โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กุหลาบ สายประดิษฐ์” กับภารกิจสถาปนาอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายไทย จากกรุงปักกิ่ง!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 07.20 น.
กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ “ศรีบูรพา”

ช่วงปัจฉิมวัยของ กุหลาบ สายประดิษฐ์หรือ “ศรีบูรพา”นักคิด นักเขียน และนักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของไทย ตั้งแต่เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วตัดสินใจลี้ภัยการเมืองอยู่ที่นั่น หลังการรัฐประหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 จนถึงแก่กรรมที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2517 เป็นช่วงเวลาไม่ค่อยมีการกล่าวถึงกันนัก

เป็นที่มาของงานศึกษาและการบรรยายชุด “สัมมนาบัณฑิตศึกษา” เรื่อง “กุหลาบแดงบนบนผืนแผ่นดินจีน: โครงสร้างความเป็นไทยที่ปฏิวัติของกุหลาบ สายประดิษฐ์ พ.ศ. 2501-2517”โดย กนกวรรณ เปี่ยมสุวรรณศิริสาขารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ อาคารบรมราชกุมารี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณกนกวรรณเผยว่า ที่งานศึกษาเกี่ยวกับช่วงชีวิตข้างต้นของกุหลาบ ดูขาดหายไปจากประวัติศาสตร์ความคิดของปัญญาชนฝ่ายซ้ายไทย สาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากสถานการณ์สงครามเย็นที่แบ่งโลกออกเป็นสองขั้ว แล้วชนชั้นนำไทยเลือกอยู่ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ปิดล้อมฝ่ายคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตและจีน กิจกรรมทั้งหมดของกุหลาบที่จีนจึงถูกกีดกันจากพื้นที่สาธารณะในรัฐไทย

กุหลาบเติบโตมาพร้อมแนวคิดเสรีนิยมประชาธิปไตย ต่อต้านศักดินานิยม ขณะเดียวกันก็ตระหนักว่า รัฐบาลไทยชุดต่าง ๆ ที่เข้ามาบริหารประเทศหลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ไม่สามารถผลักดันบ้านเมืองไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในมิติต่าง ๆ ได้ จึงให้ความสนใจแนวคิดสังคมนิยม มีการติดต่อและสร้างสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) รวมถึงขบวนการคอมมิวนิสต์สากล

กุหลาบถูกจับกุมในเหตุการณ์ “กบฏสันติภาพ” เมื่อ พ.ศ. 2495 และได้รับการปล่อยตัวในอีก 4 ปีต่อมา เขาได้รับคำเชิญจากสมาคมวัฒนธรรมวิเทศสัมพันธ์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนให้เดินทางไปแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมยังแผ่นดินจีน โดยออกเดินทางเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2501 แล้วทางการจีนก็จัดแจงให้ไปทัศนาจรมณฑลต่าง ๆ เพื่อดูการพัฒนาบ้านเมืองภายใต้ระบอบสังคมนิคมของจีน

กุหลาบยังใช้โอกาสนั้นศึกษาลัทธิมาร์กซ-เลนิน และเหมาเจ๋อตุงอย่างจริงจัง เขาถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็น สิ่งที่ได้รับรู้ผ่านสถานีวิทยุปักกิ่งภาคภาษาไทย เพื่อสื่อสารความคิดของตนกับสังคมไทย เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นที่ไทย กุหลาบจึงตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองอยู่ที่นั่น และยังขับเคลื่อนงานด้านวิทยุอยู่ที่สถานีวิทยุปักกิ่งโดยใช้ชื่อจริงบรรยายออกอากาศ ขณะที่ผู้ลี้ภัยชาวไทยคนอื่น ๆ จะใช้นามแฝงกัน

กุหลาบ สายประดิษฐ์ กับภารกิจ “กลับหัวกลับหาง” อุดมการณ์ชาติ

เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยวางแผนก่อตั้งสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) และกุหลาบตอบรับคำชักชวนให้ร่วมกันบุกเบิก ความพยายามแสวงหาระบอบการเมืองในอุดมคติของกุหลาบ ซึ่งรับอิทธิพลจากลัทธิมาร์กซิสต์สายจีนอย่างเข้มข้ม จึงผสานเข้ากับเป้าหมายของ พคท. อย่างเต็มตัว

เมื่อ สปท. ถือกำเนิดขึ้น กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้ตอบโต้รัฐไทยด้วยการสื่อสารถึงองค์ประกอบของชาติแบบ “กลับหัวกลับหาง” เพื่อสถาปนา “จินตนากรรม” ความเป็นไทย ตามแบบประชาชาตินิยมฝ่ายซ้าย ในช่วง พ.ศ. 2505-2508 คุณกนกวรรณจำแนกออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

