โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามตะวันออกกลาง เสี่ยงฉุด “ท่องเที่ยวไทย” นนท.หาย 3 ล้านคน สูญรายได้ 1.5 แสนล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 07.22 น.

ท่องเที่ยวไทยเผชิญความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลาง อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปถึง 3 ล้านคนในปีนี้ และทำให้เศรษฐกิจสูญเสียรายได้กว่า 150,000 ล้านบาท

วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 12.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีความเสี่ยงลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี หลังสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้น

นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลา 6 เดือน ไทยอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงประมาณ 3 ล้านคนในปีนี้ และอาจทำให้เศรษฐกิจสูญเสียรายได้ประมาณ 150,000 ล้านบาท หรือราว 10% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปีที่ผ่านมา

รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ไว้ที่ 35 ล้านคน แต่สถานการณ์สงครามอาจทำให้ตัวเลขลดลงมาใกล้ระดับปี 2566 ที่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 28 ล้านคน ขณะที่สายการบินทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนยกเลิกการเดินทาง ขณะที่บางส่วนรีบจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงค่าโดยสารที่แพงขึ้น โดยนางสาวนัทรียาระบุว่า“หัวใจของการท่องเที่ยวคือการเดินทาง และการเดินทางต้องใช้น้ำมัน ทุกคนได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เราอาจสูญเสียนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”

เพื่อลดผลกระทบจากสงคราม ภาคการท่องเที่ยวไทยมีแผนหันไปดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้สูงที่ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง ผ่านแคมเปญการตลาดใหม่ โดยไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางอย่างน้อย 200,000 คนในปีนี้ และจะปรับงบการตลาดจากยุโรปและสหรัฐไปใช้ในตลาดตะวันออกกลางมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูง โดยใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 80,000 บาทต่อทริป เทียบกับนักท่องเที่ยวยุโรปที่ใช้จ่ายเฉลี่ย 61,000 บาท และนักท่องเที่ยวเอเชียประมาณ 39,000 บาทต่อทริป อีกทั้งนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีกำลังซื้อสูงและสามารถรับค่าโดยสารเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นได้

ปัจจุบันเที่ยวบินเข้าออกประเทศไทยเกือบกลับสู่ภาวะปกติ โดยจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกลดลงจากหลักร้อยเที่ยวต่อวัน เหลือน้อยกว่า 30 เที่ยวต่อวัน การดึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ซึ่งมีโรงพยาบาลเอกชน เช่น Bangkok Dusit Medical Services และ Bumrungrad Hospital เป็นผู้นำ ขณะเดียวกัน ไทยยังเตรียมทำการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวระยะใกล้จากประเทศเอเชียเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม สงครามกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 12% ของ GDP และยังฟื้นตัวไม่เต็มที่หลังโควิด โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 22 มีนาคม ปีนี้ ไทยมีนักท่องเที่ยว 8.54 ล้านคน ลดลงประมาณ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในปีที่ผ่านมา ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ และความขัดแย้งกับกัมพูชา โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในปี 2568 มาจากเอเชีย 22 ล้านคน ยุโรป 8.25 ล้านคน และตะวันออกกลางมากกว่า 750,000 คน

ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น การให้ลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว การลดภาษีโรงแรมหรือพักชำระหนี้ รวมถึงอาจมีมาตรการจัดสรรน้ำมันเพื่อให้รถบัสท่องเที่ยวมีเชื้อเพลิงเพียงพอ โดยนางนัฐริยากล่าวว่า “ตอนนี้สงครามกำลังกระทบเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวสำคัญของประเทศ แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...