ผัวคลั่งจี้คอลูกทารก 7 วันเป็นตัวประกัน หลังเมียสุดทนถูกตื้บขอเลิก
ผัวคลั่งกรรไกรจี้คอลูกทารก 7 วันเป็นตัวประกันหนีเข้าป่า หลังเมียสุดทนถูกตื้บขอเลิก ญาติผวาตำรวจปล่อยตัวลอยนวล แถมทิ้งท้ายขู่ฆ่ายกครัวจนต้องทิ้งบ้านหนี
วันที่ 8 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ปิยธิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ร้องฯ “มูลนิธิเป็นหนึ่ง” เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังสุดทนถูกนาย กำธร หรือ ต้น 29 ปี สามีทำร้ายเป็นประจำ
โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 69 เวลา 18.30 น. น.ส.ปิยธิดาโทรบอกพี่ชายมารับที่บ้านสามี ปรากฏว่านายกำธรมีอาการคลุ้มคลั่ง กรรไกรจี้คอจับลูกชายอายุ 7 วัน เป็นตัวประกันวิ่งหนีเข้าป่า อีกทั้งใช้อาวุธมีดทำร้ายพี่ชายภรรยา ตำรวจปิดล้อมนานกว่า 2 ชั่วโมงกว่า ผู้ใหญ่บ้านเกลี้ยกล่อมจนกระทั่งนายกำธรยอมปล่อยตัวลูกชาย จากนั้นเดินหลบหนีลอยนวล ญาติติดใจตำรวจปล่อยตัวไม่ยอมจับกุม ผวานายกำธรพูดทิ้งท้ายกูจะตามฆ่า
ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณบ้านด่านใน ต.ด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา สอบถามนายคมศักดิ์ อายุ 48 ปี พี่ชายผู้เสียหายอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ที่ผ่านมาน้องสาวถูกสามีทำร้ายเป็นประจำ จนกระทั่งน้องสาวทนไม่ไหว โทรบอกให้ตนเองไปรับที่บ้านสามี พอไปถึงนายกำธรมีอาการคลุ้มคลั่งเอามีดไล่ฟันตนเอง จากนั้นได้วิ่งไปอุ้มตัวหลานชายที่เพิ่งคลอดได้ 7 วัน กรรไกร และมีดอีโต้จี้คอวิ่งหลบหนีเข้าป่า จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมพื้นที่ และให้ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเกลี้ยกล่อมว่า ขอให้นำเด็กไปส่งโรงพยาบาลก่อน เนื่องจากตอนนั้นเด็กได้นิ่ง และเงียบไปหวั่นว่าจะเกิดอันตรายกับเด็ก
นายกำธรจึงได้ยอมปล่อยเด็กที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ทางกู้ภัยได้รีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาล จากนั้นผู้ก่อเหตุก็เดินกลับบ้านไป ตนเองคาใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่จับกุมตัวผู้ก่อเหตุที่โรงพัก หรือดำเนินคดี ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะเดินหายไปยังข่มขู่กับครอบครัวของตนเองว่าจะตามมาฆ่า ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่บ้านได้ ต้องหนีไปนอนที่อื่น เพราะผู้ก่อเหตุยังหลบหนีลอยนวลอยู่ในหมู่บ้าน เกรงว่าจะถูกผู้ก่อเหตุมาทำร้ายตามคำขู่ฆ่า
ด้านนายประสิทธิ์ อายุ 69 ปี พ่อผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ลูกเขยมีพฤติกรรมทำร้ายลูกสาวเป็นประจำ ตนเองเคยถูกลูกเขยทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดลูกเขยใช้อาวุธมีดจะมาทำร้ายตนเองจึงได้ป้องกันตัว และต่อสู้ โชคดีที่วันนั้นตนเองใช้มือจับมีดได้จึงไม่ถูกลูกเขยฟัน แต่ลูกเขยใช้ปากกัดที่แขนนานกว่า 1 ชั่วโมง ตอนนี้ทางครอบครัวหวาดผวาไม่กล้าอยู่ที่บ้านต้องหอบเสื้อผ้าไปอาศัยอยู่ที่อื่น เพราะยังไม่สามารถจับคุมตัวลูกเขยได้ วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่ง ติดตามตัวลูกเขยมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ตนเองยืนยันว่าถ้าลูกเขยมาขอคืนดีกับลูกสาวหรือขอโทษทางครอบครัว ทางครอบครัวจะไม่ให้อภัยและไม่ให้ลูกสาวคืนดีกับลูกเขยอีก