โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อียูขยาย “คว่ำบาตรเมียนมา” ถึงกลางปี 2570 กดดันรัฐบาลทหาร-จี้ยุติความรุนแรง

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

อียูขยาย “คว่ำบาตรเมียนมา” - รอยเตอร์ รายงานวันที่ 28 เม.ย. ว่า สหภาพยุโรป (อียู) ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมา ออกไปจนถึงเดือนพ.ค.2570 เป็นอย่างน้อยเพื่อกดดันรัฐบาลทหารหลังจากคณะผู้บัญชาการกองทัพก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนเมื่อปี 2564

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารของเมียนมาร์ ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นประธานในพิธีสวนสนามของกองทัพในวันกองทัพ ณ เนปยีดอว์ ประเทศเมียนมา

อียูขยาย “คว่ำบาตรเมียนมา” - ภาพประกอบ - FILE PHOTO: Myanmar's junta chief Senior General Min Aung Hlaing, who ousted the elected government in a coup on February 1, presides an army parade on Armed Forces Day in Naypyitaw, Myanmar, March 27, 2021. REUTERS/Stringer/File Photo

มาตรการดังกล่าวรวมถึงการอายัดทรัพย์สิน ห้ามเดินทาง และห้ามส่งอาวุธให้กับบุคคล 105 ราย และนิติบุคคล 22 แห่ง “สหภาพยุโรปขอย้ำการประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำของกองทัพเมียนมานับตั้งแต่ก่อรัฐประหารในปี 2564” พร้อมระบุถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องและการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ยังระงับความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงแก่ฝ่ายบริหาร และระงับความช่วยเหลือใดๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการให้ความชอบธรรมแก่ผู้นำทางทหารด้วย

สหภาพยุโรปได้ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาร์ออกไปจนถึงอย่างน้อยเดือนพฤษภาคม 2560 เพื่อคงไว้ซึ่งแรงกดดันต่อผู้ปกครองทางทหารของประเทศ หลังจากที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกรัฐประหารเมื่อกว่า 5 ปีที่แล้ว มาตรการดังกล่าวรวมถึงการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเดินทาง และการห้ามค้าอาวุธต่อบุคคล 105 ราย และนิติบุคคล 22 แห่ง มาตรการเหล่านี้ถูกบังคับใช้ครั้งแรกหลังจากการรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และการปราบปรามผู้เห็นต่างที่ตามมา

ภาพประกอบ - The European Union on Monday extended its sanctions against Myanmar until at least May 2027, in an effort to maintain pressure on the country's military rulers more than five years after their coup toppled an elected government. The measures include asset freezes, travel bans and an arms embargo for 105 individuals and 22 entities. They were first imposed after the February 2021 military coup and the subsequent crackdown on dissent. /medium/

แถลงการณ์ดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัฐบาลทหารยุติความรุนแรงทุกรูปแบบและปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมโดยพลการ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเม.ย. พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำคณะรัฐประหาร ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของเมียนมาหลังการเลือกตั้งซึ่งรัฐบาลชาติตะวันตกมองว่าเป็นการหลอกลวงเพื่อสร้างความชอบธรรมในการยืดอำนาจการปกครองของกองทัพ

ด้านองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นอย่างน้อย 3.6 ล้านคนนับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร และสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ยืนยันว่ามีผู้ถูกสังหารเกือบ 8,000 ราย ราว 31,000 คนโดนจับกุม ในจำนวนนี้กว่า 22,000 คนยังอยู่ในการคุมขัง

อียูขยาย “คว่ำบาตรเมียนมา” - สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (Pyithu Hluttaw) หลังจากการเลือกตั้งแบบแบ่งรอบซึ่งพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพครองเสียงข้างมาก ในกรุงเนปยีดอว์ ประเทศเมียนมา

อียูขยาย “คว่ำบาตรเมียนมา” - ภาพประกอบ - FILE PHOTO: Military-appointed lawmakers attend a session of the Pyithu Hluttaw (House of Representatives) following a phased election dominated by the army-backed Union Solidarity and Development Party, in Naypyitaw, Myanmar, March 16, 2026. REUTERS/Stringer/File Photo

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อียูขยาย “คว่ำบาตรเมียนมา” ถึงกลางปี 2570 กดดันรัฐบาลทหาร-จี้ยุติความรุนแรง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...