โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิยะรัฐชย์ รมช.เกษตรฯ พท.ใกล้ชิดเกษตรกร-ใกล้ชิดประชาชน เราไม่ได้มาสั่งขรก.ให้ทำตามอำเภอใจ

ไทยโพสต์

อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 20.17 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 17.10 น.

ด้วยปัญหาที่อาจจะเรื้อรังมานานของเกษตรกรไทย ในส่วนของตัวเราเอง อยากเข้ามาค่อย ๆ แก้ปมที่มันยังมีอยู่ ซึ่งปมปัญหาบางปม ซ่อนอยู่ใต้พรม ไม่ได้ดึงออกมาให้เราได้เห็น พรรคเพื่อไทยใกล้ชิดกับเกษตรกร เราใกล้ชิดกับประชาชน หัวใจเราคือประชาชน เราจะพยายามดึงปมที่มันอยู่ข้างใต้แล้วแงะออกมา เพราะว่าถ้าปมมันไม่แงะออกมา ปัญหามันแก้ไม่จบ

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ยุคปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย ส่งสามรัฐมนตรีมาบริหารงานกระทรวงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ

ทำให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่คนให้ความสนใจว่ารัฐมนตรีทั้งสามคนของเพื่อไทย จะสร้างผลงานที่ทำให้"เกษตรกร"ทั่วประเทศ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น-รายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง รวมถึงจะสร้างผลงานด้านการเกษตรอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นที่จดจำและพูดถึง ได้หรือไม่ ที่คงต้องรอเวลาอีกสักระยะในการประเมินผลงาน

"ไทยโพสต์"สัมภาษณ์พิเศษ "ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ-สส.สามสมัย พรรคเพื่อไทย"ในประเด็นการเข้ามาบริหารงานกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลหน่วยงานดังนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร -กรมส่งเสริมสหกรณ์ -กรมตรวจบัญชีสหกรณ์-สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ -องค์การสะพานปลา และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หลังเข้ามาทำงานอย่างเป็นทางการประมาณสามสัปดาห์

การสัมภาษณ์ เริ่มจากการถามถึงภาพรวมนโยบายการบริหารงานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งทาง"ปิยะรัฐชย์-รมช.เกษตรฯ"เริ่มด้วยการกล่าวถึงงานในส่วนของ กรมส่งเสริมการเกษตร ว่าเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีทั้งเกษตรจังหวัด-เกษตรอำเภอ รวมถึงอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.)ดังนั้นวันนี้เราอยากปรับภาพลักษณ์ให้กรมทำงานได้เร็วขึ้น เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น รวมถึงการมอบองค์ความรู้ให้กับประชาชน-เกษตรกรได้มากขึ้น

โดยในส่วนของ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ที่ก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ว่ามีแนวคิดอยากให้มีค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านนั้น เริ่มจากการที่ได้ลงพื้นที่ ที่ได้เจออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ที่มาพูดคุยให้ฟังว่า เขาตั้งใจเข้ามาทำงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านอย่างมาก แต่เนื่องจากว่าตอนนี้ เจอเรื่องของน้ำมันแพงและทุกอย่างคือค่าใช้จ่ายทั้งหมด การเป็นอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เวลานโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาเช่น มีปุ๋ยแจกฟรีให้เกษตรกร ซึ่งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านต้องไปรับ ซึ่งบางพื้นที่ระยะทางไกลมาก เขาก็จะรวบรวมจำนวนเกษตรกร(ในหมู่บ้าน) แล้วก็ไปรับปุ๋ยอีกจุดหนึ่ง จากนั้นพอรับปุ๋ยมาแล้ว ก็ต้องนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรที่รวมแล้วระยะทางทั้งหมดไกลมาก อันเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด

..จิตอาสา เขาก็อยากทำแต่ถ้าเข้าเนื้อตัวเอง เราเลยคิดว่า ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯคนก่อนๆ ก็พยายามผลักดันให้มีค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเป็นรายเดือน เหมือนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)แต่ยังทำไม่ได้ ก็เลยปรับความคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นแบบให้ค่าตอบแทนแบบ "Job by job"ดีหรือไม่ หมายความว่าหากเรามีโปรเจกต์ให้มีการแจกปุ๋ย ซึ่งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านต้องมารับที่ส่วนกลาง เราก็อาจจะมีค่าเดินทางหรือมีค่าตอบแทนอะไรให้แบบ Job by jobเป็นโครงการแต่ละโครงการไป

..ทั้งหมดต้องอยู่ในขอบเขตของหลักเกณฑ์เงื่อนไขระเบียบราชการ ซึ่งคิดว่าคงไม่ได้ใช้งบประมาณเป็นก้อนใหญ่เหมือนกับการให้ค่าตอบแทนแบบรายเดือน โดยเท่าที่คุยกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ กับอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเบื้องต้น ความเป็นไปได้ก็ทำได้ โดยจะคำนวณจากงบประมาณที่มีอยู่ คิดว่างบประมาณที่จะมาสนับสนุนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านให้ทำตามภารกิจที่กรมส่งเสริมการเกษตรให้ไป ไม่น่าจะใช้งบประมาณเป็นงบก้อนใหญ่ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ เป็นความตั้งใจของเรา ที่ไม่อยากให้เขาเหนื่อยจนเกินไป เพราะเราเข้าใจคำว่าจิตอาสา-อาสาสมัคร

