เปิดทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ-มิตรอายัด มีอะไรบ้าง? จะได้คืนไหม ?
การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกแช่แข็งไว้ คืนกลับสู่อิหร่าน
แม้มูลค่าของสินทรัพย์อิหร่านจะไม่เป็นที่แน่ชัด แต่คาดการณ์ว่า มูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3.2 ล้านล้านบาท)
สินทรัพย์อิหร่านที่ถูกยึดมีอะไรบ้าง ?
- บัญชีเงินตราระหว่างประเทศ
อดีตรัฐบาลอิหร่านเปิดบัญชีเงินตราต่างประเทศกับธนาคารขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อเก็บเงินสำรองไว้ค้ำประกันมูลค่าของสกุลเงิน “เรียล” ของอิหร่าน เมื่อบัญชีดังกล่าวถูกยึดไว้ทำให้ค่าเงินเรียลร่วงมาก ทำให้บริษัทอิหร่านที่ต้องซื้อสินค้าและบริการจากต่างประเทศ ไม่สามารถชำระเงินเป็นสกุลยูโร เยน หรือสกุลเงินอื่น ๆ ได้
ช่วงปี 2014 อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ชั่วคราวกับสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี และรัสเซีย อิหร่านจึงได้รับอนุญาตให้นำรายได้จากน้ำมันมูลค่า 4,200 ล้านดอลลาร์ (134,819 ล้านบาท) ที่ถูกเก็บไว้ในต่างประเทศกลับมาใช้ได้
เงินทุนสำรองในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นลูกค้ารายใหญ่ ที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ตามข้อมูลของ Financial Crimes Enforcement Network ระบุว่า ผู้ซื้อน้ำมันในประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้โอนเงินที่ “อาจเชื่อมโยงกับน้ำมันอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร” ไปยังหน่วยงานที่อาจอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน โดยเฉพาะบริษัทน้ำมันอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอาจรวมถึงบริษัทเชลล์ (บริษัทบังหน้า) ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง
นอกจากนี้ มีรายงานว่า ธนาคารกลางอิหร่านยังมีบัญชีธนาคารอยู่ในอีกหลายประเทศ เช่น จีน เยอรมนี อินเดีย และตุรกี
ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทรัพย์สินของอิหร่านถูกอายัดบางส่วน ทั้งหมด หรืออาจไม่ได้ถูกอายัดเลย เนื่องจากแต่ละประเทศมีระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่แตกต่างกัน
การโอนเงินครั้งใหญ่ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2023 รายได้จากการขายน้ำมันของอิหร่านราว 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (192,599 ล้านบาท) ซึ่งถูกอายัดอยู่ในธนาคารของเกาหลีใต้มาตั้งแต่ปี 2019 ถูกย้ายไปยังบัญชีในกาตาร์ ภายใต้การผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จากข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษ
อิหร่านสามารถเข้าถึงเงินก้อนนี้ได้แบบมีเงื่อนไขเท่านั้น เฉพาะการจัดซื้อด้านมนุษยธรรม เช่น อาหารและยา และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของสหรัฐฯ
ทรัพย์สินของอิหร่านที่เคยซื้อขายอย่างเสรี
ภายหลังการโค่นล้มรัฐบาลที่ฝักใฝ่ตะวันตกของกษัตริย์เรซา ปาห์ลาวี ในปี 1979 และการจับกุมชาวอเมริกันในเหตุการณ์วิกฤตตัวประกันอิหร่าน จิมมี่ คาร์เตอร์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้สั่งอายัดทรัพย์สินของอิหร่านที่ก่อนหน้านั้นสามารถซื้อขายได้อย่างเสรี
จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้สั่งอายัดทรัพย์สินของรัฐบาลอิหร่านประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (385,199 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเงินฝาก ทองคำ และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ถูกเก็บไว้ในธนาคารในสหรัฐฯ และสาขาในต่างประเทศ
ทรัพย์สินบางส่วนได้รับการปลดล็อก ในเดือนมกราคม ปี 1981 ภายใต้ข้อตกลง Algiers Accords ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ยุติวิกฤตตัวประกัน
อิหร่านได้ชำระหนี้ประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (118,769 ล้านบาท) ให้กับธนาคารสหรัฐฯ และมีการกันเงินอีก 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (44,940 ล้านบาท) ไว้ในบัญชีเอสโครว์ที่กรุงเฮก เพื่อใช้ชำระข้อพิพาททางการค้าที่ยังค้างอยู่ ขณะที่เงินอีกราว 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (93,089 ล้านบาท) ถูกส่งคืนให้อิหร่านโดยตรง
อิหร่านจะได้สินทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้คืนไหม ?
รายงานล่าสุด ระบุว่า ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวที่ว่า สหรัฐฯ ตกลงจะปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ในธนาคารต่างประเทศ เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัย
เงินดังกล่าวมีมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (192,599 ล้านบาท) ที่ถูกอายัดครั้งแรกในปี 2018 หลังจากสหรัฐอเมริกาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอีกครั้งในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน
เงินจำนวนนี้มาจากยอดขายน้ำมันของอิหร่านให้กับเกาหลีใต้ และถูกเก็บไว้ในธนาคารของเกาหลีใต้ และในปี 2023 เงินทุนถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารในกาตาร์
เมื่อมีการปฏิเสธข่าวออกมาจากฝ่ายสหรัฐฯ นั่นหมายความว่า มีโอกาสน้อยที่เมื่อการเจรจาสิ้นสุดลงแล้ว อิหร่านจะได้สินทรัพย์ทั้งหมดคืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง