โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สธ.เตรียมแผน 3 ระยะ บริหารจัดการยา-ระบบบริการ รับมือสู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 10.45 น.

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.69 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคายา เวชภัณฑ์ และระบบบริการในสถานพยาบาลว่า สธ.ได้ประเมินผลกระทบระยะกลาง เรื่องยา และเวชภัณฑ์ ในภาพรวมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้หารือกับบริษัทยา ยืนยันว่า มีสต๊อกที่เพียงพอใช้ได้ 3-4 เดือน

ส่วนผลกระทบที่คาดว่าเกิดขึ้นแน่นอนคือ ราคายาที่ปรับสูงขึ้น ส่วนยาที่คาดว่าอาจจะเป็นปัญหา ได้แก่

1.) กลุ่มยาวาร์ฟารีน ใช้สำหรับการต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมีการนำเข้าจากประเทศอิสราเอล ขณะนี้ยังไม่ขาด แต่หากการสู้รบยืดเยื้อก็ต้องสำรองการนำเข้าจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น โดยจะมีการปรับการขึ้นทะเบียนยาจากประเทศที่สำรองให้รวดเร็วขึ้น

2.) น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง ที่ต้องใช้พลาสติกเกรดพิเศษในการทำภาชนะซึ่งต้องนำเข้านั้น ทาง อย.ได้ไปประสานเรื่องการนำเข้าแล้ว และ 3. น้ำยาล้างฟอกไต แบบแกลลอน อยู่ระหว่างหารือว่าจะนำแกลลอนกลับมาใช้หมุนเวียนได้หรือไม่ รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจต้องใช้บรรจุภัณฑ์อื่นมาทดแทน

ส่วนด้านระบบบริการผู้ป่วยนั้น จะกระตุ้นให้โรงพยาบาลเพิ่มการใช้ระบบแพทย์ทางไกล (เทเลเมดิซีน) ในกลุ่มผู้ป่วยนอกให้มากขึ้น ตั้งเป้าใช้ 10 % และจะพยายามขยับให้ถึง 30 % รวมถึง ปรับการจ่ายยาจาก 4 เดือน ให้เหลือ 1-2 เดือน และใช้บริการจัดส่งยาแทน ส่วนสถานบริการต่างๆ จะเน้นการลดการใช้พลังงาน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้มากขึ้น ลดการใช้กระดาษ

ด้านนพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประมาณ 1-2 วันนี้ จะมีมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการยา เรื่องพลังงาน เรื่องระบบบริการ และระบบเทเลเมดิซีน เพิ่มเติมออกมา โดยในส่วนของการบริหารจัดการยานั้น ตนได้มีการพูดคุยกับ อย. ได้รับรายงานว่า ขณะที่อยู่ระหว่างร่างมาตรการรับมือสถานการณ์ที่ยาจะขาด หรือยามีราคาแพง เพื่อให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงนาม

ในระยะสั้นคือ ราวๆ 3-4 เดือน การควบคุมการใช้ยาสมเหตุผล เรื่องการเจรจาราคากลางก็ได้มีการคุยในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าจะมีการใช้อำนาจต่อรองราคาซื้อในระดับเขต หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ หากมีความจำเป็น เรื่องการควบคุมราคาไม่ให้แพงเกินไป และให้มีการใช้ยาในบัญชียาหลักที่มีข้อมูลบ่งชี้ ลดการใช้ยานอกบัญชียาหลักที่มาราคาแพงเกินไป รวมถึงการใช้ยาทดแทน

ส่วนระยะกลาง 6 เดือนขึ้นไปคือโครงการหนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งจังหวัด หนึ่งโรงพยาบาล (One Province one hospital) ถ้าได้ผลดีก็จะสามารถแบ่งปันทรัพยากรในจังหวัด และเขตสุขภาพได้ เรื่องเทเลเมดิซีนที่สามารถเอามาใช้ในการจัดการยา การบริหารสต๊อกยา

และระยะยาว 12 เดือนขึ้นไป ทาง อย.จะมีการสนับสนุนการผลิตยาในประเทศ ไม่ต้องพึ่งพายานำเข้า การทำสัญญาในระยะยาว ลดความผันผวนของราคายา นอกจากนี้ มีการจัดทำแดชบอร์ดติดตามราคายา สต๊อกยา เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจ เพื่อป้องกันการกักตุนยา ซึ่งเราหวังว่าจะไม่เกิดการกักตุนในระยะยาวขึ้น ยืนยันว่า ทั้งหมดไม่ได้เป็นการลดคุณภาพการบริหารประชาชน แต่เป็นการรักษาทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...