บางคนอาจจะบอกว่า มาเป็นอาสาสมัครแล้วจะมาเรียกร้องเงินทำไมแต่อย่าลืมว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำงาน และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านใกล้ชิดกับเกษตรกรที่สุด อย่างที่จังหวัดเชียงราย เกษตรอำเภอ-เกษตรจังหวัดหรือว่าเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรทั้งหมด สมมุติว่าจังหวัดเชียงรายมีอยู่ 150 คน แต่เชียงรายมี 18 อำเภอ ถ้าหารกันจริงๆตกอำเภอละกี่คน อันนี้คือสิ่งที่เรายังขาด เราขาดบุคลากร แต่หากสมมุติไปเพิ่มบุคลากร งบประมาณก็ต้องเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราใช้อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เข้าไปถึงพ่อแม่พี่น้องถึงบ้าน ถึงสวน-ไร่นาจริงๆ อันนี้คือความสำคัญของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน

"ปิยะรัฐชย์-รมช.เกษตรและสหกรณ์"กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดูแลรับผิดชอบงานด้านสหกรณ์ ทั้ง กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ตอนนี้เราพยายาม ปรับภาพลักษณ์ทั้งสองกรมดังกล่าวเหมือนกัน เชื่อหรือไม่ว่ากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ถ้าเป็นคนภายนอกเขาอาจไม่รู้ว่าทำอะไร เอามาตรวจบัญชีเฉยๆหรือ แต่ที่จริงเขาทำแบล็กออฟฟิศของเราด้วย หมายความว่าสามารถที่จะเป็นคนที่อบรมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำบัญชี

เพราะวันนี้ จุดอ่อนของเกษตรกร คือเขาไม่เคยทำบัญชี ทำให้ไม่ค่อยรู้ว่าต้นทุนใช้ไปเท่าใด และควรต้องทำอย่างไรเพื่อลดต้นทุนที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นกำไร ซึ่งเราเองเข้ามาแล้วก็ว้าวหลายเรื่องว่า กระทรวงเกษตรฯ แต่ละกรมมีข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถหยิบยกมาทำโครงการอื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์ได้ แต่ว่าแต่ละกรม อาจจะยังไม่เคยเอาออกมาวางบนโต๊ะให้กับเกษตรกร-ประชาชนได้เห็น แต่วันนี้ที่เราเข้ามา ทั้งท่านสุริยะ รมว.เกษตรฯ และท่านวัชรพล รมช.เกษตรฯ เราอยากจะดึงข้อมูลเหล่านี้ออกมาวางบนโต๊ะเพื่อให้เกษตรกรได้เห็นว่า ทางกระทรวงเกษตรฯมีข้อมูลแบบไหน โดยที่กระทรวงเกษตรฯ สามารถที่จะหยิบยกข้อมูลดังกล่าวไปให้กระทรวงอื่นๆไปทำงานต่อได้

-ปัญหาหลักๆของสหกรณ์ในประเทศไทยคือเรื่องอะไร?

ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาหนี้สิน แต่ด้วยความที่เราเคยเป็นผู้บริหาร ที่แม้อาจจะเป็นแค่สโมสรฟุตบอล แต่เรามองว่าผู้บริหารทุกคนไม่อยากเห็นตัวเลขสีแดงทางบัญชี เราอยากเห็นตัวเลขสีเขียว เราอยากจะลบภาพที่ว่าสหกรณ์มีไว้กู้เงินเฉยๆ อยากลบภาพตรงนี้แต่สหกรณ์ต่อไปจะเป็นเชิงรุก จะเป็นที่พึ่งสมาชิกของสหกรณ์ ต้องเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่เขาสามารถจะรวมกลุ่มกันมายื่นขอกู้เงินเพื่อที่จะไปซื้ออุปกรณ์ทำการแปรรูปสินค้าแล้วส่งขายต่อได้จนเกิดเป็นกำไร คืออยากจะปรับภาพลักษณ์ว่า นอกจากกู้เงินสหกรณ์เพื่อใช้ส่วนตัวหรือนำมาใช้พื้นฐานทั่วไป แต่มากู้เงินเพื่อเป็นการลงทุน

-จากข้อมูลที่ได้รับรายงาน ปัญหาตัวเลขหนี้สินของสหกรณ์ต่างๆ ทั่วประเทศมีเยอะหรือไม่?

พอประมาณ แต่ไม่ได้โอเวอร์จนเกินไปถึงกับขนาดที่จะไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็มีในปริมาณที่คิดว่าถ้าเข้ามาแล้วอย่างน้อยสามารถที่จะดูตัวเลข แล้วปรับให้มีหนี้สินหรือหนี้เสียที่น้อยลง สหกรณ์แห่งใดที่ต้องการพี่เลี้ยงเราจะเข้าไป สหกรณ์ไหนที่บอกว่าไม่ไหวแล้วจะเข้าไป ต้องทำงานแบบนี้ ไม่อย่างนั้น สหกรณ์หากไม่มีพี่เลี้ยงหรือว่าไม่มีทางออก มันก็ไปต่อไม่ได้

-ที่ผ่านมา ก็มักเกิดปัญหา มีข่าวเรื่องการทุจริตเงินสหกรณ์กันเยอะ จะมีแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหานี้อย่างไร?

