โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกนิติ” รับเผือกร้อน! จับตา “อนุทิน” เปลี่ยนหัวพลังงาน “อภิสิทธิ์” จองกฐินซักฟอก ปชช.วิกฤตปากท้อง

THE POINT

อัพเดต 1 เมษายน 2569 เวลา 20.35 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Newsthepoint.com

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “อนุทิน 2” ว่า ภาพรวมไม่ได้เหนือความคาดหมาย และเป็นรัฐบาลที่มีความต่อเนื่องจากชุดเดิม

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านเตรียมใช้เวทีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็นพื้นที่ตรวจสอบและตั้งคำถามต่อการทำงานของรัฐบาล โดยเบื้องต้นคาดว่า จะมีการอภิปรายประมาณ 2 วัน ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นช่วงวันที่ 8-9 หรือ 9-10 เมษายนนี้

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคฝ่ายค้านจะนำเสนอข้อคิดเห็นในเชิง “ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง” ของนโยบาย โดยคาดว่าจะได้รับเวลาอภิปรายรวมประมาณ 14-15 ชั่วโมง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์อาจได้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้โอกาสดังกล่าวสอบถามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ถึงแนวทางแก้ปัญหาประเทศในระยะสั้น กลาง และระยะยาว

ในประเด็นปัญหาปากท้องและพลังงาน นายอภิสิทธิ์ แสดงความกังวลว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสินค้าและต้นทุนการผลิตในหลายภาคส่วน เช่น เม็ดพลาสติก ปุ๋ย และสินค้าอุปโภคบริโภค

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนจากรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งเสนอว่า ภาครัฐควรกำหนดแนวทางให้โรงกลั่นน้ำมันเข้ามามีส่วนร่วมรับภาระ เพื่อบรรเทาผลกระทบ และทำให้ประชาชนสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงบทบาทของภาครัฐในการดูแลราคา ว่าจะใช้มาตรการทางการเงินการคลังเข้ามาช่วยเหลือ หรือปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

“ข้อเท็จจริง คือ ประชาชนกำลังแบกรับภาระอยู่ แม้จะมีการใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย แต่ก็เป็นภาระในอนาคตอยู่ดี ต่อให้ราคาลดลง ประชาชนก็ยังต้องจ่ายในราคาที่สูง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเร่งด่วน และชี้ว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่าอยู่ในช่วงรอยต่อ แต่ตามรัฐธรรมนูญสามารถดำเนินนโยบายได้ทันที

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงประเด็นความโปร่งใสด้านพลังงาน โดยแสดงความกังวลต่อคำชี้แจงของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งมักให้ข้อมูลในมุมของผู้ประกอบการพลังงานมากกว่าประชาชน

รวมถึงกรณีข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน แม้มีการระบุว่าได้พยายามลาออกจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏความชัดเจนในการพิจารณา ทำให้เกิดความกังวลและข้อสงสัยในสังคมเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านเตรียมใช้เวทีรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อให้การดำเนินนโยบายตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ล่าสุดวันนี้ ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ ว่าขอไม่คุมกระทรวงพลังงาน ในส่วนงานของรองนายกฯ นายกฯกล่าวว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งเป็นศูนย์ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน จะหมดไปกับรัฐบาลอนุทิน 1 และเมื่อเป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ก็ตั้งกันใหม่ สลับสับเปลี่ยนคนในตำแหน่ง คิดว่าจะให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานแทน เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งกับประชาชนและนายพิพัฒน์เอง

“ผมจะต้องระดมความรู้ประสบการณ์ของทุกคนมาแก้ไขปัญหาประชาชน ผมรับฟังสังคมและประชาชน รวมถึงนักวิชาการและทุกๆ ฝ่าย เพื่อให้เกิดความสบายใจและสามารถทำงานต่อไปได้”


#Newsthepoint

#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #ประชาธิปัตย์ #ซักฟอกรัฐบาล #น้ำมันแพง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...