ไวรัสฮันตา Hantavirus เชื้อเก่าที่กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลต่อการระบาดรอบใหม่
แม้ว่า "ไวรัสฮันตา" จะกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก และสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่ติดตามข่าว หลังเกิดการระบาดบนเรือสำราญ MV Hondius เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีการยืนยันทั้งผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่ในความเป็นจริง ไวรัสชนิดนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แต่อย่างใด
ฮันตาไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่มี สัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู เป็นแหล่งรังโรคสำคัญ และสามารถก่อให้เกิดความผิดปกติรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจหรือระบบไตในมนุษย์ได้
การติดเชื้อไม่ได้เกิดจากการถูกหนู "กัด" เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการ สูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือ น้ำลายของหนูที่มีเชื้อ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสปาก จมูก หรือดวงตา นอกจากนี้ การรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งขับถ่ายของหนูก็อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการติดเชื้อได้เช่นกัน
อาการเริ่มต้นของผู้ติดเชื้อมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ปวดศีรษะ และวิงเวียน แต่หากอาการลุกลามเข้าสู่ระยะอันตราย ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการ ไอรุนแรง หายใจลำบาก หรือเกิดภาวะไตล้มเหลวเฉียบพลัน ได้
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ฮันตาไวรัสมีอาการหลักแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามภูมิภาคที่พบ
กลุ่มแรกคือ HPS (Hantavirus Pulmonary Syndrome) พบมากในแถบ North America และ South America โดยเชื้อจะส่งผลกระทบต่อ ปอด ทำให้เกิดภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน ปอดบวมน้ำ และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง
อีกกลุ่มคือ HFRS (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome) พบมากในแถบ Europe และ Asia ซึ่งจะส่งผลต่อ ไต ทำให้เกิดไข้เลือดออกและไตวายเฉียบพลัน
ปัจจุบันยัง ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับฮันตาไวรัสในวงกว้าง การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการเป็นหลัก ยิ่งตรวจพบเร็วและได้รับการดูแลทางการแพทย์เร็ว โอกาสรอดชีวิตก็จะสูงขึ้น
ดังนั้น วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดจึงยังคงเป็น การลดโอกาสสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งขับถ่ายของมัน รวมถึงการดูแลที่พักอาศัยให้สะอาด ไม่เป็นแหล่งอาศัยของหนู
อย่างไรก็ตาม "ไวรัสฮันตา" ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ เพราะแท้จริงแล้วมันเป็นไวรัสที่อยู่คู่กับมนุษย์มานานหลายทศวรรษ โดยชื่อของไวรัสนี้มาจาก Hantan River ใน South Korea ซึ่งเป็นบริเวณที่ Ho-Wang Lee นักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลีใต้ ค้นพบเชื้อชนิดนี้ได้สำเร็จในปี 1976 จากหนูนาที่จับได้บริเวณแม่น้ำสายดังกล่าว จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ Hantaan virus และต่อมาขยายเป็นชื่อเรียกรวมของตระกูล ฮันตาไวรัส
แต่หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น การระบาดที่ทำให้โลกเริ่มรู้จักโรคนี้เกิดขึ้นในช่วง สงครามเกาหลี ระหว่างปี 1950-1953 เมื่อมีรายงานว่า ทหารของสหประชาชาติป่วยเป็น ไข้เลือดออกเกาหลี หรือ Korean Hemorrhagic Fever มากกว่า 3,000 ราย แม้ในเวลานั้นแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคได้อย่างชัดเจน
ต่อมาในปี 1986 มีการระบาดในหมู่นาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ฝึกใน South Korea โดยพบผู้ป่วย 14 รายจากกำลังพล 3,754 นาย และผลตรวจยืนยันว่าเป็นเชื้อในกลุ่ม Hantaan virus ซึ่งเชื่อมโยงกับหนูสกุล Apodemus
จากนั้นในปี 1993 ฮันตาไวรัสกลับมาเป็นข่าวระดับโลกอีกครั้ง เมื่อเกิดการระบาดรุนแรงในพื้นที่ Four Corners ของ United States และนั่นเองที่ทำให้โลกเริ่มรู้จักกลุ่มอาการ HPS ซึ่งทำลายปอดอย่างรุนแรง
ท้ายที่สุดแล้ว ไวรัสฮันตาไม่ใช่โรคใหม่ หากแต่เป็นเชื้อเก่าที่อาจกลับมาเป็นภัยได้ทุกเมื่อ สิ่งสำคัญที่สุดจึงยังคงเป็นการป้องกัน ลดการสัมผัสสัตว์ฟันแทะ และไม่มองข้ามสัญญาณเตือนของร่างกาย
SOURCE :