คือเราค่อย ๆ เติมเข้าไป อย่างเรื่องของจรรยาบรรณ -จริยธรรม เรื่องเหล่านี้ต้องเน้น เราต้องเน้นเรื่องนี้เลย อาจจะต้องมีมาตรการที่เพิ่มมากขึ้น

สหกรณ์ตอนนี้มีประมาณเก้าพันแห่งทั่วประเทศ จะแบ่งเป็นของเกษตรกรรมและนอกเกษตรกรรม เราพยายามเข้าไปดูแล อย่างประมง เมื่อวันก่อนก็เข้ามาบอกว่า ฝ่ายประมงก็มีปัญหาเรื่องของสหกรณ์ประมงบางอย่าง ดิฉันก็บอกกับผู้บริหารของกรมว่าต้องเข้าไปดู ไม่อย่างนั้นประมงเดินต่อไม่ได้ แล้วพ่อแม่พี่น้องประมงแต่ละพื้นที่จะทำยังไง

นโยบายการบริหารงานด้านสหกรณ์ที่วางไว้คือต้องทำงานเชิงรุก ต้องให้เกษตรกรเข้าถึงเราให้ได้มากที่สุด และนโยบาย-โครงการที่จะตอบโจทย์แผนการดำเนินงานในช่วงแต่ละ 5 ปี ต้องตอบโจทย์ให้ได้ KPI ต้องชัด คือวันนี้ที่พวกเราสามคนเข้ามา ทั้งท่านรมว.เกษตรฯและท่านวัชรพลและตัวเราเอง เราอยากเห็นภาพที่มันเป็นรูปธรรมให้กับเกษตรกรมากที่สุด โดยในส่วนของกรมที่เราดูแลอยู่ก็อยากทำเป็นควิกวิน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เราจะมีผลงานอะไรออกมาบ้าง

-สองหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง คนไม่ค่อยรู้ว่าทำหน้าที่อะไร จะมีแนวทางการบริหารงานอย่างไร?

วันนี้เราอยากจะดึงจุดเด่นเขาขึ้นมา อย่าง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติหรือ มกอช.ที่มีการตรวจมาตรฐานสินค้าและอาหาร โดยมีการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานภาครัฐเช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรืออย. แต่อาจจะต้องดึงศักยภาพกับจุดเด่นของหน่วยงานออกมา มกอช.เป็นหน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่น้อยมาก ประมาณ 200 คน โดยหากมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ ก็จะส่งผลต่อเรื่องของงบประมาณที่เพิ่มขึ้น แต่เราจะทำอย่างไรให้เขาทำงานเชิงรุก อาจจะมีอาสาสมัครหรือไม่ หรืออาจจะใช้เจ้าหน้าที่ของกรมที่มีอยู่ทุกจังหวัดมาช่วยงานของมกอช.อย่างไรได้บ้าง ตอนนี้กำลังดีไซน์งานอยู่

.. เพราะว่าวันนี้เราต้องเข้าใจว่าอย่างเรื่องทุเรียนที่ผ่านมา ก็อาจมีการสวมหรือมีการตัดทุเรียนอ่อน เป็นต้น ดังนั้นเราต้องมาดูจะทำงานเชิงรุกแบบไหน เพราะวันนี้ ปัญหาไม่ใช่มีแค่ทุเรียน มีอย่างอื่นด้วยเช่น ลำใย เนื้อสัตว์ ดังนั้น มกอช. เราจะดูว่าขอบเขตงานมีถึงแค่ไหน จุดอ่อนคืออะไร และจะอุดจุดอ่อนอย่างไร ตลอดจน การพิจารณาว่าจะนำกรมแต่ละกรมในกระทรวงเกษตรฯมาช่วยเป็นมือเป็นไม้ให้กับมกอช.ได้อย่างไร

ก.เกษตรฯ พร้อมรับมือ ซูเปอร์เอลนีโญ

-การเตรียมพร้อมรับมือกับ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงสูงกว่าปกติหรือซูเปอร์เอลนีโญของกระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างไรบ้าง?

จากที่ได้หารือกับอธิบดีแต่ละกรมในส่วนที่รับผิดชอบ ก็บอกเลยว่าอย่าง กรมส่งเสริมการเกษตร ต้องเข้าใจว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ซูเปอร์เอลนีโญขึ้น ที่อาจจะเป็นหนึ่งปี สองปี หรือสามปีซ้อน ดังนั้นต้องมีทางเลือกให้เกษตรกร วันนี้เกษตรกรบางส่วนปลูกข้าวก็คือปลูกข้าวอย่างเดียว เขาไม่รู้เลยว่าดินในพื้นที่เขาสามารถปลูกอะไรได้อีก

ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตร ที่อยู่ใกล้ชิดเกษตรกรที่สุด ต้องมีออปชัน 1 -2 -3 ให้เกษตรกรเลือกว่านอกจากข้าวที่ต้องใช้น้ำ เราจะเปลี่ยนเป็นพื้นแบบอื่นๆ ได้หรือไม่ ต้องมีออปชันให้เขา แล้วก็ดูด้วยว่า ต้นทุนที่เกษตรกรต้องใช้คือเท่าใด รวมถึง ผลผลิตที่ออกมาต่อไร่ เกษตรกรจะได้กี่กิโลกรัม-กี่ตัน แล้วตลาดเป็นอย่างไร

กระทรวงเกษตรฯ ต้องคุยกับทางกระทรวงพาณิชย์ด้วย เรากำลังจะเข้าไปคุยกับท่านศุภจี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายในว่าเราอยากเห็นภาพรวมของโควตาในแต่ละเซคชั่น ทั้งพืชและเนื้อสัตว์ ว่าเรามีโควต้าในการส่งออก แล้วก็ใช้บริโภคภายในประเทศอยู่ที่จำนวนเท่าใด เพื่อจะได้นำข้อมูลมาเทียบกับตัวเลขของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะทำให้รู้ว่า อันไหนมันมีมาก อันไหนยังขาด ดูเรื่องของดีมานด์ซัพพลาย ที่เป็นเรื่องปกติที่เราต้องดู

-ให้ความมั่นใจได้ว่า รับมือกับซูเปอร์เอลนีโญได้?

พยายามทำอย่างเต็มที่ ทางรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแลกรมชลประทาน ตอนนี้เราก็จะดูระบบน้ำทั้งระบบเลยว่าเราจะสามารถที่จะแก้ไขจุดไหนเพื่อเป็นการกักเก็บน้ำให้กับประชาชนในช่วงที่เกิดซูเปอร์เอลนีโญ ตลอดจนต้องประเมินด้วยว่ามีความเพียงพอต่อการทำการเพาะปลูกหรือไม่ รวมถึงการบริโภคอุปโภคในครัวเรือน เราต้องconcernเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน จะดูทั้งระบบ

-มีนโยบายการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในงานด้านการเกษตรอย่างไรบ้างเช่นเรื่องการใช้โดรน หรือเทคโนโลยีAI?

คงแยกเป็นแบบนี้ว่า ด้วยความที่รับผิดชอบกรมส่งเสริมการเกษตร เราคุยกับ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.อุดมศึกษาฯไว้ว่า อยากได้นวัตกรรมที่จะมาช่วยส่งเสริมและลดต้นทุนของเกษตรกร

เราให้โจทย์แต่ละกรมไปว่า อยากได้นวัตกรรมแบบไหน ที่จะสามารถตอบโจทย์รวมถึงเคพีไอของแต่ละกรมได้ ก็ให้ลิสต์ออกมา แล้วจะพาไปคุยกับกระทรวงอุดมศึกษาฯ เพื่อดูว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเขามีอะไรบ้างที่จะสามารถมาสนับสนุนได้

เราเข้าใจคำว่า R&D หรือ Research and Development โดยเมื่อวันนี้ กระทรวงอุดมศึกษาฯ มีนวัตกรรมอยู่แล้วก็ไปเอาอันนี้มา โดยหากยังไม่ตอบโจทย์ก็ Develop ต่อ เพื่อที่จะลดระยะเวลาในการทำ Research เพราะเรามีของอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเหมาะสมกับเราหรือไม่ หากยังไม่เหมาะก็ Develop ต่อ ส่วนแนวคิดเรื่อง ศูนย์โดรนการเกษตร ก็มีแนวคิด แต่ยังพูดคุยกันในเนื้อหาอยู่ ก็น่าจะมีการผลักดัน เราพยายามทำโครงการที่มีประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงมากที่สุด ต้องใช้ได้จริง ต้องมีประโยชน์ที่แท้จริง ช่วยลดต้นทุน ต้องช่วยเหลือเกษตรกรได้จริง

"ปิยะรัฐชย์-รมช.เกษตรและสหกรณ์"ยังกล่าวถึง การใช้งานAI กับงานด้านการเกษตรว่าแต่ละกรมที่ดูแลรับผิดชอบเริ่มรีเควสต์เข้ามาแล้วว่าอยากจะมีAIเข้ามาช่วย อย่างกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกร อย่างเวลามีเรื่องของ เพลี้ยระบาด แล้วเป็นพันธุ์ไหน ถ้าเป็นAIถ่ายรูปเสร็จสามารถออกมาเป็นข้อมูลได้เลยว่าเป็นเพลี้ยชนิดอะไร หรือสัตว์ที่ทำลายนาข้าวเป็นประเภทไหน แล้วต้องใช้อะไร ตอนนี้ก็มีการพูดคุยถึงประมาณนี้ ซึ่งในส่วนของระบบเทคโนโลยี เราก็คุยกับทางกระทรวงดิจิทัลฯเบื้องต้นกับคุณไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ และ คุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลฯ ในกรณีถ้ากระทรวงเกษตรฯมีแอปพลิเคชันหรือมีเว็บไซต์แบบไหน ข้อมูลเราสามารถรวมฐานอย่างไรได้บ้าง ระบบคลาวด์จะเป็นอย่างไร

วันนี้ต้องบอกว่าเราอยากจะทำงานร่วมกับกระทรวงหลายกระทรวง เพราะวันนี้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงเดียว เราเดินต่อ มันจะช้า ถ้าเราใช้พลังของกระทรวงอื่นๆเข้ามาด้วยทำให้เราเดินได้เร็วขึ้น อาจจะก้าวกระโดดด้วยซ้ำ

วางเป้าหมาย ดึงคนรุ่นใหม่ เข้าสู่วงการเกษตรให้มากขึ้น

-มีนโยบายที่จะทำเรื่องเกษตรรุ่นใหม่ อะไรหรือไม่?

