กลับมาอีกครั้ง! ทุนเรียนฟรีที่ King’s Bangkok โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ พร้อมปูทางสู่มหา’ลัยระดับโลก
สวัสดีค่ะชาว Dek-D สำหรับใครที่กำลังปั้นโปรไฟล์เพื่อเตรียมยื่นเข้ามหาวิทยาลัยท็อประดับโลกอย่าง Ivy League, Oxbridge ฯลฯ ต้องเกริ่นก่อนว่าในสนามแข่งที่เต็มไปด้วยเด็กหัวกะทิ คะแนนสอบและผลงานวิชาการอาจเป็นเพียงด่านแรกเท่านั้น เพราะกรรมการจาก Top U หลายแห่งยังพิจารณาทั้งระดับความเข้มข้นและความท้าทายของเนื้อหาที่เรียน กิจกรรมนอกห้องเรียนที่น่าสนใจ สะท้อนตัวตนและนิสัยของผู้สมัคร รวมถึงความเหมาะสมกับมหาลัยนั้น ๆ ควบคู่ไปกับการมองลึกถึง Passion, Critical Thinking, Leadership ตลอดจนบริบทแวดล้อมและศักยภาพของผู้สมัครด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “โรงเรียนมัธยม”กลายเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของการเติบโต ว่าเราจะได้ค้นหาตัวเองและดึงศักยภาพออกมาได้มากแค่ไหน เพราะสภาพแวดล้อมและคอมมูนิตี้ที่ใช่ จะช่วยเปิดโอกาสให้เราได้ลองและพัฒนาได้อย่างเต็มที่
วันนี้เราจะพาไปอินไซต์ว่า Top U มองหาอะไรในตัวผู้สมัคร พร้อมพาไปรู้จัก King’s College International School Bangkok โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษที่ซัปพอร์ตการปั้นโปรไฟล์ได้อย่างรอบด้าน และที่สำคัญคือเราจะมาอัปเดตรายละเอียดทุนดีๆ ที่หลายคนกำลังตั้งตารออยู่ ซึ่งดูแลครบทั้งค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรมัธยมจนจบมหาลัย รวมมูลค่าสูงสุดถึง 5 ล้านบาทมาฝากด้วย
ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มต้นการเดินทางสู่ Top U กันเลยค่ะ!
. . . . . . . .
เปิดเช็กลิสต์พิชิต Top U
กรรมการมองหาอะไรอีกบ้าง?
นอกจากผลการเรียน กรรมการพิจารณาอีกหลายอย่างประกอบกัน เช่น
Passion & Fit (แพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน)กรรมการจะดูว่าทุกองค์ประกอบในโพรไฟล์ของเราเชื่อมโยงกันหรือไม่ ต้องแสดงให้เห็นว่าเราอินกับสาขานี้จริง ๆ มีการค้นคว้าต่อยอดนอกห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอ และสามารถร้อยเรียงเรื่องราวให้สอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตได้อย่างมีเหตุผล
Critical Thinking (ทักษะการคิดวิเคราะห์)ข้อนี้สำคัญมาก ๆ มหาลัยระดับโลกจะไม่ได้มองหาคนที่ท่องจำเก่ง แต่ต้องรู้จักตั้งคำถาม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล ซึ่งสกิลนี้แหละที่จะช่วยให้เราเอาตัวรอดและสนุกไปกับคลาสสุดเดือดในระดับโลกได้
Leadership & Impact (ความเป็นผู้นำและการสร้างคุณค่า)รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ไปสร้างประโยชน์ให้สังคม สิ่งสำคัญที่กรรมการมองหาไม่ใช่แค่ "ตำแหน่ง" ที่เราได้รับ แต่คือเรามีส่วนร่วมอย่างไร และสร้าง Impact อะไรจากกิจกรรมที่ทำบ้าง
Context & Diversity (บริบทแวดล้อมและความหลากหลาย) หนึ่งในนั้นคือสภาพแวดล้อมของโรงเรียนซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนหรือไม่ แล้วนักเรียนคว้าโอกาสจากทรัพยากรที่มีได้คุ้มค่าแค่ไหน รวมถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผู้สมัครเติบโตมาว่าจะสามารถเข้าไปเติมเต็มความหลากหลายและแชร์มุมมองเพื่อเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน ๆ ในคลาสได้อย่างไรบ้าง เป็นต้น
