โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ดร.นงนุช’ ย้อนอดีตยุคน้ำมันมันแพงเตือนสติ

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 มีนาคม 2569 เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

18 มี.ค.2569 - ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงาน Enterprise Risk and Infrastructure สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เมื่อราคาน้ำมันแพง อะไรจะตามมาบ้าง” ระบุว่า ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 ที่ราคาน้ำมันสูงหลังลอยตัวราคาน้ำมันในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผลักดันให้เกิด "แก๊สโซฮอลล์" ในประเทศไทย เพื่อใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินที่มีราคาแพง
แก๊สโซฮอลล์ เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสมน้ำมันเบนซิน (ปิโตรเลียม) กับ เอทานอล (แอลกอฮอลล์) และเอเทนอลได้จากพืชประเภทแป้ง เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ทำให้แก๊สโซฮอลล์มีต้นทุนถูกกว่าราคาน้ำมันที่มาจากปิโตรเลียมล้วน

ในครึ่งปีแรกของปี 2551 เกิดวิกฤตราคาน้ำมันค่ะ สถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงกรกฏาคม ปีเดียวกัน เกิดจากความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้นของประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการเติบโตสูง เช่น จีน อินเดีย ในขณะที่มี การเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้า

ราคาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัส เพิ่มสูงขึ้นไปแตะที่จุดสูงสุด 147 USD/barrel ราคาน้ำมันดิบอื่นๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย เช่น ราคาน้ำมันดิบดูไบ แตะจุดสูงสุดที่ 130 USD/barrel ในเดือนมิถุนายน 2551

นอกจากราคาน้ำมันหน้าปั้มขึ้นรายวันแล้ว ราคาอาหารและของใช้ก็ทยอยกันขึ้นราคา อัตราเงินเฟ้อสูงขั้นเรื่อยๆ แถมด้วยความกังวลว่าค่าไฟจะแพงตาม

สำนักงานเศรษฐกิจการคลังในขณะนั้น เสนอมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ มีทั้งขึ้นรถไฟฟรี รถเมล์ฟรี สนับสนุนค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการรถไฟ รถเมล์มากขึ้น เพราะไม่ต้องจ่ายค่าตั๋ว

แต่วิกฤตการเงินโลกที่บังเอิญเกิดตามมาหลังการล้มละลายของสถาบันการเงินในอเมริกาในเดือนกันยายน 2551 และ Domino Effect ลามเจ็บตัวกันไปหลายแห่ง ช่วยทุบราคาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัส ลงมาอยู่ที่ 34 USD/barrel ภายในเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน

มาตรการช่วยเหลือข้างต้นไม่ได้หายไปเมื่อราคาน้ำมันลดลง ต่ออายุมาตรการฟรีเหล่านี้ไปเรื่อยๆ อยู่ยาวไปถึงปี 2554 ค่ะ

อันนี้พอเข้าใจได้เพราะวิกฤตเศรษฐกิจโลก ก็ลากยาวจนถึง 2552 แล้วเรายังเจอน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 อีก เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

พอมารอบนี้ เรายังไม่รู้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะไปแตะจุดสูงสุดเมื่อไหร่ และราคาน้ำมันหน้าปั้มจะแตะจุดสูงสุดเท่าไหร่ ในวันไหน

ต่อให้คุณเติมน้ำมันเต็มถังวันนี้ วันที่รถคุณต้องเติมน้ำมันในไม่กี่วันถัดไป ราคามันก็สูงกว่าวันนี้อยู่ดีค่ะ
แทนที่จะมาตุนน้ำมัน หรือใช้น้ำมันในปริมาณเท่าเดิมเพื่อใช้เดินทาง ใช้สำหรับเกษตรกรรม หรือการผลิตใดๆ
เราลองเติมน้ำมันเท่าที่จำเป็นและหาวิธีลดการใช้น้ำมัน เช่น เปลี่ยนวิธีการเดินทาง เปลี่ยนการใช้ชีวิต เปลี่ยนวิธี-เทคนิคหรือกระบวนการเพาะปลูก เปลี่ยนเทคโนโลยีหรือวิธีการผลิต อย่างน้อยก็ชั่วคราว ระหว่างที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน เพื่อคุมต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ

การอุดหนุนราคา ทำได้แค่ชั่วคราวค่ะ เมื่อกองทุนน้ำมันเงินหมด จะเอามาจากไหนมาอุดหนุนคะ ก็ไม่พ้นต้องกู้มาชดเชย และมนุษย์โดยทั่วไป เมื่อมีการอุดหนุน ราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ก็จะซื้อเยอะกว่าที่จำเป็น ก็ยิ่งเร่งการใช้/ซื้อ ของที่มีอยู่ไม่ว่ามันจะมีพอหรือไม่พอ มันก็จะหมดเร็วไปกว่าอัตราการใช้ปกติ

ยิ่งระยะเวลาอุดหนุนมันมีจุดจบชัดเจน วันก่อนสิ้นระยะเวลาอุดหนุน ก็จะทำให้คนแห่กันไปใช้สิทธิประโยชน์นี้ก่อนไม่ได้ใช้ จึงไม่แปลกใจค่ะที่จะเห็นหลายปั้มไม่มีน้ำมันให้เติมในช่วงวันสองวันนี้

รัฐบาลอังกฤษใช้วิธีงด-ลดภาษีที่เกี่ยวกับน้ำมันเพื่อคุมราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินไป … แต่ไม่ได้ตรึงราคา ไม่ได้จ่ายเงินส่วนต่างให้กับผู้ผลิต ไม่เป็นภาระให้รัฐต้องจ่ายเงินออกไป และเอาเงินไปช่วยประชาชนด้วยการสนับสนุนค่าครองชีพ

ถ้าถามว่า งั้นเราใช้มาตรการแบบในปี 2551 ได้มั้ย

ขอตอบว่า สถานการณ์ไม่เหมือนกันค่ะ คราวนั้นเป็นราคาน้ำมันสูงขึ้นเพราะความต้องการในตลาดโลกมากขึ้น คราวนี้เป็นราคาน้ำมันสูงขึ้นเพราะน้ำมันส่งออกมาจากตะวันออกกลางไม่ได้ อุปทานในตลาดหายไป
และเมื่ออุปทานในตลาดโลกหายไปจำนวนมาก อุปทานในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน ก็ย่อมต้องมีจำกัดในระยะนี้

มาตรการรถไฟ รถเมล์ฟรี หรือแม้แต่สนับสนุนค่าไฟ จะยิ่งทำให้มีการใช้น้ำมัน-ใช่ไฟ เกินจำเป็น และจะยิ่งเร่งการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

มาตรการอะไรที่จะออกมา ควรเป็นมาตรการที่ไม่เร่งอุปสงค์ของตลาด หรือ การใช้น้ำมัน ด้วยการบิดเบือนราคาค่ะ แค่อุปทานจำกัดมันก็ดันราคาอยู่แล้ว ถ้าอุปสงค์ขึ้นด้วย ราคาดุลยภาพจะยิ่งสูงขึ้น

เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น จะผลักต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อแบบ spiral effect และจากสถิติแล้ว สิ่งที่มักจะตามมาหลังวิกฤตราคาน้ำมัน คือ วิกฤตเศรษฐกิจค่ะ

ดังนั้นมาตรการที่จะออกมาหรือการเจรจากับประเทศคู่สงครามและประเทศที่เราจะนำเข้าน้ำมันทดแทน ถ้าทำได้ดี เราจะรอดผ่านสงครามนี้ไปได้ด้วยความอดทนและการปรับพฤติกรรมของคนในประเทศและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อความเป็นอิสระจากความไม่สงบในดินแดนผู้ส่งออกน้ำมันในอนาคตค่ะ แต่ถ้าพลาด เมื่อสงครามอิหร่านจบลง ปัญหาเศรษฐกิจอาจจะไม่จบนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...