ตอนนี้เรื่องภาคเกษตรรุ่นใหม่ ในส่วนของบุคลากรอย่าง Young Smart Farmer มีการพัฒนาอยู่แล้ว ตอนนี้มีประมาณ 20,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เพราะว่ารุ่นใหม่ มีโจทย์ที่เราคิด จากที่ทำงานพื้นที่ โดยได้ทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานในพื้นที่เราด้วย แรงงานในพื้นที่ส่วนใหญ่ กลุ่มวัยทำงานพบว่าอยากจะไปทำงานเมืองนอก อย่างอิสราเอล ที่ได้เงินเดือน 70,000 บาท เราก็เลยตั้งโจทย์กับตัวเองว่า ถ้างานเกษตรที่อิสราเอลได้70,000 บาทต่อเดือนได้ ทำไมประเทศไทยเราทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เรามีดิน เรามีน้ำ เรามีทรัพยากรต่างๆ แต่อิสราเอลเขาเป็นเมืองแบบแห้งแล้ง แต่ทำไมเราถึงทำไม่ได้แบบเขา อันนี้คือโจทย์ที่อยากจะคุยและอยากจะวิเคราะห์ออกมา

อยากดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่วงการเกษตรให้มากขึ้น เราไม่ทิ้งคนรุ่นเก่า รุ่นเก่าคือรุ่นเก๋าส์ที่มากด้วยประสบการณ์ เราจะไม่ทิ้ง แต่จะเอารุ่นเก่ารุ่นใหม่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์แล้วเมิร์ชข้อมูลกันเพื่อให้เดินต่อไปได้

จะพยายามสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามา โดยที่เราอาจจะต้องดูตัวเลขว่าถ้าคุณเข้ามาแล้วมีการทำเกษตรแบบรุ่นใหม่คือมีAI-เทคโนโลยีเข้ามา แล้วก็วิเคราะห์ดิน-น้ำ-ปุ๋ย ให้ถูกสูตรถูกดิน ถูกพื้นที่ วิเคราะห์ผลผลิตที่จะออกมาได้ว่า จะได้จำนวนเท่าใด ขายได้กำไรเท่าใด หากทำภาพให้ชัดจะสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาหรือให้เขากลับมาวงการเกษตรได้เยอะ จะพยายามทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าไม่ใช่เกษตรที่ทำแล้วจนลงแบบเดิม เราไม่อยากได้แบบนั้น แต่ทำเกษตรแล้วทำได้กำไรจะต้องทำแบบไหน

-นโยบายด้านการเกษตรที่พรรคเพื่อไทยเคยชูไว้ตอนหาเสียงครั้งที่ผ่านมาเช่น พักหนี้เกษตรกรสามปี จะได้เห็นหรือไม่?

ด้วยความที่ว่า อาจต้องพูดตัวเลขจำนวนสส.ก่อน คือจำนวนสส.พรรคเพื่อไทยหลังการเลือกตั้ง เราได้อยู่ 74 เสียง ดังนั้นเราคือพรรคร่วมรัฐบาล เสียงเราดังหรือไม่ ก็อาจจะดังบ้าง ไม่ดังบ้าง แต่นโยบายการพักหนี้เป็นนโยบายหลักของเพื่อไทย ซึ่งเราก็มีการนำเสนอ แต่จะผ่านหรือไม่ผ่าน ขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ก็อาจจะต้องอธิบายแล้วก็พูดคุยทำความเข้าใจกับทางพรรคร่วมรัฐฐาลอีกระดับหนึ่ง

นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยในทุก ๆ นโยบายในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอย่างเรื่องของผู้สูงอายุ -เกษตรกร เราผลักดันมีการพูดคุยอยู่ แต่ในส่วนของงบประมาณที่ต้องใช้ ก็ต้องไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเราไม่ใช่พรรคหลัก เราคือพรรคร่วม ดังนั้น ถ้าเราผลักดันแล้วก็ไปพูดคุย ถ้าเขาเห็นด้วย ก็เดินต่อได้ แต่ถ้าสมมุติว่าเขามองว่ายังมีข้อติดขัดตรงนี้ มีอุปสรรคตรงนี้ เราก็เอากลับมาแก้ไข แต่ยังไงพรรคเพื่อไทยเราดันนโยบายของพวกเราเต็มที่แน่นอน

ส่วนนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่เราต้องไปพูดคุยกับทางพรรคใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล ว่าโอเค เรามีนโยบายแบบนี้ งบประมาณที่ต้องใช้เป็นแบบนี้ เห็นด้วยหรือไม่ต้องมีการพูดคุยอยู่แล้ว เพราะเนื่องจากว่าเราได้แค่ 74 เสียง เราไม่ใช่พรรคหลัก ดังนั้นนโยบายที่ต้องการขับเคลื่อนเราก็ต้องพูดคุย

