โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าไฟฟ้างวดใหม่อาจพุ่งสูงถึง 4.59 บาท หากไร้มาตรการช่วยเหลือจากรัฐ

SpringNews

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 04.01 น.

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า เตรียมแถลงแนวทางการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ เอฟที งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ในแต่ละทางเลือกต่างๆ ภายหลังการประชุมในวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้

ทั้งนี้ เนื่องจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทำให้ประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ( หรือแอลเอ็นจี (LNG) เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ

โดยแอลเอ็นจีที่เพิ่มจากประมาณ 12 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ทำให้ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้นประมาณ 58 สตางค์/หน่วย ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 32.93 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ด้านนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการ กกพ. กล่าวว่าเบื้องต้นได้หารือถึงแนวทางการนำเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และ กฟภ.) ที่คำนวณเกินไว้ในค่าไฟฟ้างวดก่อนหน้า หรือ Claw back 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด

พร้อมเจรจากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะยังไม่รับชำระเงินค้างจ่ายค่าเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ 36,000 ล้านบาท ในงวดนี้ที่จะทำให้ค่าไฟปรับขึ้นประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย

รัฐบาลควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าควรต้องสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ โดยหากไม่มีมาตรการใดๆ เข้าไปช่วยเหลือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 จะปรับขึ้นจากราคาเฉลี่ย 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 4.59 บาทต่อหน่วยตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ที่มา : thansettakij

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...