ตรีรัตน์ เผย ราคาแผงโซลาร์ขึ้นอีก 15% ซัดอดีตรมต. ต้นเหตุขวางคนตัวเล็ก เข้าถึงพลังงานสะอาด
ตรีรัตน์ เผย ราคาแผงโซลาร์ขึ้นอีก 15% ซัดอดีตรมต. ต้นเหตุขวางคนตัวเล็ก เข้าถึงพลังงานสะอาด
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ NEPS ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและรับติดตั้งโซลาร์ และอดีตรองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์เฟสบุ๊คถึงกรณีวิกฤตพลังงานแพงว่า
ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกแผงโซลาร์มากเป็นอันดับ 1 ของโลก กำลังจะเพิ่มภาษีส่งออกแผ่นโซลาร์เซลส์อีก 9% โดยมีผลอีก 2 สัปดาห์นี้ ทำให้ทุกการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ต้องโดนมาตรการภาษีอีก 9%
ก่อนหน้านี้เคยมีนักการเมืองหลายคนออกมาพูดว่า ราคาโซลาร์มีแต่จะถูกลงไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยี แต่ผมในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งมีการพูดคุยอัพเดทราคากับทางผู้ผลิตตลอดทุกวันมาเป็นเวลากว่า 7 ปี ทราบดีข้อมูลดีว่าราคาจะพลิกขึ้นอีกไม่นาน และมันก็เป็นจริงแล้วครับ
โดยราคาของแผงโซลาร์นั้นทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 โดยขึ้นมาช้าๆ ที่ 5-10% ต่อเดือนเนื่องจากโรงงานผู้ผลิตนั้นเกิดสภาวะขาดทุน และเมื่อบวกกับมาตรการเพิ่มภาษีส่งออกแผงโซลาร์ใหม่ของจีนที่กำลังจะเกิดขึ้นสิ้นเดือนนี้ ทำให้ต้นทุนของพลังงานสะอาดพุ่งกระฉูด ซึ่งตรงจังหวะกับที่วิกฤตราคาน้ำมันทั่วโลกกำลังขึ้น อย่างน่าบังเอิญ
ซึ่งผมเองนั้นเสนอและเรียกร้องมาโดยตลอด ตั้งแต่ทำงานการเมือง จนมาทำงานภาคธุรกิจพลังงาน ว่าภาครัฐควรสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาด เช่นโซลาร์ให้ง่ายกว่านี้ อย่าปล่อยให้มีเฉพาะคนรวยที่มีกำลังการติดตั้งได้แต่เพียงกลุ่มเดียว ซึ่งเคยเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนให้มีแหล่งเงินทุน เช่นเงินกู้จากภาครัฐ เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนคนตัวเล็กสามารถลงทุนด้วยตัวเองง่าย เช่นให้กู้ติดโซลาร์ดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 3 จำนวน 5 ปี โดยเอาเงินที่ประหยัดค่าไฟ ไปผ่อนค่าระบบได้
หรือที่ผมเคยเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการทำ Net Metering คือการเอาไฟฟ้าที่เหลือจากการผลิตโซลาร์ตอนกลางวัน ไปขายคืนภาครัฐในราคาขาย โดยสามารถหักกลบ ลบหน่วยกันได้เลยในบิลค่าไฟ ยกตัวอย่างง่ายๆคือ เราซื้อไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาท หากเราผลิตเหลือ การไฟฟ้าฯก็ควรซื้อคืนที่ราคา 4 บาทเท่ากัน แล้วมาหักลบกันตอนสิ้นเดือน ระหว่างไฟฟ้าขายและไฟฟ้าซื้อ แต่ตอนนี้มาตรการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคประชาชนนั้นเพียงแค่ 2 บาท/หน่วย เท่านั้น ซึ่งแทนที่ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด แต่ผู้ได้กำไรกลับเป็นการไฟฟ้าฯในฐานะ service operator ผู้ขายไฟ ซึ่งย้อนแย้งกับนโยบายการสนับสนุนพลังงานของต่างประเทศที่เจริญแล้ว
ความซวยต่อมา คือราคาทองแดงที่ทะยานขึ้นสูงกว่า 10% ในช่วงนี้ ส่งผลให้ราคาสายไฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการติดโซลาร์ และโรงไฟฟ้าราคาขึ้น ทำให้ความซวยนี้มาอยู่ที่ประชาชนที่อยากจะหนีวิกฤตพลังงานแพง มาติดโซลาร์ช่วงนี้
ซึ่งหากภาครัฐได้ฟังข้อเรียกร้องต่างๆจากภาคประชาชนตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ทั้งเรื่องการให้แหล่งเงินทุน หรือการทำนโยบาย Net Metering ตามที่ผมและนักวิชาการหลายคนได้เคยนำเสนอ วันนี้เราคงไม่ต้องมานั่งกังวลหนักเรื่องการปรับค่าไฟ จากเหตุความตึงเครียดในประเทศตะวันออกกลาง
ความซวยสุดท้ายคือการที่ลุงท่านนึง ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีพลังงานมาเบรกโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ราคา 2.16 บาท/หน่วย จำนวน 5,200 เม็กกะวัตต์ และ 3,600 เม็กกะวัตต์ เมื่อต้นปีที่แล้ว (ซึ่งเป็นวันที่ต้นทุนผลิตโรงไฟฟ้าโซลาร์มีราคาถูกที่สุด) ทำให้วันนี้ประชาชนต้องเสียโอกาสในการ “ล๊อคราคาต้นทุน” ไฟฟ้าพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าประเภทแก๊ส ซึ่งต้องอาศัยการนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศตะวันออกกลาง เราก็คงจะลดความกังวลด้านค่าไฟที่อาจปรับขึ้นได้
ทั้งหมดนี้กลายเป็นมหากาพย์ความซวยของประชาชนคนไทย ที่ต้องเสียโอกาส และอาจเสียเงินมากขึ้นกว่าเดิม จากอดีตนักการเมืองที่ไม่รู้เรื่องพลังงาน + อดีตนักการเมืองที่ขยับช้า ไม่กล้าตัดสินใจ โดยอาจเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม ซึ่งส่งผลให้คนไทยจำนวนมากต้องรับผลกรรมจากค่าไฟฟ้าแพงในอนาคต ไม่ว่าคุณจะใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฯ ปกติ หรือจะเปลี่ยนไปใช้โซลาร์ในวันนี้ ก็ต้องเจอกับต้นทุนค่าไฟที่แพงขึ้นอย่างสุดโข
หวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่จะถอดบทเรียน ไม่พลาดอะไรโง่ๆ แบบคนเก่า พลาดอีก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรีรัตน์ เผย ราคาแผงโซลาร์ขึ้นอีก 15% ซัดอดีตรมต. ต้นเหตุขวางคนตัวเล็ก เข้าถึงพลังงานสะอาด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th