"ปิยะรัฐชย์-รมช.เกษตรฯจากพรรคเพื่อไทย"กล่าวหลังเราถามว่า จากที่เข้ามาทำงานที่กระทรวงเกษตรฯร่วมเดือน มองว่าปัญหาสำคัญของโครงสร้างภาคการเกษตรของประเทศไทยคือเรื่องอะไร โดยกล่าวตอบคำถามนี้ว่า จากที่ได้เข้ามาทำงานที่กระทรวงเกษตรฯ สามสัปดาห์กว่า เราได้พยายามทำความเข้าใจในเนื้อหาของปัญหาของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร คือเราต้องการลงพื้นที่ ไปรับฟังปัญหาที่แท้จริงจากพื้นที่ว่าปัญหาเกิดจากเหตุอะไร อยากได้อะไรแบบไหน แล้วเอามาดีไซน์เป็นนโยบายหลักในการขับเคลื่อนของกรมที่เราดูแลอยู่ อยากฟังให้เยอะที่สุด วิเคราะห์ให้เยอะที่สุด แล้วนำมาผลิตเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์เกษตรกรมากที่สุด

เรื่องที่เกษตรกรมีปัญหาเวลานี้ก็คือเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งน้ำมัน ค่าไฟ ทุกอย่างคือภาระต้นทุน ดังนั้น ตอนนี้ เรามีหน้าที่หาอะไรก็ได้มาทดแทน อย่างวันนี้ เกษตรกรเขาก็ขอความเห็นใจว่าการเยียวยาจาก1000 บาท เป็น 2000 บาทได้หรือไม่ ค่าเก็บเกี่ยวเป็น 2000 ได้หรือไม่ เพราะวันนี้เขาไม่ไหวแล้ว น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง อะไรก็แพง อะไรแบบนี้ เราก็มีหน้าที่ว่า หากสมมุติว่าเป็น 2000 บาทได้ ทำไมเราจะไม่ทำ แต่ถ้าสมมุติว่ามันติดขัดในเรื่องของงบประมาณที่มันเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเท่า เราต้องดูแล้วว่าเราสามารถมีอะไรมาเพิ่มเติมให้กับเกษตรกรได้บ้าง เพื่อมาลดภาระตรงนี้

ส่วนที่เน้นเรื่องการลงพื้นที่พบประชาชน-เกษตรกรตรงนี้ ถามว่าทางผู้บริหารระดับสูงส่งข้อมูลมาให้เราหรือไม่ ก็ส่งมาให้ แต่บางทีข้อมูลบางอย่างอาจจะตกหล่นระหว่างทางก็เป็นไปได้ อันนี้ด้วยความเชื่อส่วนตัว ดังนั้นถ้าสมมุติว่าผู้บริหารโอเค ส่งข้อมูลมา แต่เราลงพื้นที่แล้วรับข้อมูลมา ถ้ามันตรงกันจบ แต่ถ้าสมมุติไม่ตรงกัน เราต้องวิเคราะห์แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

อย่างที่เชียงราย ห่างจากกรุงเทพอยู่ 700 กิโลเมตร บางทีข้อมูลมาไม่ถึงกรุงเทพ อาจจะตกหล่นอยู่แถวอุตรดิตถ์-น่านอะไรก็ได้ อะไรแบบนี้ แต่ถ้าสมมุติว่าเราเข้าไปลงพื้นที่แล้วได้คุยกับเกษตรกรจริงๆ เพราะเราเน้นย้ำอยู่แล้วว่าเราอยากพบปะกับเครือข่ายเกษตรกร ส่งข้อมูลเข้ามา พูดคุยกันตรงๆ วันนี้ต้องรับฟังให้เยอะที่สุด เพราะบางทีเสียงของเขาดังมาไม่ถึงกรุงเทพ

วันนี้เราเข้ามา เราดูเรื่องของผลงานด้วยในแต่ละพื้นที่..อยากดูผลงานที่แท้จริงจับต้องได้ที่เป็นรูปธรรมในเรื่องของการทำงาน เป็นหลักเลย วันนี้เราเข้ามา เราไม่ได้มาสั่งข้าราชการให้ทำอะไรต่างๆตามอำเภอใจ

