'รัชดา' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ หลังรับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล เผย 'อนุทิน' กำชับสื่อสารตรงไปตรงมา ไม่ต้องป้องนายกฯ-รมต.
เมื่อเวลา 08.19 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อคืนวันที่ 6 เม.ย. มีมติแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ
โดย น.ส.รัชดา เปิดเผยถึงว่า ตนตระหนักถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าในยามนี้ เข้าใจสถานการณ์ว่า การสื่อสารจากภาครัฐไปสู่ประชาชนเป็นเรื่องจำเป็น เมื่อตนได้รับโอกาสนี้ ถือว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่ง จะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างตรงไปตรงมาให้ถึงประชาชนได้มากที่สุด เพื่อจะได้สร้างความเข้าใจและหวังว่า ความเข้าใจที่เกิดขึ้นในสังคมจะทำให้ประชาชนคลายความทุกข์ใจได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้เกิดวิกฤตราคาน้ำมัน การทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯอาจจะแตกต่างจากที่ผ่านมา น.ส.รัชดา กล่าวว่า ต่างจากอดีตมาก เนื่องจากสถานการณ์และมีความคาดหวัง รวมถึงสื่อโซเซียลมีความตื่นตัว ต้องทำงานมากขึ้นอีก ส่วนตัวในฐานะโฆษก ทีมโฆษก และสำนักโฆษกฯ ต้องบูรณาการการทำงานกับโฆษกกระทรวง และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับข่าวต่างๆ ให้มากขึ้น เมื่อมีประเด็นเกิดขึ้นเราจะเร่งทำความชี้แจง โดยข้อมูลที่ชี้แจงนั้นจะต้องถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว ถือเป็นความท้าทายที่เราต้องมาจัดระบบ และบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของรัฐให้มากขึ้น
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยทำหน้าที่รองโฆษกฯมาแล้ว มีส่วนไหนที่ต้องปรับปรุงหรือทำให้ดีขึ้นกว่าในอดีตหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ส่วนตัวเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกประชาชน เพียงแต่บางครั้งเราเห็นว่า การสื่อสารจากภาครัฐไปยังช้า โดยเฉพาะในสถานการณ์อย่างนี้ประชาชนคาดหวัง มีความอยากจะรู้ แต่ถ้าเราช้า ซึ่งบางครั้งช้าแค่ 3-4 ชั่วโมง ก็เหมือนกับช้าไปเป็นวันแล้ว เราจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ดีที่สุด ย้ำว่า การรับฟังเสียงโซเซียลมากขึ้น วันนี้ได้มีการนำเอไอมาใช้ ทุกเสียงสะท้อนของประชาชน รัฐบาลได้ยิน นายกฯก็รับทราบ และเราห่วงใย เข้าใจความรู้สึกตรงนั้น ถ้าเราโฟกัสเรื่องมาตรการต่างๆ ที่จะออกไป หรือสื่อสารให้มีความชัดเจนอะไรที่ยังเป็นปัญหา ตนและสำนักโฆษกฯจะเร่งไปปรับปรุงตรงนั้น
เมื่อถามว่า นายกฯได้ให้นโยบายอะไรหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯพูดสั้นๆ แค่ว่า ในยามนี้ที่มีวิกฤตการสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็น และนายกฯเข้าใจทุกๆ ความรู้สึกของประชาชน นายกฯย้ำว่า ขอให้ไปทำหน้าที่สื่อสารให้ครบถ้วนอย่างมีเหตุผล ตรงไปตรงมา ไม่ต้องกังวลในเรื่องที่จะต้องมาปกป้องนายกฯหรือรัฐมนตรี ขอให้โฆษกสื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีข้อท้วงติงหรือคำถามจากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะในแง่การเมือง จะมีการตอบโต้หรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า เราไม่ได้มองว่า จะต้องมีการตอบโต้ ถ้าเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านนำเสนอที่มาจากชุดข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือเป็นมุมมองในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้ เราก็จะต้องมีการชี้แจง เพราะโจทย์ในวันนี้ มันไม่ใช่การทะเลาะกัน หรือการสวนกันไปกันมา แต่คือ การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง ฉะนั้น หน้าที่หลักคือ ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างมีเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา และรับฟังเสียงสะท้อนของ สส.และประชาชน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีการนัดประชุม ครม.นัดแรก ในวันเสาร์ที่ 11 เม.ย. น.ส.รัชดา กล่าวว่า ต้องรอดูทางสภาว่า จะกำหนดให้มีการแถลงนโยบายรัฐบาลวันไหน จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 9-10 เม.ย. แต่มีข่าวว่า อาจจะขยับไปเป็นวันที่ 10-11 เม.ย. แต่ตรงนี้ต้องรอความชัดเจนจากสภาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม.นัดแรกจะมีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการการเมือง โดยเมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายกฯย้ำว่า ถ้ามีตัวบุคคลแล้วก็ขอให้รัฐมนตรีแต่ละคนส่งรายชื่อมา เพราะการทำงานของรัฐมนตรีจะต้องมีคณะ ซึ่งนายกฯย้ำด้วยว่า ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติให้ดี ส่วนรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ จะมีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้วย เราจะทำงานเป็นทีม