นอกจากนี้ แต่ละประเทศยังมีสไตล์การคัดเลือกเด็กเข้าสู่รั้ว Top U ที่แตกต่างกันด้วย เช่น ฝั่งอเมริกา มักจะให้น้ำหนักกับการพิจารณาแบบองค์รวม (Holistic Review) อย่างบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยทางการของ Cornell Universityหรือ University of Illinois Urbana-Champaignได้ระบุถึงความคาดหวังเรื่องภาวะผู้นำ และการสร้าง Impact ดังนั้นควรมีประสบการณ์ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน (Extracurriculars) ที่โดดเด่นและสะท้อนตัวตนได้ชัดเจนที่สุด
ในขณะที่ฝั่งสหราชอาณาจักรมักจะโฟกัสความหลงใหลในวิชาการเป็นหลัก มหาวิทยาลัยอย่าง University of Cambridge, University of Oxford, University College London (UCL)หรือ London School of Economics and Political Science (LSE)จะสนใจว่าผู้สมัครอินกับสายวิชาที่สมัครเรียนมากแค่ไหน โฟกัสการทำกิจกรรมที่ต่อยอดความรู้เชิงลึก (Super-curriculars) หรือไม่
หรือถ้าขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น จะพบว่าสถาบันชั้นนำไทยในไทยอย่างจุฬาฯ หรือ ธรรมศาสตร์ กรรมการจะให้ความสำคัญทั้งกับด้านวิชาการ ผลงาน วิธีคิดวิเคราะห์ และทัศนคติว่าสอดคล้องกับแนวทางของสาขาที่ยื่นสมัครมากแค่ไหนค่ะ
ปัจจัยข้างต้นนี้ จะถูกสะท้อนออกมาชัดที่สุดผ่าน Essay, Portfolio และการสัมภาษณ์ (Interview) ดังนั้น ”ทักษะการเล่าเรื่อง” (Storytelling) จึงสำคัญไม่แพ้กับการมีของเลยค่ะ ผู้สมัครจำเป็นต้องกลั่นกรองและคัดสรรประสบการณ์ในอดีต สิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน และเป้าหมายในอนาคต มาร้อยเรียงให้เชื่อมโยงกันอย่างมีทิศทาง เพื่อให้กรรมการเห็นภาพเดียวกัน เข้าใจทั้งตัวตน วิธีคิด และแพสชันในสาขาที่เราเลือก โดยที่คงความเป็นตัวเรา (Authenticity) ไว้ด้วย เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่กรรมการสัมผัสได้แน่นอน
แล้วคำถามคือโรงเรียนแบบไหนถึงจะช่วยปั้นโปรไฟล์ให้ไปถึง Top U ได้จริงล่ะ?
. . . . . . . .
เปิดประตูสู่โลกที่กว้างขึ้น
ด้วยหลักสูตร A level ของ King’s Bangkok
จากเช็กลิสต์ข้างต้น จะเห็นชัดว่า"สภาพแวดล้อมของโรงเรียน"คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่หล่อหลอมตัวตน เปิดพื้นที่ให้ความหลากหลาย และดึงศักยภาพของเราออกมาให้เข้าตากรรมการ ต่อไปเราจะพาไปส่องจุดแข็งของ King's Bangkok ว่าทำไมบรรยากาศการเรียนจึงผลักดันนักเรียนให้คว้า Offer จาก Top U ได้อย่างต่อเนื่อง
1. ถอดรหัสความสำเร็จจากอังกฤษแท้ ๆ
รู้หรือไม่? King's Bangkok คือโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถอดแบบความสำเร็จมาจาก King's College School, Wimbledon (King's Wimbledon) โรงเรียนชั้นนำใจกลางกรุงลอนดอนที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1829 โดยพระเจ้าจอร์จที่ 4 (King George IV) เรียกว่าสั่งสมความเป็นเลิศทางวิชาการมาอย่างยาวนานเกือบ 200 ปี!