เมื่อถามถึงที่ผ่านมา มักมีเสียงสะท้อนว่า เงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร กรณีประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีความล่าช้า มีแนวทางการแก้ไขให้เร็วขึ้นอย่างไร "ปิยะรัฐชย์-รมช.เกษตรฯ"ให้ข้อมูลการแก้ปัญหาดังกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ระเบียบเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และมีการส่งเรื่องไปให้กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ความเห็นกลับมา ค่าเยียวยาจะมีการเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ตัวเลข ต้องรอให้ทางกระทรวงการคลัง ตอบกลับมาก่อนว่าโอเคหรือไม่โอเค มีตรงไหนที่เป็นอุปสรรค ส่วนก่อนหน้านี้ที่ล่าช้า อาจจะเกิดจากเรื่องของระบบ-เงื่อนไขหลักเกณฑ์ แต่ต้องเข้าใจว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พอตรวจความเสียหายเสร็จ ต้องนำข้อมูลเข้ามาที่คณะกรรมการจังหวัด โดยต้องมีการประชุมร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย แล้วประกาศเขตภัยพิบัติ จากนั้นเข้าสู่ระบบการเยียวยา ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ เราจะพยายามพูดคุยกับทางมหาดไทยเพื่อขอให้เร็วขึ้น แต่ถามว่า การลงพื้นที่ของทางเกษตรอำเภอหรือเกษตรจังหวัด เข้าพื้นที่เร็วหรือไม่ เราต้องเข้าเร็ว เพราะว่าต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง เราต้องเข้าไป เรื่องนี้พยายามทำให้เร็วขึ้น

เราไม่ได้มาสั่งข้าราชการ ให้ทำอะไรตามอำเภอใจ

-ในส่วนของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำ จากที่ดูแลหน่วยงานต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย จะมีแนวทางเรื่องนี้อย่างไร?

เราพูดตลอดว่าวันนี้ เราเข้ามาเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่ว่าจะไปโยกย้าย แต่เปลี่ยนแปลงคือเราอยากเห็นตัวชี้วัดความสำเร็จให้เร็วขึ้น อยากให้กรมแต่ละกรมที่ดิฉันดูแลอยู่ อยากให้แสดงผลงานออกมาเลย ท่านมีดีอะไรท่านแสดงมา แต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ท่านแสดงออกมาเลย 3 เดือน 6 เดือน หนึ่งปีที่เป็นควิกวินที่บอกไว้ ลองแสดงผลงานออกมาให้ดู เราประเมินจากผลงานด้วย วันนี้เลยอยากเน้นย้ำว่าแสดงผลงานมาให้ดู ท่านมีผลงานอะไรบ้าง

-ตอนนี้ กระทรวงเกษตรฯ ที่พรรคเพื่อไทยดูแลรับผิดชอบอยู่ ถูกจับตามองมากขึ้นเรื่องกรณีการแต่งตั้งโยกย้าย หลังเกิดกรณีอธิบดีกรมฝนหลวงฯ?

ขอให้ดูภาพรวมแล้วกัน ตอนนี้เรายังทำงานกันอยู่ แล้วก็อธิบดีแต่ละกรมก็ยังทำงานกันอยู่ ดังนั้น คิดว่ามันอาจจะเป็นประเด็นเรื่องตรงนั้นไป แต่การทำงานในภาพรวมของกระทรวงเราทำงานต่อเนื่อง ยังทำงานอยู่

แล้วเท่าที่สังเกตและได้ทำงานสัมผัสกับอธิบดีแต่ละท่าน พบว่าท่านยังแอคทีฟในการทำงานอยู่ ดังนั้น คิดว่าอาจจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นตรงนั้นไป แต่ว่าในภาพรวมของกระทรวงทั้งหมดยังทำงานกันอยู่

-ในฐานะเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งของกระทรวงเกษตรฯ หากจะสื่อสารถึงข้าราชการประจำของกระทรวง ในเรื่องแนวทางหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายจะบอกอะไร?

เชื่อว่าวันนี้เราเข้ามา เราดูเรื่องของผลงานด้วยในแต่ละพื้นที่ แล้วยิ่งเป็นตัวดิฉันเองด้วย อยากดูผลงานที่แท้จริงจับต้องได้ที่เป็นรูปธรรมในเรื่องของการทำงาน เป็นหลักเลย แล้ววันนี้เราเข้ามา เราไม่ได้มาสั่งข้าราชการให้ทำอะไรต่างๆตามอำเภอใจ

อย่างเราเองบอกเสมอ อย่างก่อนหน้านี้ที่ไปเชียงรายของกรมส่งเสริมสหกรณ์เราบอกว่า วันนี้เข้ามา ก็อยากมาทำให้ข้าราชการเหนื่อยน้อยลง แต่ผลงานงานออกมาเป็นรูปธรรมให้ชาวบ้านจับต้องได้มากขึ้น วันนี้คงไม่ได้มาสั่งว่าต้องทำตามใจของดิฉัน วันนี้เราทำงาน เคารพในหลักเกณฑ์ เงื่อนไขระเบียบของท่าน (ข้าราชการ) ท่านไม่ต้องกังวลเลยว่าเราจะสั่งให้ท่านทำนอกเหนือหลักเกณฑ์เหล่านี้หรือไม่ ยืนยันว่าไม่ วันนี้เรามาขอความร่วมมือ ขอมาทำงานด้วย อยากจะเข้ามาทำให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยหรือผู้บริหาร ทำงานได้ง่ายขึ้น เราจะเอาเครื่องมืออย่างAI ระบบแอปพลิเคชันต่างๆ เข้ามาทำให้ท่านทำงานได้ง่ายขึ้น

-เกษตรกรในยุคที่พรรคเพื่อไทยดูแลกระทรวงเกษตรฯ วางเป้าไว้อย่างไร จะทำให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น หนี้สินลดลง?

