บขส.ขึ้นค่าโดยสาร 6 เม.ย.นี้ คาดปี 69 พิษน้ำมันทำขาดทุนอ่วม
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลางนั้น เบื้องต้นตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางให้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารสาธารณะขนาดเล็ก (มินิบัส) ทุกเส้นทาง ประมาณ 3,000 คัน ในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร(กม.) ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป
เช่นเดียวกับรถโดยสารสารณะขนาดใหญ่ (รถทัวร์) ทั้งของ บขส. และรถร่วม ประมาณ 6,000 คัน จะเริ่มปรับขึ้นราคาตามโครงสร้างใหม่ในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร(กม.) วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ก่อนปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-6 สตางค์ต่อกม.หากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงประมาณ 45-50 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ดีในปัจจุบันบขส. ยังคงตรึงราคาค่าตั๋วโดยสารเดิมไปจนถึงวันที่ 19 เมษายนนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
นายอรรถวิท กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันบขส.จะเชิญผู้ประกอบการรถร่วมรวมทั้งหมด 6,000 คัน ร่วมหารือเกี่ยวกับผลกระทบต้นทุนที่เกิดขึ้นและข้อเรียกร้องต่างๆ ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ โดยบขส.จะใช้มาตรการปรับลดค่าธรรมเนียมปล่อยรถ ระหว่างวันที่ 6 – 19 เม.ย.2569 เพื่อลดภาระต้นทุนไม่ให้รถร่วมฯหยุดวิ่งให้บริการจนกระทบต่อผู้โดยสาร
“บขส.ได้สั่งกำชับว่าหากพบผู้ประกอบการรายใดแอบขึ้นราคาเองก่อนกำหนด จะดำเนินการปรับเงินและยึดใบอนุญาตเดินรถทันที” นายอรรถวิท กล่าว
ขณะเดียวกันต้นทุนน้ำมันในปัจจุบันถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยราคาค่าโดยสารในปัจจุบันยังคงอิงจากฐานราคาน้ำมันเพียง 31-35 บาทต่อลิตร แต่ขณะนี้ราคาดีเซลที่พุ่งขึ้นจาก 29 บาท เป็น 40 บาทต่อลิตรแล้ว
“บขส. ยอมรับว่าปัจจุบันสถานะทางการเงินอยู่ในภาวะเตี้ยอุ้มค่อม เนื่องจากต้องแบกภาระทั้งการขาดทุนของตัวเอง คาดว่าปีนี้จะขาดทุนเพิ่มขึ้น จากปีก่อนที่ขาดทุนประมาณ 200 ล้านบาท ในขณะเดียวกันจะต้องหาทางช่วยผู้ประกอบการรายย่อยที่มีสายป่านสั้น” นายอรรถวิท กล่าว
ทั้งนี้หากภาครัฐไม่ช่วยเหลือในเรื่องนี้ คาดว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 60 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการเดินรถพุ่งสูงขึ้นถึง 30-35% ซึ่งกระทบทั้ง บขส. และรถร่วมที่ให้บริการต้องแบกรับภาระขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการรถร่วมรายใหญ่ต้องเจอกับภาวะขาดทุนจากการเดินรถเฉลี่ย 600,000 - 700,000 บาทต่อวัน
อย่างไรก็ดีจากปัญหาการขาดทุนข้างต้น โดยบขส.ได้เสนอขอรับงบประมาณชดเชยจากภาครัฐจำนวน 100 ล้านบาท โดยใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อนำมาช่วยเหลือส่วนต่างราคาตั๋วในช่วงการตรึงราคาค่าโดยสารช่วงเทศกาลงากรานต์นี้
ส่วนการบริหารจัดการน้ำมัน ปัจจุบันบขส. ได้ประสานงานกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อสำรองน้ำมันให้เพียงพอต่อการใช้งาน โดยคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันรวมทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 320,000 ลิตรต่อวัน
“บขส. ยืนยันว่าจะบริหารจัดการเส้นทางและงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน” นายอรรถวิท กล่าว