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงกำแพงภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ที่จะกระทบการส่งออก ทำให้ไทยมีความเสี่ยงที่จะขาดดุล CA ในปีนี้อีกครั้ง ซึ่งเคยเกิดขึ้นเพียง 5 ครั้งนับตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ดุลการค้าที่เกินดุลลดลง ค่าขนส่งที่แพงขึ้น และดุลการท่องเที่ยวที่แย่ลง

หนึ่ง ดุลการค้าจะเกินดุลลดลง เพราะ (1) นำเข้าไทยมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้การส่งออกของไทยจะขยายตัวได้สูงมากถึง 12.7% ในปี 2568 และ 16.9% ใน 2 เดือนแรกของปี 2569 เป็นผลจากทั้งผลของการเร่งผลิตและส่งออกก่อนได้รับผลกระทบของสงครามการค้าอย่างเต็มที่ การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นมากตามกระแสการลงทุนใน AI และ Data center ทั่วโลก รวมถึงการส่งออกทองคำที่สูงในช่วงเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน

อย่างไรก็ดี การนำเข้ากลับขยายตัวได้สูงกว่าถึง 5 ใน 6 เดือนที่ผ่านมา จนดุลการค้าขาดดุลถึง 3 ใน 6 เดือนดังกล่าว โดยเฉพาะในการนำเข้าจากจีน และการนำเข้าสินค้าขั้นต้นและขั้นกลางในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำมาผลิต และส่งออก รวมถึงใช้ในประเทศ ส่งผลให้ดุลการค้าปรับตัวแย่ลงมาก ซึ่งการนำเข้าเพื่อนำไปผลิตและส่งออก หรือการนำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์ โดยปกติอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่ในกรณีปัจจุบันพบว่าไทยอาจไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าที่ควร สะท้อนจากกิจกรรมภาคการผลิตที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตของไทยอยู่ที่เพียง 56.8% ในเดือน ก.พ. 2569 เทียบกับ 65.6% ในปี 2564

(2) ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยการส่งออกไปกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (ME 15) หดตัวมากถึง -57.1% ในเดือน มี.ค. 2569 (ข้อมูลเบื้องต้นในระบบศุลกากร) และผลกระทบมีแนวโน้มขยายวงไปยังการส่งออกประเทศอื่น ๆ ในระยะข้างหน้า ผ่านช่องทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาการชะงักงันของอุปทาน (Supply disruption) ในสินค้าต้นน้ำที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการอาจเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นหรือขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตเพื่อส่งออก

นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิในสัดส่วนสูงราว 8% ของ GDP มูลค่านำเข้าจะเร่งตัวขึ้นจากการนำเข้าพลังงานที่มีราคาสูงขึ้น โดยราคาสินค้านำเข้ากลุ่ม Fuel Product เดือน มี.ค. ขยายตัวสูงถึง 34.7%MOM เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

(3) กำแพงภาษีสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 ในปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเตรียมตั้งกำแพงภาษีตามมาตรา 301 ของ The Trade Act of 1974 สินค้าไทยและคู่ค้าหลัก หากไทยถูกตั้งกำแพงภาษีสูงกว่าคู่แข่ง ก็จะทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของการส่งออกไทย คิดเป็นสัดส่วน 21.3% ของการส่งออกไทยทั้งหมดในปี 2568 ในทางกลับกันไทยอาจต้องยอมเปิดตลาดนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น ทั้งผ่านการลดภาษีนำเข้าหรือผ่านการคลายมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษีต่าง ๆ เพื่อขอเจรจาให้สหรัฐฯ ลดกำแพงภาษีต่อไทยลง

สอง ค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแพงขึ้น ดัชนี Freightos Global Container Index ที่สะท้อนราคาค่าขนส่งสินค้าทางเรือโลกสูงถึง 2,424.7 ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากระดับ 1,375.8 ในปี 2562 ถึง 76.2% จากต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น ทำให้ไทยมีต้นทุนในการนำเข้าและส่งออกเพิ่มสูงขึ้นมาก แม้ดัชนีจะลดลงบ้างในช่วงต้นปี 2569 แต่สงครามในตะวันออกกลางก็สร้างความเสี่ยงที่จะทำให้ค่าขนส่งสินค้าแพงขึ้นตามราคาพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการขนส่ง

สาม ดุลการท่องเที่ยวแย่ลงจากผลกระทบสงคราม ในช่วงก่อนวิกฤติปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยสูงสุดถึง 39.8 ล้านราย อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกลับไม่สามารถฟื้นตัวทำจุดสูงสุดใหม่ได้หลังวิกฤติโควิดอยู่ที่เพียง 33 ล้านรายในปี 2568 ผลจากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวชะลอลง การออกนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของหลายประเทศเอเชีย (Tourism war) รวมถึงความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนในการท่องเที่ยวไทย

สำหรับปี 2569 SCB EIC ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยอาจไม่เติบโตจากผลสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากการปรับลดจำนวนเที่ยวบินทั่วโลก ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้นมากตามราคาน้ำมัน และความกังวลของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยในปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการลดลงของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปแล้ว ซึ่งมีกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

CA ที่จะแย่ลงชั่วคราว 1-2 ปีจากสงครามในตะวันออกกลางเป็นเรื่องกระทบทั่วโลก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ CA ไทยมีแนวโน้มแย่ลงอยู่ก่อนแล้ว หลายองค์ประกอบใน CA ที่แย่ลงจะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในกรณีเลวร้ายหากไทยขาดดุล CA เรื้อรังอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่า แม้จะช่วยให้การส่งออกและท่องเที่ยวดีขึ้นบ้าง แต่จะทำให้ต้นทุนการนำเข้า โดยเฉพาะพลังงานสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ขณะที่ CA เป็นหนึ่งในตัวแปรที่องค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ความสนใจอีกด้วย

ประเทศไทยต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับการขาดดุล CA นี้? เริ่มต้นจาก

(1) การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศในภาคการผลิต เพื่อให้สัดส่วนของการนำเข้าลดลงเมื่อเทียบกับการส่งออก ซึ่งนอกจากจะเป็นผลบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจแล้ว จะยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการตั้งกำแพงภาษีสินค้าผ่านแดน (Transshipment) จากสหรัฐฯ ได้ด้วย

(2) ยกระดับโครงสร้างการท่องเที่ยวสู่ High-Value Tourism ลดการพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยว แต่หันมาเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม ควบคู่การยกระดับความปลอดภัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและพำนักยาวขึ้น

(3) เร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ด้วยการผลักดันนโยบายพลังงานสะอาด สนับสนุนการติดตั้ง Solar rooftop ในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม

ความเสี่ยงขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ซ้ำเติมด้วยสงครามตะวันออกกลางและกำแพงภาษีสหรัฐฯ สะท้อนชัดว่าไทยอาจไม่สามารถพึ่งพาโครงสร้างเศรษฐกิจเดิมได้อีกต่อไป ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับการผลิต การท่องเที่ยว และพลังงาน จึงไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการกำหนดทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทย เพื่อลดความเปราะบางและเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาว

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยเสี่ยงขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จากพิษสงครามตะวันออกกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...