นายกฯ รับ ขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75%
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายหลังที่ประชุม ครม. เห็นชอบปฏิทินงบประมาณ พ.ศ.2570 เรียบร้อยแล้ว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายในครั้งนี้
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวาระของการมอบนโยบายงบประมาณรายจ่ายประจำประจำปีงบประมาณ 2570 ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา ขณะนี้เราอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ของโลกที่มีความผันผวนสูง มาตรการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงกับพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทย ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ภาครัฐของเราต้องแสดงบทบาทและปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ ต้องปรับปรุงปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ในทรัพยากรที่ใช้น้อยลง โดยเริ่มจากการปรับลดงบประมาณ แผนงาน หรืองานที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดในการวางแผนงบประมาณ ให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้องตรงเป้าและแม่นยำ และตอบโจทย์นโยบาย 10 plus ของรัฐบาล นำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤต ควบคู่กับพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน หลุดพ้นกับดักประเทศ
รัฐบาลกำหนด 5 นโยบายสำคัญ เพื่อทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ เราต้องกระจายรายได้และสร้างโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมการค้า การเกษตร และการท่องเที่ยว ผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เราจะจะต้องเสริมสร้างบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลก ด้วยความสร้างสรรค์ เร่งผลักดันประเทศไทยให้เข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 และส่งเสริมความมั่นคงชายแดน ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน
ด้านสังคม รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาสุขภาพ สร้างเสริมสถาบันครอบครัวชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านนโยบายสูงวัย พลัส และการศึกษาเท่าเทียม พลัส
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศมีระบบการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และมีระบบป้องกันการเตรียมความพร้อมและภัยพิบัติที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว
และด้านสุดท้าย คือ การบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย มุ่งให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นราชการทันใจ ไม่ใช่ทำใจ รวมทั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ผ่าน Ai พลัส และไทยแลนด์ พลัส
โดยวงเงิน 3.788 ล้านบาท ปี 70 เพิ่มจากปีที่แล้ว 7,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2 % ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ เราต้องคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า และหลักงบประมาณฐานศูนย์ จะไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่เคยได้รับจัดสรรในปีที่ผ่านมา แต่จะเน้นในเรื่องความจำเป็นความเหมาะสมของสถานการณ์ความเร่งด่วน และปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศให้มากที่สุด
การขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 20 % ของงบประมาณปีที่แล้ว ที่เพิ่มขึ้นส่วนมากจะต้องเป็นรายจ่ายด้านการลงทุน เป็นกฎเหล็กของปีงบประมาณ 2570 เพื่อการการแก้ไขวิกฤตในขณะของประเทศของเรา เป็นการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน ให้ทุกหน่วยปรับลดคำขอ ตั้งงบประมาณการศึกษาดูงาน และการรับรู้การก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยเน้นเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องก่อสร้างก็ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบ ภาครัฐและเอกชน และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะเรื่องการคมนาคมขอให้เร่งซ่อมเส้นทางเดิมมากกว่าขยายเส้นทางใหม่
ขณะที่ด้านพลังงาน ขอหันไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ใช้การเช่าซื้อรถยนต์มาใช้ในราชการ และเปลี่ยนไปใช่รถยนต์อีวี เพื่อการประหยัด และลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันโลก กรณีลงสัญญาเช่าไว้แล้ว ให้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ให้มีการเจรจาพิจารณาปรับแก้สัญญาเช่ารถราชการเปลี่ยนเป็นรถยนต์อีวี โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางธุรกิจ ต้นทุนและภารกิจของหน่วยงานและความเป็น ไปได้ พร้อมขอให้หน่วยงานพิจารณาใช้โซลาร์รูฟท็อปให้มากขึ้น
พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลยึด 3 หลัก คือ การพิทักษ์และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินบนหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอให้ร่วมมือกันทำภารกิจสำคัญนี้ให้ลุล่วง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ในเรื่องของการดูแลอธิปไตยของประเทศ จะต้องให้ความสำคัญกับยุทโธปกรณ์ ต้องมีความพร้อม ต้องไม่ให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับเรามารุกรานประเทศของเราได้ การเตรียมความพร้อมทางด้านนี้ ขอให้วางแผนให้ดี หากมีเรื่องจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าเรามีศักยภาพ มีแสงยานุภาพเพียงพอที่จะปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินไทยของเรา รวมถึงศักดิ์ศรีของประเทศไทยด้วย แผ่นดินที่เป็นของคนไทยและประเทศไทย ต้องปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในเรื่องการปกป้องดินแดนของเรา
นายอนุทิน ยังย้ำว่าการลงนามบันทึกความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน ในวันนี้ ขอให้ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนรุ่นหลัง ถึงเวลาสร้างบ้านแปลงเมือง หมดเวลาการคดโกง ทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปยังมั่นคงและยั่งยืน
ต่อมาเวลา 11.06 น.นายกฯ เดินทางมาท่า อากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง โดยผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เล็งปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจากระดับ 70% เป็น 75 % ใช่หรือไม่ โดยนายกฯหยุดยืนฟัง และพยักหน้ารับ ก่อนเดินเข้าห้องรับรองภายในบน.6