ด้านภารกิจ ขณะที่รัฐบาลไทยโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (พ.ศ. 2502-2506) และจอมพลถนอม กิตติขจร (พ.ศ. 2501, พ.ศ. 2506-2516) มุ่งสื่อสารว่า ภารกิจของชาติคือการรักษาเอกราชจากคอมมิวนิสต์ ซึ่งนิยามว่าเป็น “ภัยนอกบ้าน” ที่จ้องทำลายพระพุทธศาสนาและราชบัลลังก์ ทั้งโฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยยอมรับนโยบายป้องกันตนเองของไทยด้วยการเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐอเมริกา

กุหลาบบรรยายวิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายของรัฐบาลสฤษดิ์-ถนอม คือการ “ขายชาติ” ด้านความมั่นคง ด้วยการอ้างภารกิจรักษาเอกราช และชี้ให้เห็นว่า คอมมิวนิสต์ไม่ใช่ศัตรู เพราะสำหรับชนชั้นปกครองแล้ว คอมมิวนิสต์คือ “หลวงพ่อ” ที่ห้อยไว้เป็นยันต์ปกปิดอาชญากรรมขายชาติของตน

ทั้งสถาปนาภารกิจ “ปฏิวัติประชาชาติประชาธิปไตย” ด้วยการดึงความหมายของ “ชาติ” มาไว้กับประชาชนที่เป็นเจ้าของชีวิตและแผ่นดินที่แท้จริง

ผู้นำ รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พยายามสร้างภาพลักษณ์ผู้นำทหารแบบ “พ่อขุน” เป็นผู้นำที่เด็ดขาดแต่เปี่ยมการุณย์ ผสานเข้ากับการฟื้นฟูบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การพึ่งพาสหรัฐฯ

เมื่อจอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อสัญกรรม กุหลาบใช้โอกาสนั้นรื้อถอนค่านิยมดังกล่าวด้วยการเปิดโปงกรณีมรดกมหาศาลของจอมพลสฤษดิ์ และการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงในหน่วยงานรัฐ รื้อภาพลักษณ์พ่อขุนให้เป็น “นักกินเมือง” หรือ “อาชญากรโกฐทอง” ที่ปล้นชาติ เบียดเบียนประชาชน และระบอบรัฐสภาที่ดำเนินมาเป็นเพียง “สภาหุ่น” เพื่อค้ำจุนอำนาจของระบอบเผด็จการ มวลชนต้องชิงคืนอำนาจที่ถูกปล้นไปกลับคืนมา

ศัตรู-พันธมิตร-ผู้ทรยศ รัฐบาลสฤษดิ์-ถนอมพยายามเชิดชูสหรัฐอเมริกาว่าเป็น “มหามิตรผู้พิทักษ์เสรีภาพ” กุหลาบใช้บริบทสงครามเวียดนามโต้กลับว่า แท้จริงแล้วอเมริกา คือ “จักรพรรดินิยม” และ “หมาหัวเน่า” ที่กำลังสูญเสียความชอบธรรมในระดับสากล ด้วยการหยิบมติจากที่ประชุมสากลของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่กรุงไคโร พ.ศ. 2507 มารับรองเรื่องนี้

กุหลาบเห็นว่า รัฐบาลไทยไม่ใช่ผู้พิทักษ์ชาติ แต่เป็น “สมุนที่เดินตามหมาหัวเน่าลงเหว”

เมื่อรัฐบาลโจมตีขบวนการเอกราชและแนวร่วมรักชาติแห่งประเทศไทยซึ่งก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2507 และ 2508 ว่าเป็นองค์กรต่างชาติและผู้ทรยศ กุหลาบตอบโต้โดยผูกกำเนิดของขบวนการกับประวัติศาสตร์ฝ่ายซ้าย ชี้ว่า จิตวิญญาณการต่อสู้ผู้กดขี่ฝักรากในสังคมไทยมานาน เป็นพลังนี้ที่มีความชอบธรรมกว่ารัฐบาลหุ่นเชิด

คุณกนกวรรณสรุปประเด็นนี้ว่า การสื่อสารดังกล่าวกลายเป็นบทสรุปเชิงยุทธศาสตร์เรื่อง “อำนาจรัฐเกิดจากกระบอกปืน” ตามแนวทางเหมา กล่าวคือ กุหลาบได้เปลี่ยนโลกทัศน์มวลชนให้เห็นว่า สันติภาพที่แท้จริงจะเกิดได้เมื่อจักพรรดินิยมและสมุนรับใช้ถูกทำลายอย่างถึงราก

ชุดคำอธิบายข้างต้นของกุหลาบ สายประดิษฐ์ จึงทั้งรื้อสร้างความหมายของ “ศัตรู” และเป็นเครื่องมือปลุกระดมให้ประชาชนเข้าสู่สงครามระหว่างคอมมิวนิสต์กับรัฐไทย ซึ่งยาวนานกว่า 20 ปี เป็นประวัติศาสตร์ของการปะทะกันทางอุดมการณ์และอาวุธที่รุนแรงและยืดเยื้อที่สุดของสังคมไทย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กุหลาบ สายประดิษฐ์” กับภารกิจสถาปนาอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายไทย จากกรุงปักกิ่ง!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...