และเพื่อรักษามาตรฐานระดับเวิลด์คลาสให้เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ทางโรงเรียนได้ดึงตัวบุคลากรและทีมครูหัวกะทิจาก King's Wimbledon ที่อังกฤษ มาร่วมเป็นคณะครูและทีมบริหารในทุกระดับขององค์กรที่ไทยด้วยค่ะ
2. คัดครูเข้มมาก!
King’s Bangkok มองว่า “ครูคือหัวใจสำคัญ” จึงคัดเลือกบุคลากรเข้มข้นมาก สถิติปีการศึกษา 2023/24 จากผู้สมัครกว่า 16,000 คน ทางโรงเรียนรับเพียง 196 ตำแหน่งเท่านั้น! การันตีว่าเด็ก ๆ จะได้เรียนกับผู้สอนที่เปี่ยมด้วยแพสชันและจรรยาบรรณทางวิชาชีพอย่างแท้จริง
3. ปลดล็อกศักยภาพด้วยระบบ A level และทีม Counsellors
อย่างที่เล่าไปว่า King's Bangkok ถอดแบบมาตรฐานมาจากอังกฤษแท้ ๆ แน่นอนว่าระบบการเรียนการสอนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะเลือกใช้ระบบ A level ที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก มาสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้นักเรียนค่ะ
สำหรับหลักสูตรA level (Advanced level)หรือ Sixth Formจะอยู่ในช่วง Year 12-13 (เทียบเท่า ม.5-ม.6) จุดเด่นของระบบนี้คือไม่มีวิชาบังคับและไม่มีการคิดเกรดเฉลี่ยรวม (GPA) แต่นักเรียนจะสามารถเลือกเรียนเจาะลึกเพียง 3-4 วิชาที่ตัวเองถนัดและสอดคล้องกับคณะเป้าหมายได้อย่างเต็มที่
การวัดผลจะประเมินเป็นรายวิชาตั้งแต่เกรด A* ถึง E ซึ่งวุฒิและผลสอบ A level นี้ สามารถนำไปใช้ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยระดับท็อปได้หลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอังกฤษอย่าง Oxford, Cambridge และมหาวิทยาลัยกลุ่ม Russell Group หรือข้ามฝั่งไปอเมริกาอย่างกลุ่ม Ivy League (เช่น Harvard, Yale, Brown) รวมถึง UCLA และ NYU เป็นต้น
แต่การจะยื่นพอร์ตให้เข้าตากรรมการด้วยระบบนี้ ต้องอาศัยการวางแผนเลือกวิชาที่เป๊ะตั้งแต่เนิ่น ๆ ที่ King’s Bangkok จึงมีทีม University Counsellorsคอยให้คำปรึกษาและวางแผนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเจาะลึกรายบุคคล ครอบคลุมทั้งการยื่นเรียนต่อในไทย อเมริกา อังกฤษ ยุโรป และเอเชีย เพื่อช่วยไกด์เส้นทางให้น้อง ๆ ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างตรงจุด และก้าวไปสู่คณะในฝันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ
4. ‘CCAs’ ไพ่ใบสำคัญที่ Top U มองหา
หลายมหาวิทยาลัยระดับโลก มองหาผู้สมัครที่มีความสนใจหลากหลาย (Well-rounded) หรืออาจเจาะลึกวิชาการสุดทางแบบคาแรกเตอร์ของ UK ก็ได้ค่ะ นี่คือเหตุผลที่ King's Bangkok ให้ความสำคัญกับ CCAs (Co-curricular Programme)มาก ๆ เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักเรียนได้ค้นหาแพสชันและปั้นโพรไฟล์ไปในตัว โดยมีโครงสร้างที่ออกแบบมาซัปพอร์ตเด็ก ๆ แบบจัดเต็ม แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
