สงครามตะวันออกกลาง เสี่ยงฉุด “ท่องเที่ยวไทย” นนท.หาย 3 ล้านคน สูญรายได้ 1.5 แสนล้านบาท
ท่องเที่ยวไทยเผชิญความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลาง อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปถึง 3 ล้านคนในปีนี้ และทำให้เศรษฐกิจสูญเสียรายได้กว่า 150,000 ล้านบาท
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 12.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีความเสี่ยงลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี หลังสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้น
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลา 6 เดือน ไทยอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงประมาณ 3 ล้านคนในปีนี้ และอาจทำให้เศรษฐกิจสูญเสียรายได้ประมาณ 150,000 ล้านบาท หรือราว 10% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปีที่ผ่านมา
รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ไว้ที่ 35 ล้านคน แต่สถานการณ์สงครามอาจทำให้ตัวเลขลดลงมาใกล้ระดับปี 2566 ที่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 28 ล้านคน ขณะที่สายการบินทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนยกเลิกการเดินทาง ขณะที่บางส่วนรีบจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าโดยสารที่แพงขึ้น โดยนางสาวนัทรียาระบุว่า“หัวใจของการท่องเที่ยวคือการเดินทาง และการเดินทางต้องใช้น้ำมัน ทุกคนได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เราอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”
เพื่อลดผลกระทบจากสงคราม ภาคการท่องเที่ยวไทยมีแผนหันไปดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้สูงที่ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง ผ่านแคมเปญการตลาดใหม่ โดยไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางอย่างน้อย 200,000 คนในปีนี้ และจะปรับงบการตลาดจากยุโรปและสหรัฐไปใช้ในตลาดตะวันออกกลางมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูง โดยใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 80,000 บาทต่อทริป เทียบกับนักท่องเที่ยวยุโรปที่ใช้จ่ายเฉลี่ย 61,000 บาท และนักท่องเที่ยวเอเชียประมาณ 39,000 บาทต่อทริป อีกทั้งนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีกำลังซื้อสูงและสามารถรับค่าโดยสารเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นได้
ปัจจุบันเที่ยวบินเข้าออกประเทศไทยเกือบกลับสู่ภาวะปกติ โดยจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกลดลงจากหลักร้อยเที่ยวต่อวัน เหลือน้อยกว่า 30 เที่ยวต่อวัน การดึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ซึ่งมีโรงพยาบาลเอกชน เช่น Bangkok Dusit Medical Services และ Bumrungrad Hospital เป็นผู้นำ ขณะเดียวกัน ไทยยังเตรียมทำการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวระยะใกล้จากประเทศเอเชียเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม สงครามกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 12% ของ GDP และยังฟื้นตัวไม่เต็มที่หลังโควิด โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 22 มีนาคม ปีนี้ ไทยมีนักท่องเที่ยว 8.54 ล้านคน ลดลงประมาณ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในปีที่ผ่านมา ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ และความขัดแย้งกับกัมพูชา โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในปี 2568 มาจากเอเชีย 22 ล้านคน ยุโรป 8.25 ล้านคน และตะวันออกกลางมากกว่า 750,000 คน
ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น การให้ลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว การลดภาษีโรงแรมหรือพักชำระหนี้ รวมถึงอาจมีมาตรการจัดสรรน้ำมันเพื่อให้รถบัสท่องเที่ยวมีเชื้อเพลิงเพียงพอ โดยนางนัฐริยากล่าวว่า “ตอนนี้สงครามกำลังกระทบเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวสำคัญของประเทศ แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป”
อ้างอิง : bloomberg.com