ผอ.ต่อต้านก่อการร้ายสหรัฐ ลาออกฟ้าผ่า ต้านสงครามอิหร่าน
ผอ.ต่อต้านก่อการร้ายสหรัฐ ลาออกฟ้าผ่า ต้านสงครามอิหร่าน พร้อมกล่าวหาอิหร่านไม่ใช่ภัยใกล้ตัว ขณะทรัมป์โต้ทันควัน ย้ำมีหลักฐานชัดเจนว่าต้องใช้กำลัง
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 04.13 น. สำนักข่าว CNBC รสยงานว่า โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ (NCTC) ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคาร โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากกับอิหร่านได้
“ผมไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ได้อย่างมีมโนธรรม” เคนต์ระบุในจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเผยแพร่ผ่านบัญชี X ส่วนตัว
เคนต์ซึ่งได้รับการยืนยันตำแหน่งจากวุฒิสภาอย่างเฉียดฉิวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ยังกล่าวหาว่าทรัมป์ถูกอิสราเอลชักจูงให้เข้าสู่สงคราม โดยยืนยันว่าอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต่อสหรัฐฯ
“อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยฉับพลันต่อประเทศของเรา และชัดเจนว่าสงครามนี้เกิดขึ้นจากแรงกดดันของอิสราเอลและล็อบบี้ในสหรัฐฯ” เขากล่าว
ทรัมป์โต้ทันควัน ชี้ภัยคุกคามมีจริง
ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาตอบโต้ทันที โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาของเคนต์ พร้อมระบุว่า การลาออกครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี
“ผมคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่ก็อ่อนแอในเรื่องความมั่นคง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว พร้อมย้ำว่า “ทุกประเทศต่างตระหนักว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม”
ด้านโฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ระบุว่า คำกล่าวของเคนต์เป็นข้อมูลเท็จที่สอดคล้องกับสิ่งที่พรรคเดโมแครตและสื่อสายเสรีนิยมกล่าวซ้ำ ๆ และยืนยันว่า ทรัมป์มีหลักฐานที่หนักแน่นว่าอิหร่านกำลังจะโจมตีสหรัฐ และการตัดสินใจใช้กำลังทหารไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้ข้อมูล
หน่วยข่าวกรองยังไม่ฟันธงภัยคุกคามเร่งด่วน
ศูนย์ NCTC ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (ODNI) มีหน้าที่ประสานงานด้านการต่อต้านก่อการร้ายและให้คำปรึกษาประธานาธิบดีโดยตรง
ทัลซี แก็บบาร์ด ผู้อำนวยการ ODNI ซึ่งก่อนหน้านี้เคยคัดค้านสงครามกับอิหร่าน ไม่ได้แสดงจุดยืนชัดเจนต่อการลาออกของเคนต์ โดยระบุเพียงว่า การประเมินภัยคุกคามเร่งด่วนเป็นอำนาจของประธานาธิบดี
“หลังจากพิจารณาข้อมูลทั้งหมด ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามเร่งด่วน และได้ดำเนินการตามนั้น” แก็บบาร์ดระบุ
เบื้องหลังเคนต์ เจ้าหน้าที่สายแข็ง-การเมืองจัด
เคนต์ วัย 45 ปี เป็นทหารผ่านศึกกองทัพสหรัฐฯ และอดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษของ CIA ที่ปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางถึง 11 ครั้งตลอด 20 ปี
ภรรยาคนแรกของเขา ซึ่งเป็นนายทหารเรือ เสียชีวิตจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในซีเรียเมื่อปี 2562
เขาเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสภาคองเกรสในปี 2565 และ 2567 แต่พ่ายแพ้ทั้งสองครั้ง ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งในฝ่ายบริหาร และได้รับการเสนอชื่อจากทรัมป์ให้คุม NCTC ในปี 2568
อย่างไรก็ตาม เคนต์ยังเป็นบุคคลที่มีข้อถกเถียง โดยเคยสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิดฝ่ายขวา และตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2563
สหรัฐแตกเป็นสองขั้ว ปมสงครามอิหร่าน
การลาออกของเคนต์จุดชนวนความเห็นที่แตกแยกในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
ฝ่ายที่ต่อต้านสงคราม ทั้งจากพรรคเดโมแครตและบางส่วนของกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ (MAGA) ต่างออกมาชื่นชมท่าทีของเขา
มาร์ค วอร์เนอร์ รองประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสภา ระบุว่า “ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามเร่งด่วนที่จำเป็นต้องเร่งเข้าสู่สงคราม”
ขณะที่พันธมิตรของทรัมป์ เช่น ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันตรงกันข้ามว่า อิหร่านมีความเสี่ยงใกล้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นภัยคุกคามจริง
ด้านบุคคลใกล้ชิดทรัมป์บางรายโจมตีเคนต์อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกหลงตัวเอง และใช้การลาออกเพื่อสร้างกระแสทางการเมือง
อ้างอิง : cnbc.com