CCAs (Co-Curricular Activities): ไม่ได้มองกิจกรรมเป็นแค่ตัวเลือกเสริม แต่จัดให้เป็นวิชาบังคับที่บรรจุเข้าไปในตารางเรียนเลยค่ะ (เช่น ของพี่ๆ ม.ปลาย จะอยู่ในคาบ 8-9 ของวันพุธ) เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะได้บาลานซ์ชีวิตวิชาการกับกิจกรรม ฝึกฝนความมุ่งมั่น และได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ECAs (Extra-Curricular Activities):กิจกรรมเสริมหลังเลิกเรียน สำหรับผู้ที่อยากพัฒนาทักษะเฉพาะทาง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาร่วมสอนแบบเข้มข้น เช่น นักดนตรี นักกีฬา หรือนักเต้น มาประกบสอนให้แบบเจาะลึก
Clubs and Societies: คลับและชมรมช่วงพักกลางวัน ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้จับกลุ่มพูดคุยและต่อยอดความสนใจส่วนตัว โดยมีคุณครูคอยเป็นที่ปรึกษาและผลักดันอยู่เบื้องหลัง
นอกจากนี้ King's Bangkok ยังได้รับการรับรองให้เป็นศูนย์จัดกิจกรรม The Duke of Edinburgh's International Award ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนระดับโลกที่ Top U ให้การยอมรับสูงมาก! น้อง ๆ ที่เข้าร่วมจะได้ชาเลนจ์ตัวเองครบทุกมิติ ทั้งการพัฒนาทักษะ (Skills), กีฬา (Physical Recreation), การทำประโยชน์เพื่อสังคม (Service) และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventurous Journey)
5. คอมมูนิตี้คุณภาพ (Selective School)
นอกจากนักเรียนที่ต้องผ่านเกณฑ์ประเมินแล้ว ผู้ปกครองเองก็ต้องผ่านการสัมภาษณ์ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าโรงเรียนและครอบครัวมีเป้าหมายและค่านิยมไปในทิศทางเดียวกันด้วย เพราะนั่นก็คือหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันศักยภาพของนักเรียนได้เต็มที่ค่ะ
6. สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมยิ่งกว่าพร้อม!
King’s Bangkok ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านรัชดาภิเษก-พระราม 3 (ถ้าให้นึกภาพก็เหมือนสนามฟุตบอลมาตรฐานราว 10 สนามรวมกัน) แล้วยังเป็นโรงเรียนที่ลงทุนกับ infrastructure หนักมากกก จะเป็นสายกีฬา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือแม้แต่พื้นที่ใช้สอยนอกห้องเรียนก็ผ่านการดีไซน์และจัดวางมาอย่างดีสุด ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ตึก The College ซึ่งเป็นตึกเรียนของ Senior School โดยเฉพาะก็มี Facilities ที่ครบครัน ทั้งห้องสมุด 2 ชั้น พร้อมพื้นที่ Co-working space ให้เด็ก ๆ ได้อ่านหนังสือ พักผ่อน, โรงอาหาร พร้อมพื้นที่ Co-living space ซึ่งออกแบบมาเหมือนกับคาเฟ่เลย นอกจากนี้ ยังมีห้องแสดงออร์เคสตรา (Ensemble Hall) ที่เก็บเสียงเทียบเท่าโรงละครระดับแนวหน้า พร้อมห้องอัดและห้องซ้อมดนตรี และที่เริ่ดสุดคือมี Sixth Form Centre พื้นที่พิเศษสำหรับนักเรียน Year 12-13 โดยเฉพาะ ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในแคมปัสมหาวิทยาลัยเลยค่ะ
รู้หรือไม่ The College อาคารเรียนสูง 11 ชั้น สำหรับนักเรียน Senior School ของคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED v4 BD+C: New Construction ในระดับ Silver ด้วยนะ! การันตีได้ถึงความมุ่งมั่นในการดูแลรับผิดชอบต่อสังคม และใส่ใจต่อคุณภาพชีวิต ไม่เพียงแต่ในคอมมูนิตี้ของโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อมที่เราทุกคนร่วมกันดูแล
. . . . . . . .