ด้วยปัญหาที่มันอาจจะเรื้อรังมานานของเกษตรกรไทย ในส่วนของตัวเราเอง อยากเข้ามาค่อย ๆ แก้ปมที่มันยังมีอยู่ ซึ่งปมปัญหาบางปม ซ่อนอยู่ใต้พรมด้วย ปมปัญหาบางปม บางทีไม่ได้ดึงออกมาให้เราได้เห็น วันนี้ พรรคเพื่อไทยเรา เราใกล้ชิดกับเกษตรกร เราใกล้ชิดกับประชาชน หัวใจเราคือประชาชนจริง ๆ

เราจะพยายามดึงปมที่มันอยู่ข้างใต้ออก แล้วแงะออกมา เพราะว่าถ้าปมไม่แงะออกมา ปัญหามันแก้ไม่จบ ก็จะมีการกู้เงิน มีการทำแบบนั้นแบบนี้ แต่ถ้าสมมุติ เรารู้ว่าปัญหาแต่ละพื้นที่เป็นแบบไหน เรานำนโยบายไปแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ค่อยๆ แก้ไปทีละเปลาะ ที่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆพรรคเพื่อไทยเข้ามาสามเดือน จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน หรือว่าเป็นรัฐมนตรีท่านไหนสามเดือนไม่มีทาง อยากให้ประชาชนและเกษตรกรทุกท่าน ลองจับตาดูก็ได้ว่าในสามเดือนเรามีอะไรที่เพิ่มเติม หกเดือนเรามีอะไรที่เพิ่มเติม แล้วในหนึ่งปี มันสามารถแก้ไขปัญหาใดให้เป็นรูปธรรมได้บ้าง ฝากจับตาดูก็ได้

-ตั้งเป้าว่าหนึ่งปีต้องดีขึ้น?

3 เดือนต้องเริ่ม 6 เดือนต้องขยาย 1 ปีต้องเห็นผลจะพยายามทำ แต่ว่าอาจจะช้าจะเร็วยังไง รอเราหน่อย เราพยายามแก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องอย่างแน่นอน ท่านวัชรพล รมช.เกษตรฯ กับดิฉัน ก็อาจจะเดินลงพื้นที่เป็นหลักเลยทั่วประเทศ เราทำงานกันเป็นทีม

-จากที่เพื่อไทย ดูแลงานด้านสังคม ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ รวมถึงการดูแลกระทรวงเกษตรฯ หากพรรคเพื่อไทยสร้างผลงานขึ้นมาได้ จะมีผลกับพรรคเพื่อไทยอย่างไรโดยเฉพาะเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น?

วันนี้เราไม่ได้มองว่าจะเป็นผลประโยชน์กับพรรคแบบไหน แต่เรามองว่าเราทำอะไรให้กับประชาชนได้บ้าง อันนี้คือหัวใจหลักของเรา วันนี้เราเข้ามา เราอยากแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน อย่างน้อยเดิน 1 ก้าว เราจะไม่เดิน 1 ก้าวแล้วถอยหลัง 2 ก้าว เราจะไม่ทำ แต่เราจะเดินก้าวไปเรื่อยๆ จะก้าวสั้นหรือก้าวยาวก็แล้วแต่บริบทที่เราเจอ แต่ยังไงเราเดินต่อไป

อย่างวันนี้ เราทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้มีการไปลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีการคุยกับรมช.ศึกษาธิการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ว่าลองเสนอได้ไหมว่า วันนี้ประชาชนปลูกพืชผักผลไม้ เรามาโคกัน ทำเอ็มโอยูกันหรือไม่ โรงเรียนแต่ละโรงเรียน รับซื้อผักผลไม้จากเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งเป็นผักปลอดภัย เราเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องต้องการให้ลูกหลานที่เรียนอยู่ในโรงเรียนได้กินผักที่ปลอดภัยและราคาที่เป็นมิตรด้วย เราลองทำ เอ็มโอยู กันไหม ก็นำเสนอไอเดียเป็นแบบนี้ ส่วนของดร.ยศชนัน รมว.อุดมศึกษาฯ ก็คุยกันว่า เราอยากได้นวัตกรรมของมหาลัยเข้ามาทำงานร่วมกับทางกรมกับกระทรวงเกษตรฯ ขณะที่ ทางรมว.แรงงาน คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ การเก็บผลไม้ในสวนก็ต้องใช้แรงงาน แล้วจะทำอย่างไรได้บ้างให้ทุกคนอยู่ได้ หรือในส่วนของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง อย่างพื้นที่สูง วัยทำงานส่วนใหญ่ไปทำงานในเมืองหรือทำงานเมืองนอก จะเหลือแค่ผู้เฒ่าผู้แก่ เราสามารถที่จะเสริมรายได้ให้พวกเขาอย่างไรได้บ้าง เราก็ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เข้าไปดูว่าศักยภาพของเขาปลูกกาแฟ-ผักหวานได้หรือไม่ แล้วเราช่วยกันรักษาป่าไปด้วย เราทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ซึ่งนอกจากของพรรคเพื่อไทยแล้ว รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลก็ทำงานร่วมกัน อย่างที่กล่าวข้างต้นในการทำงานร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลฯ

โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...