3 พรรค ซัดรัฐบาลล้มเหลวแก้วิกฤตพลังงาน ลั่น ไอ้โม่งมีจริง เชื่อ 1 พ.ค.ค่าไฟขึ้นแน่
ปชน.-เพื่อไทย-ปชป. ซัดรัฐบาลล้มเหลวแก้ วิกฤตพลังงาน ปล่อยประชาชนแบกรับภาระ ชี้ข้อมูลที่สับสน พิสูจน์ว่า ไอ้โม่งมีจริง แนะทางแก้ให้เก็บธรรมเนียมลาภลอย-ลดภาษีสรรพสามิต เพื่อลดราคาน้ำมันทันที เชื่อ 1 พ.ค. ค่าไฟปรับแน่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า มี 3 เรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อกู้วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ โดย 1.เปลี่ยนจากจัดการปัญหาแบบปิดของ ศบก. มาเป็นการเปิดรับฟัง เปิดข้อมูล ลงโทษคนผิด
2.เปลี่ยนจากการใช้กองทุนเพื่อตรึงราคาน้ำมัน มาเป็นการอุดหนุนแบบขั้นบันไดและช่วยกลุ่มเปราะบาง ร่วมกับมาตรการทางภาษีอย่างสรรพสามิตและลาภลอย และ 3.เปลี่ยนจากการทำโครงการธงเขียวที่ช่วยเกษตรกรได้จำกัด มาเป็นการดูแลทั้งซัพพลายเชนการผลิตและแจกคูปองแบบทั่วถึง
นายวีระยุทธกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับคนไทยเวลานี้คือ ความรู้สึกว่ารัฐบาลและผู้นำประเทศไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเขาในยามวิกฤต การเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาได้ จึงต้องอาศัยการทำงานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
ทั้งนี้ ชอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังประสบความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำมันส่งเสียงผ่านมายังพรรคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เสียงไปไม่ถึงรัฐบาลอย่างเกษตรกร ชาวประมง ไรเดอร์ แรงงาน รวมถึงผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและขนส่ง
จากนั้นเวลา 11.20 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สิ่งที่ประชาชนรับรู้คือ ปัญหาน้ำมันไม่ได้เป็นแค่ข่าวต่างประเทศอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนไทย วิกฤตเฉพาะหน้าที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ในเวลานี้คือ เหตุใดประชาชนจึงหาปั๊มเติมน้ำมันไม่ได้ รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
หากวิกฤตพลังงานลากยาวไปถึงช่วงกิจกรรมเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือเทศกาลสงกรานต์ ผลกระทบจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย เพราะรายได้จากการเดินทาง การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภายในประเทศอาจหดตัวลง พร้อมกับต้นทุนการขนส่งที่พุ่งขึ้น
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า คำว่าปล่อยตามกลไกตลาด อาจกลายเป็นเพียงการปล่อยให้ประชาชนแบกรับภาระลำพัง ในระยะสั้นรัฐต้องเร่งแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันให้ได้ก่อน โดยเปิดเผยข้อมูลสต็อกและการกระจายให้ชัด ตรวจสอบการกักตุนและการเก็งกำไรอย่างจริงจัง และช่วยเหลือแบบเจาะจงไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนจริง เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานขนส่ง และผู้ประกอบการรายย่อย
ขณะเดียวกันต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันและ LNG เพิ่มจากหลายภูมิภาค ลดการพึ่งพาตะวันออกกลางมากเกินไป และวางแผนให้ราคาพลังงานค่อยๆสะท้อนต้นทุนจริงอย่างมีระบบ รวมทั้งเร่งการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน
อีกทั้งรัฐควรเตรียมการเพิ่มบริการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เข้าถึงง่าย และมีต้นทุนที่ประชาชนรับไหว เพื่อเป็นทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน เพราะการดูแลประชาชนไม่ควรมีแต่การพยุงราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ต้องช่วยลดความจำเป็นในการแบกรับต้นทุนน้ำมันของประชาชนด้วย
แต่การรับมือวิกฤตครั้งนี้จะหยุดอยู่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ประเทศไทยต้องวางแผนสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วยคือ 1.ต้องกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันและก๊าซให้หลากหลายขึ้น ไม่พึ่งพาภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป
2.ต้องทบทวนระบบสำรองพลังงาน การกระจาย และโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังเก็บและขนส่ง ให้รองรับภาวะสะดุดของตลาดโลกได้จริง 3.ต้องลดการพึ่งพาน้ำมันในภาคขนส่งและการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
และ 4.ต้องทำให้ภาคเกษตร ภาคขนส่ง และภาคการผลิตของไทยปรับตัวได้มากขึ้น ไม่ปล่อยให้ทั้งระบบเปราะบางต่อราคาน้ำมันโลกเช่นเดิม เพราะความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการมีน้ำมันพอใช้ในวันนี้ แต่คือการทำให้ประเทศมีความสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้ในระยะยาว
จากนั้นนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ความวุ่นวายในประเทศไทยเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการและแก้ปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาล นำมาสู่ความทุกข์ร้อนของประชาชน
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีความล้มเหลวต่อการบริหารจัดการและการแก้ปัญหา กับประเด็นที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะว่าที่รมว.พลังงาน บอกถึงข้อมูลที่ย้อนแย้งระหว่างปริมาณการกลั่นน้ำมันที่มากเกินใช้แต่ละวัน แต่ไม่มีน้ำมันขายให้ประชาชน เป็นสิ่งยืนยันว่าไอ้โม่งมีจริง
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลขาดคือการติดตามข้อมูลน้ำมันทุกหยด นอกจากนั้นแล้วโครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหาเป็นเหตุให้น้ำมันขาดแคลน รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน
“นายกฯ บอกว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากความตื่นตระหนกเพราะบริหารล้มเหลว และกักตุนขอให้ดูที่ไอ้โม่ง ผมขอให้เอาจริง ไม่เช่นนั้นสุ่มเสี่ยงจะคิดว่ารัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน เป็นความชัดเจนของรัฐบาลที่ส่งสัญญาณปล่อยลอยตัวน้ำมัน เหตุผลสำคัญคือการไม่ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันก่อนวิกฤตสงคราม ทำให้มีการกักตุนเก็งกำไร คือความล้มเหลวการบริหารจัดการ” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวต่อว่านายกฯ พูดถึงการลอยตัวราคาน้ำมัน แต่ไม่คิดจะลดภาษีให้ประชาชน อ้างว่าจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ประชาชนมีความจำเป็นเช่นกันและมากกว่า หากหวังประชาชนประหยัด รู้ว่าประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องมีส่วนร่วม โรงกลั่นต้องมีส่วนร่วม
โดยพรรคมีข้อเสนอ กำไรเกินควรในช่วงวิกฤติควรแบ่งปันเป็นธรรมเนียมลาภลอยเพื่อลดภาระให้ประชาชนในกองทุนน้ำมัน รวมถึงลดภาษีสรรพสามิต ลด 6 บาท โดย 2 ข้อเสนอนี้จะทำให้น้ำมันมีราคาละลง ลิตรละ 9 บาท และรัฐบาลดำเนินการได้ทันที
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า วันที่ 1 พ.ค. เชื่อว่าค่าไฟฟ้าต้องปรับขึ้นแน่นอน ซึ่งเกิดจากกลไกตลาด ดังนั้น รัฐบาลต้องทบทวนสูตรการซื้อไฟฟ้าที่เอื้อให้นายทุนที่ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น หากต้นทุนค่าแก๊ซเพิ่มสูงขึ้น ภาวะที่ต้นทุนค่าแก๊ซสูงขึ้นเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับเพราะเป็นการทิ้งภาระ
ทุกรัฐบาลมีวิกฤตของตนเอง ปัจจุบันคือสงครามตะวันออกกลาง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือไม่เอาวิกฤติเป็นข้ออ้าง แต่ต้องหาทางบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนมากในวิกฤติตนขอวิงวอนให้เร่งแก้ปัญหาพูดความจริงกับประชาชน อย่าผลักให้ข้าราชการระดับสูงออกมาชี้แจงแทน
ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ประชาชนต้องการฟังคำอธิบาย ซึ่งเป็นความไว้วางใจ คลายความตื่นตระหนกที่จะตามมา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 พรรค ซัดรัฐบาลล้มเหลวแก้วิกฤตพลังงาน ลั่น ไอ้โม่งมีจริง เชื่อ 1 พ.ค.ค่าไฟขึ้นแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th