เมื่อระบบการเรียนที่เข้มข้นและ Facilities ระดับท็อป มารวมเข้ากับทีม University Counsellors ผู้เชี่ยวชาญที่คอยประกบให้คำปรึกษาและวางแผนสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเจาะลึก (ครอบคลุมทั้งไทย อเมริกา อังกฤษ ยุโรป และเอเชีย) จึงไม่น่าแปลกใจที่รุ่นพี่ศิษย์เก่า King's Bangkok รุ่นก่อน จะกวาด Offer จาก Top U ระดับโลกมาครอง ทั้งท็อปยูฝั่งอังกฤษ (Cambridge, Imperial, UCL, LSE) และอเมริกา (Columbia, Cornell, NYU, Princeton, Yale)เรียกว่าแยกย้ายไปเติบโตในท็อปยูกันเลยค่าา~
อธิบายถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่าถ้าอยากซื้อสังคมและสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบระดับนี้ให้ลูก ต้องเตรียมทุนทรัพย์ไว้ประมาณไหน? สำหรับค่าเล่าเรียน King’s Bangkok ปีการศึกษา 2025/26 จะอยู่ที่ราว ๆ 600,000 - 1,060,000 บาท/ปี แตกต่างกันตามช่วงวัย ดังนี้
- Early Years (Pre-Nursery - Reception)ประมาณ 616,000 – 756,000 บาท/ปี
- Primary (Year 1-6)ประมาณ 851,000 – 933,000 บาท/ปี
- Secondary (Year 7-9) ประมาณ 968,000 บาท/ปี
- Upper School (Year 10-13)ประมาณ 990,000 – 1,063,000 บาท/ปี
หมายเหตุ:ยังไม่รวมค่าแรกเข้า เช่น ค่าสมัคร 5,000 บาท ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 225,000 บาท เงินประกัน 200,000 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ชุดนักเรียน ทัศนศึกษา รถโรงเรียน
แต่ข่าวดีสำหรับคนเก่งที่มีของ! ทางโรงเรียนมีทุนเรียนฟรีสุด Exclusive ที่ช่วยซัปพอร์ตให้ได้เรียนฟรีตลอดหลักสูตร และหากสอบติดมหาวิทยาลัยเป้าหมาย โรงเรียนยังช่วยอัดฉีดเงินทุนให้อีกสูงสุด 1 ล้านบาทด้วย ไปดูรายละเอียดในพาร์ตต่อไปกันค่ะ
. . . . . . . .
ข่าวดี! ทุนเต็มจำนวน King's Bangkok
ซัปพอร์ตจัดเต็มตลอดหลักสูตร
สำหรับนักเรียนไทยที่อยากสัมผัสการศึกษาระดับโลก เพื่อให้พร้อมก้าวสู่ความเป็นเลิศและได้เติบโตในสภาพแวดล้อมแบบนานาชาติ ปีนี้ King’s Bangkok กลับมาสานต่อเจตนารมณ์ เปิดรับสมัครทุน King’s Bangkok Academic Excellence Scholarshipต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ทุนนี้จะเปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษาแบบให้เปล่า (ไม่มีข้อผูกมัด) ครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายทางการศึกษาสำหรับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมมูลค่าสูงสุด 5 ล้านบาท
ปีการศึกษาที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายแห่งความภูมิใจของ King’s Bangkok เลยค่ะ เพราะเป็นปีที่นักเรียนรุ่นแรก (Class of 2025) ได้เรียนจบและเตรียมตัวก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งในรุ่นนี้ก็มีน้อง ๆ นักเรียนทุนรุ่นแรกของโครงการรวมอยู่ด้วย
อย่างที่ย้ำไปว่าทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า 100% ไม่มีสัญญาผูกมัดให้ต้องมาใช้ทุนคืน สิ่งเดียวที่ทางโรงเรียนคาดหวังจากน้อง ๆ ก็คือ การนำความรู้ ศักยภาพ และประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้รับจาก ไปต่อยอดและสร้าง Impact ดี ๆ เพื่อตอบแทนสังคมในอนาคตนั่นเองค่ะ~
กำหนดการสำคัญ
- เปิดรับสมัคร 6 เมษายน - 13 พฤษภาคม 2026 (เวลา 16.00 น.)
