โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นวัตกรรม Rotary Mulcher เปลี่ยนตอซังเป็นทอง ลดเผา กักเก็บคาร์บอน

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กรมการข้าวโชว์ความสำเร็จ Rotary Mulcher ในนาน้ำลึกปราจีนบุรี ช่วยเกษตรกรหยุดเผาฟาง เปลี่ยนตอซังเป็นปุ๋ยเพิ่มรายได้ ลดก๊าซเรือนกระจกและปรับปรุงดินให้สมบูรณ์ พร้อมขยายผลสร้างสังคมเกษตรสีเขียวทั่วไทย

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 นายโอวาท ยิ่งลาภ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ในนาข้าว พร้อมชมการสาธิตนวัตกรรม “เครื่องย่อยกำจัดตอซังข้าว (Rotary Mulcher)” ในพื้นที่นิเวศนาน้ำลึก ณ ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี

นายโอวาท ยิ่งลาภ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานและชมการสาธิตนวัตกรรม “เครื่องย่อยกำจัดตอซังข้าว (Rotary Mulcher)” ณ ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีฟางข้าวและตอซังตกค้างในนาข้าวรวมกว่า 42 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยในพื้นที่นาน้ำลึกจังหวัดปราจีนบุรีและใกล้เคียงมักประสบปัญหาตอซังและฟางข้าวที่มีปริมาณมากและยาวกว่าปกติ ทำให้เกษตรกรนิยมใช้วิธีการเผาเพื่อความรวดเร็วในการเตรียมดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำลายโครงสร้างดิน และเป็นต้นเหตุของฝุ่นละอองPM 2.5 กรมการเข้าว จึงได้ส่งเสริมการใช้เครื่อง Rotary Mulcher ซึ่งสามารถสับย่อยตอซังที่หนาแน่นได้ละเอียดในขั้นตอนเดียว ช่วยให้ฟางย่อยสลายเป็นปุ๋ยเร็วกว่าการไถกลบแบบเดิมถึง 1 เท่าตัว ส่งผลให้ดินร่วนซุย รากข้าวแข็งแรง และลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ถึง 10-20% เพื่อ ยุติการเผาในที่โล่ง: ลดมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน: เปลี่ยนตอซังเป็นอินทรียวัตถุ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และยกระดับเกษตรกรรมอัจฉริยะ: โดยการใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน ที่ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของรัฐบาล

ด้าน นางกุลชนา ดาร์เวล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ระบุว่า เกษตรกรในพื้นที่บริเวณรอบศูนย์วิจัยข้าวกว่า 80% เริ่มปรับเปลี่ยนทัศนคติหันมาใช้วิธีการย่อยกลบเพื่อทำปุ๋ยสดแทนการเผา ในขณะที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ ให้ความสนใจเข้ามาขอศึกษาดูงานและสาธิตการใช้เครื่องเครื่องย่อยตอซังอย่างต่อเนื่อง เกิดการรวมกลุ่มเพื่อวางแผนบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตรแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) เพื่อให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ครอบคลุมทุกครัวเรือน

นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าฟางข้าวในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การทำฟางอัดก้อนเพื่ออาหารสัตว์ การผลิตกระดาษและบรรจุภัณฑ์จากเยื่อฟางข้าวโดยการนำเอาเศษฟางข้าวมาทำเป็น ดอกไม้ โคมไฟ จาน ชาม ถาด ที่สามารถบรรจุได้ทั้งร้อนและเย็น ปลอดภัยต่อสุขภาพ และสามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติในระยะเวลาอันสั้น รวมถึงการแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด ซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันประเทศไทยมีฟางข้าวและตอซังตกค้างในนาข้าวรวมกว่า 42 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก กรมการข้าวจึงมีแผนที่จะขยายผลนวัตกรรมเครื่องย่อยตอซังนี้ไปยังพื้นที่นาน้ำลึกทั่วประเทศ ผ่านกลไกการบริหารจัดการเครื่องจักรกลแบบแบ่งปัน (Sharing Economy)ในกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อสร้างสังคมเกษตรปลอดการเผาและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทยอย่างยั่งยืน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...