หุ้นเอเชียร่วงหลังเปิดตลาด น้ำมันผันผวน หวั่นเส้นตายทรัมป์ ทำรุนแรงพุ่ง
หุ้นเอเชียร่วงหลังเปิดตลาด น้ำมันผันผวน หวั่นเส้นตายทรัมป์ ทำรุนแรงพุ่ง
ตลาดหุ้นเอเชียพากันปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาดในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังจากสหรัฐและอิหร่านต่างยกระดับคำขู่ว่าจะทำการตอบโต้กันและกัน ขณะที่อิสราเอลวางแผนทำสงครามต่อไปอีกหลายสัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนรุนแรงอีกครั้ง
อิหร่านระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะโจมตีระบบพลังงานและน้ำของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ทำตามคำขู่ที่จะโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ความหวังที่จะยุติสงครามโดยเร็วซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่แทบหมดไป
ตลาดหุ้นในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปรับตัวลดลง 1.7% และ 1.1% ตามลำดับในช่วงต้นการซื้อขาย ขณะที่ดัชนีนิกเกอิซื้อขายล่วงหน้าของญี่ปุ่น อยู่ที่ 50,850 จุด ซึ่งถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดจริงเมื่อวันศุกร์ที่ 53,372 จุด
ในวอลล์สตรีท ดัชนี S&P 500 ซื้อขายล่างหน้าลดลง 0.1% เช่นเดียวกับดัชนี Nasdaq ซื้อขายล่วงหน้าที่ลดลง 0.2% เนื่องจากนักลงทุนประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งและผลกระทบต่อราคาพลังงาน
เชน โอลิเวอร์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของบริษัทจัดการกองทุน AMP กล่าวว่า สงครามอาจดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ และอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่องจะทำให้การฟื้นตัวของอุปทานใช้เวลานานกว่าจะฟื้นกลับสู่สภาวะปกติ
โอลิเวอร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า วิกฤตราคาน้ำมันในอดีตมักใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่น้ำมันจะปรับราคาสูงขึ้นจนเห็นผลกระทบชัดเจน โดยในปี 1973 ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน และในปี 1979 ใช้เวลาราว 1 ปี
ราคาน้ำมันในเอเชียยังผันผวนอีกครั้ง โดยกำไรในช่วงต้นลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 111.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้นถึง 55% ในเดือนมีนาคม ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 98.01 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จาก HSBC ระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินในสิงคโปร์ปรับขึ้นถึง 175% ในปีนี้ แตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ก๊าซธรรมชาติเหลวในเอเชียปรับราคาเพิ่มขึ้น 130% เช่นเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือเดินทะเลก็พุ่งสูง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น และราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นก็จะทำให้ราคาอาหารแพงขึ้นตามไปด้วย
ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ตลาดหมดหวังกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก และหันไปคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่
แนวโน้มต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นและการบริโภคที่อ่อนแอลงยังทำให้มุมมองต่อกำไรของบริษัทต่างๆ ลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่พุ่งขึ้นทำให้มูลค่าหุ้นดูสูงเกินจริงมากขึ้น
ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดมักส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์สภาพคล่อง อีกทั้งสหรัฐยังเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ จึงได้เปรียบเมื่อเทียบกับยุโรปและเอเชียส่วนใหญ่ที่เป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.4% อยู่ที่ 4,511 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวลดลงในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกจะปรับสูงขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นเอเชียร่วงหลังเปิดตลาด น้ำมันผันผวน หวั่นเส้นตายทรัมป์ ทำรุนแรงพุ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th