- 25 พฤษภาคม 2026 ประกาศผู้เข้ารอบ Shortlist
- 6 มิถุนายน 2026 สอบคัดเลือก (Math / English / Cognitive)
- 10 มิถุนายน 2026 แจ้งผลรอบแรก
- 17-18 มิถุนายน 2026 สัมภาษณ์
- 22 มิถุนายน 2026 ประกาศผลทุน
มูลค่าทุน
- ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรที่ King’s Bangkok
- ชุดนักเรียน อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการเรียน
- ค่าธรรมเนียมการสอบ IGCSE และ A level
- ค่าอาหารกลางวันที่โรงเรียนในช่วงเปิดภาคเรียน
- ค่าทัศนศึกษาตามหลักสูตร
- ค่าประกันอุบัติเหตุ
ทุนสนับสนุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) มูลค่าสูงสุดอีก 1 ล้านบาท โดยจะได้รับเมื่อนักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเป้าหมายที่เลือกร่วมกับโรงเรียนไว้
Note:
- เป็นทุนให้เปล่าและไม่มีข้อผูกมัดหลังเรียนจบ
- ผู้รับทุนต้องรักษามาตรฐานเพื่อไม่ให้หลุดทุน (ประเมินปีต่อปี)
- โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดใด ๆ ที่มีอยู่ในประกาศนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครทุน
- เปิดรับสมัครสำหรับนักเรียนในระดับ Year 10 - Year 13 (ม.3 - ม.6) และ Year 12 - Year 13 (ม.5 - ม.6)
- ผลการเรียนย้อนหลัง 2 ปีอยู่ในระดับยอดเยี่ยม (ไม่ต่ำกว่า 3.40 สำหรับโรงเรียนในระบบการศึกษาไทยทั่วไป)
- กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาภายในประเทศไทย
- มีอายุเป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
- มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยม (การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน)
- มีความประพฤติดีและมีจิตใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน
- กรณีศึกษาในระบบโรงเรียนนานาชาติ จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาประเภท Financial Aid (ทุนสำหรับผู้ขาดแคลน) อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น
รายละเอียดทุนการศึกษาสมัครเรียน King's Bangkok
. . . . . . . .
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
แวะไปทัวร์โรงเรียนกันก่อน~
สำหรับผู้ปกครองและน้อง ๆ ที่อยากเห็นบรรยากาศจริง ทาง King's College International School Bangkok เปิดให้เข้าชมแคมปัสได้ // แอบกระซิบว่าถ้าจองคิวเข้าไปช่วงวันธรรมดา จะได้เห็น Vibe ตอนโรงเรียนเปิดทำการและเด็ก ๆ กำลังใช้ชีวิตในแคมปัสจริง ๆ ด้วยนะคะ
วันและเวลาเปิดให้เข้าชม (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- ช่วงเปิดเทอม: จันทร์-ศุกร์ 07.00-17.00 น.
- ช่วงปิดเทอม: จันทร์-ศุกร์ 08.30-15.30 น.
รวม Link สำหรับศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- Admissions Process (ขั้นตอน + แนวคิดการคัดเลือก)
- Key Dates (ปฏิทินการเรียน)
- Entry Process & Criteria (รายละเอียดการสอบแต่ละช่วงวัย)
- นัดหมายเข้าชมโรงเรียน
ช่องทางการติดต่อโรงเรียน
สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุน
E-mail: scholarship@kingsbangkok.ac.th
ช่องทางหลักของ King's Bangkok
- Tel. 02 481 9955
- Website: www.kingsbangkok.ac.th
- FB Fanpage: kingsbangkok
- IG: kingsbangkok.official
- YouTube: @kingsbangkok
เวลาทำการ
- จันทร์-ศุกร์ 7.00-17.00 น. และวันเสาร์ 9.00-15.00 น.
- ปิดทำการวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์